สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ คาด โลกต้องการน้ำมันและก๊าซจนถึงปี 2050 ดับฝันความพยายามลดโลกร้อน หากไม่หันไปใช้พลังงานสะอาดกันมากขึ้น
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เผยในวันพุธ (12 พ.ย.) ความต้องการน้ำมันและก๊าซของโลกอาจเติบโตจนถึงปี 2050 แตกต่างจากคาดการณ์เดิมที่ว่าโลกจะเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว และที่น่ากังวลไปกว่านั้น โลกอาจประสบความล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายสภาพอากาศอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ในสมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ผลักดันการใช้พลังงานสีเขียว IEA คาดว่า ความต้องการน้ำมันโลกอาจถึงจุดสูงสุดแค่ในทศวรรษนี้ (2030) และบอกว่าจะไม่มีความต้องการลงทุนในน้ำมันและก๊าซอีกต่อไป หากโลกต้องการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพอากาศ ขณะที่รัฐบาลทรัมป์มีทิศทางนโยบายตรงกันข้าม
คริส ไรท์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐ บอกว่า การคาดการณ์ความต้องการพลังงานสูงสุดของ IEA เป็นเรื่องไร้สาระ
อนึ่ง IEA เป็นองค์การที่ได้รับเงินสนับสนุนจากสมาชิกหลายประเทศ และสหรัฐเป็นผู้ให้เงินทุนรายใหญ่สุด
ดีมานด์น้ำมันจะแตะ 113 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ในรายงานประจำปี World Energy Outlook ที่เผยแพร่ในวันพุธ IEA คาดการณ์ว่า ภายใต้นโยบายต่าง ๆ ในปัจจุบัน ความต้องการน้ำมันจะแตะ 113 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงกลางศตวรรษนี้ เพิ่มขึ้นราว 13% จากการบริโภคในปี 2024 และคาดการณ์ว่าความต้องการพลังงานโลกอาจเพิ่มขึ้น 90 เอ็กซาจูล ภายในปี 2035 หรือเพิ่มขึ้นราว 15% จากระดับปัจจุบัน
ทั้งนี้ การประเมินสถานการณ์จากนโยบายปัจจุบัน IEA ประเมินจากนโยบายรัฐที่มีอยู่ ไม่รวมนโยบายหรือแนวทางในการบรรลุสภาพภูมิอากาศของรัฐ
อุปทานก๊าซจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
รายงานเผยด้วยว่า การตัดสินใจลงทุนครั้งสุดท้ายของโครงการก๊าซธรรมชาติเหลวเพิ่มสูงขึ้นในปีนี้ และภายในปี 2030 จะมีการส่งออกก๊าซ LNG ราว 3 แสนล้านลูกมาศก์เมตรต่อปี ทำให้อุปทานก๊าซเพิ่มขึ้นราว 50% และภายใต้นโยบายปัจจุบัน ตลาด LNG ทั่วโลกจะเติบโตขึ้นจาก 5.6 แสนล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2024 เป็น 8.8 แสนล้านลูกบาศก์เมตรภายในปี 2035 และเป็น 1.02 ล้านล้านลูกบาศก์เมตรภายในปี 2050 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น ที่ขับเคลื่อนมาจากการเติบโตของศูนย์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)
รายงานระบุว่า การลงทุนดาต้าเซนเตอร์ทั่วโลกอาจสูงถึง 5.8 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2025 และหากบรรลุเป้าหมายดังกล่าว การลงทุนดาต้าเซนเตอร์จะสูงกว่าการใช้จ่ายด้านซัพพลายน้ำมันทั่วโลกที่ 5.4 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี
ทั้งนี้ ประเทศกว่า 190 ประเทศได้ให้คำมั่นสัญญาในการประชุมว่าด้วยสภาพภูมิอากาศที่กรุงปารีสในปี 2015 หรือข้อตกลงปารีส ว่าจะพยายามป้องกันไม่ให้โลกร้อนขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส แต่ดูเหมือนว่าโลกจะควบคุมอุณหภูมิไม่อยู่แล้ว
รายงานดังกล่าวเผยว่าโลกกำลังร้อนขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส จากการประเมินความเสี่ยงในทุกสถานการณ์ แต่อุณหภูมิจะลดลงอีกครั้งหากโลกปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ นั่นหมายความว่าเหตุการณ์นั้นจะเป็นจริงได้หากโลกนำเทคโนโลยีกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศมาใช้ อุณหภูมิโลกก็อาจลดลง





