การปล่อยสินเชื่อในจีนดิ่งสู่ ‘จุดอ่อนแอที่สุด’ ในรอบกว่าหนึ่งปี สะท้อนทั้งความต้องการกู้ซื้อบ้านที่ซบเซา และความเชื่อมั่นผู้บริโภค–ธุรกิจที่ยังไม่ฟื้น แม้มาตรการสินเชื่อใหม่ 5 แสนล้านหยวน จะเริ่มเดินหน้าก็ตาม
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การขยายตัวของสินเชื่อในจีน “อ่อนแอที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี” ในเดือนที่ผ่านมา สะท้อน “ความต้องการกู้ยืมที่ซบเซา” ทั่วทั้งเศรษฐกิจ
มูลค่าการระดมเงินทุนรวม ซึ่งเป็นมาตรวัดสินเชื่อในภาพกว้าง เพิ่มขึ้น 815,000 ล้านหยวนในเดือนตุลาคม จากการคำนวณของบลูมเบิร์ก โดยอ้างอิงข้อมูลที่เปิดเผยโดยธนาคารกลางจีนเมื่อวันพฤหัสบดี ตัวเลขนี้ถือเป็น “ระดับต่ำสุด” นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ในแบบสำรวจของบลูมเบิร์กคาดการณ์ไว้ที่ 1.2 ล้านล้านหยวน อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น 219,000 ล้านหยวนในเดือนดังกล่าว ซึ่ง “ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้” เช่นกัน
ส่วนอัตราการเติบโตของยอดคงค้างสินเชื่อที่ปล่อยสู่ภาคเศรษฐกิจจริง ก็ลดลงแตะระดับ “ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์”
ทั้งนี้ การออกพันธบัตรรัฐบาลชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากทางการได้เร่งออกพันธบัตรบางส่วนล่วงหน้าไปในช่วงต้นปี 2025 และอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันตัวเลขการปล่อยสินเชื่อคือ ปัจจัยฤดูกาล เพราะโดยปกติ ธนาคารมักไม่เร่งทำยอดสินเชื่อในช่วงต้นของแต่ละไตรมาส
ในมุมมองจากนักวิเคราะห์เดวิด ฉวี แห่ง Bloomberg Economics ระบุว่า “แม้รายงานสินเชื่อเดือนตุลาคมจะออกมาน่าผิดหวัง แต่เราไม่คาดว่าธนาคารกลางจีน (PBOC) จะผ่อนคลายนโยบายการเงินหลักเพิ่มเติมในปีนี้”
“อย่างไรก็ตาม PBOC ยังคงอยู่ในวัฏจักรการผ่อนคลาย และน่าจะรักษาสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแรง เรามองว่า ธนาคารกลางจะออกมาตรการผ่อนคลายรอบใหม่ใน ‘ไตรมาสแรกของปีหน้า’ ” ฉวีให้ความเห็น
แม้ว่ามีแรงหนุนจากเงินกู้ภายใต้นโยบายสินเชื่อใหม่ของรัฐบาลจีนมูลค่า 500,000 ล้านหยวน แต่ตัวเลขที่ออกมาน่าผิดหวังนี้ ยิ่งตอกย้ำว่า ความต้องการกู้ยืมในระบบเศรษฐกิจอ่อนแอลงเพียงใด ท่ามกลางความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่ยังเปราะบาง
ด้านสินเชื่อระยะกลาง และระยะยาวของภาคครัวเรือน ซึ่งมักใช้เป็นตัวชี้วัดความต้องการกู้ซื้อบ้าน หดตัวลงอีกครั้ง สะท้อนว่าผู้บริโภคยังคงหลีกเลี่ยงการซื้อที่อยู่อาศัย
เมื่อรวมทั้งหมด ยอดกู้ยืมเพิ่มเติมของครัวเรือนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติการเงินโลกปี 2008
เลียห์ ฟาฮี นักเศรษฐศาสตร์ด้านจีนจาก Capital Economics ระบุว่า “ความต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ยังอ่อนแอ เป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดการเติบโตของสินเชื่อโดยรวม อีกทั้งยังชัดเจนด้วยว่า มาตรการอุดหนุนสินเชื่อผู้บริโภคที่เริ่มใช้เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ก็ยังไม่สามารถพยุงความต้องการกู้ยืมของครัวเรือนได้”
อย่างไรก็ตาม มองไปข้างหน้า นักวิเคราะห์จากธนาคาร Barclays คาดว่า การออกพันธบัตรรัฐบาลจะเร่งตัวขึ้นและช่วยพยุงเศรษฐกิจได้มากขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ต่อเนื่องถึงปี 2026 โดยการออกพันธบัตรรัฐบาล อาจเร่งขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
อ้างอิง: bloomberg





