รัสเซียมาช้าแต่มานะ ปธน.ปูตินออกคำสั่งเร่งทำแผนผลิตแร่หายาก นักวิเคราะห์ชี้เข้าร่วมศึกแรร์เอิร์ธสายไป เตือนร่วมธุรกิจกับตะวันตกอาจไม่เวิร์ก คาดรัสเซียจะขายแร่ให้จีนมากกว่า
นักวิเคราะห์กล่าวว่า รัสเซียกำลังเพิ่มการผลิตแร่หายาก แต่เหมือนจะสายเกินไปในศึกแรร์เอิร์ธ และประเทศยังคงเผชิญกับความท้าทายตลอดทางเพื่อให้มีที่ยืนในตลาดแร่โลกที่ทำกำไรมหาศาล
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียออกคำสั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ให้เจ้าหน้าที่จัดทำแผนงานเกี่ยวกับการพัฒนาการสกัดและการผลิตแร่ธาตุ-แร่หายากในระยะยาว ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 1 ธ.ค. นี้
มอสโกยังคงตามหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนในเรื่องการใช้ประโยชน์จากแหล่งแร่หายาก โดยแร่เหล่านี้ส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในการผลิตแม่เหล็กที่มีความแข็งแรงสูง ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในอุตสาหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, ยานยนต์ไฟฟ้า และกังหันลม และจีนยังมีอิทธิพลเหนือกว่าคู่แข่งชาติอื่นในเรื่องนี้
รายงานล่าสุดของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) คาดว่า โลกมีแหล่งแร่สำรอง 110 ล้านตัน โดย 44 ล้านตันอยู่ในจีน รองลงมาเป็นบราซิล (21 ล้านตัน) อินเดีย และออสเตรเลีย ขณะที่เมียนมามีแหล่งสำรองแรร์เอิร์ธหนักจำนวนมาก และเป็นซัพพลายเออร์แร่รายใหญ่ของจีน แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเมียนมามีปริมาณแหล่งแร่สำรองเท่าไร
แม้รัสเซียตามหลังผู้เล่นรายใหญ่หลายราย แต่ USGS คาดว่า รัสเซียมีปริมาณแร่หายากสำรองมากเป็นอันดับที่ 5 ของโลก โดยมีราว 3.8 ล้านตัน มากกว่าสหรัฐที่มีอยู่ 1.9 ล้านตัน
รัสเซียพยายามครั้งใหญ่
การผลิตแร่หายากภายในประเทศของรัสเซียยังคงมีขนาดเล็ก ราว 2,500 ตันเท่านั้น หรือคิดเป็น 0.64% ของการผลิตแร่หายากทั่วโลก
ในการเปลี่ยนแปลงยอดดังกล่าว มอสโกจึงได้ทำแผนเตรียมใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้น เพราะเห็นความต้องการเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจากสหรัฐ ท่ามกลางความกังวลเรื่องห่วงโซ่อุปทานที่มีมากขึ้นในปีนี้ เนื่องจากจีนตอบโต้ภาษีทรัมป์ ด้วยการออกมาตรการจำกัดการส่งออกแรร์เอิร์ธ
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ได้ตกลงเมื่อเดือนที่แล้วว่าจะระงับการควบคุมการส่งออกแร่เป็นเวลา 1 ปี แลกกับการที่สหรัฐลดภาษีที่เกี่ยวข้องกับยาเฟนทานิล
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้พยายามทำข้อตกลงกับยูเครนที่จะทำให้สหรัฐเข้าถึงแหล่งแร่ในยูเครนมากขึ้น แลกกับการให้ความช่วยเหลือในการทำสงคราม และทรัมป์ยังแสดงความสนใจในแร่หายากและแผ่นดินกรีนแลนด์ที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ
ปูตินที่ทราบดีว่าทรัมป์สนใจเรื่องแร่มาก จึงพยายามเรียกความสนใจจากทำเนียบขาว โดยบอกว่ารัสเซียพร้อมและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานกับพันธมิตรต่างชาติในโครงการเกี่ยวกับการสกัดแร่และแปรรูปแรร์เอิร์ธ
วิลลิส โทมัส ที่ปรึกษาหลักของ CRU Group กล่าวกับ CNBC
“รัสเซียมีประวัติศาสตร์ด้านการสกัดโลหะหายากมาอย่างยาวนาน เช่นเดียวกับจีน ดังนั้นนี่จึงเป็นสิ่งที่พวกเขาทำมานานแล้ว แต่ผมคิดว่าความพยายาม [เพิ่มการสกัดและการผลิตแร่หายาก] ของพวกเขาในตอนนี้ ทำให้พวกเขาอยู่ในสถานะที่แตกต่างออกไป สหรัฐกำลังดิ้นรนเพื่อความต้องการ แต่รัสเซียกำลังดิ้นรนเพื่อโอกาส”
เมื่อต้นปี กระทรวงทรัพยากรของรัสเซียแอบสปอยล์ปริมาณแหล่งแร่หายากในประเทศ โดยบอกว่ามีแร์เอิร์ธ 15 ชนิด รวม 28.5 ล้านตัน สูงกว่าที่หน่วยงานสหรัฐคาดการณ์ไปมาก
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงสงสัยเรื่องปริมาณและคุณภาพของแร่รัสเซีย และคาดว่าข้อมูลเหล่านี้มอสโกยังคงปิดไว้อย่างระมัดระวัง
โทมัสจาก CRU บอกว่าจากข้อมูลที่เขาทราบ เขาคาดว่าแร่ของรัสเซียอาจมีคุณภาพต่ำกว่าเล็กน้อย และอาจมีแหล่งแร่ที่คนภายนอกยังไม่ทราบ ยกเว้นรัสเซีย
“เหตุผลเดียวที่คุณจะเปิดเผย ‘องค์ประกอบ’ ในแหล่งธรณีวิทยาคือเพื่อระดมทุน แต่หากคุณไม่จำเป็นต้องระดมทุนจากสาธารณะ คุณก็คงไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ” โทมัสชี้ให้เห็นถึงเหตุผลของการเปิดเผยข้อมูลแร่ของรัสเซีย ซึ่งไม่ได้เปิดเผยทั้งหมด
รัสเซียจะพึ่งตลาดตะวันตกหรือจีน?
คำถามใหญ่อีกคำถามคือ รัสเซียจะหันไปหา “จีน” พันธมิตรทรงอำนาจทางตะวันออกเพื่อทำธุรกิจด้วยกัน ในช่วงที่จีนกำลังหาซัพพลายแรร์เอิร์ธจากที่อื่นๆ ที่สามารถแปรรูปและส่งออกแร่ได้เพิ่ม หรือจะหันไปหาตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐ เพื่อสร้างพันธมิตรใหม่ในการลงทุน ทำเหมือง และแปรรูปแร่
โทมัสชี้ว่า การทำเหมืองแร่ทำได้ง่าย แต่ความสามารถในการแปรรูปและสกัดแร่ รวมถึงการมีตลาดปลายน้ำรองรับ ทำให้จีนครองตลาดแรร์เอิร์ธได้
รัสเซียได้ทุ่มเทอย่างหนักในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานกับจีน และอาจกลายเป็นซัพพลายเออร์อีกรายให้กับประเทศนี้ ซึ่งจีนเองก็นำเข้าแร่หายากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากประเทศต่างๆ เช่น เมียนมา, มาเลเซีย และลาว เพื่อนำไปแปรรูป
ปัจจุบันจีนแปรรูปแร่หายากทั่วโลกอยู่ประมาณ 69% และมีการประหยัดจากขนาด (economies of scale) หรือมีข้อได้เปรียบด้านทุนเมื่อธุรกิจขยายการผลิต
ตัดภาพมาที่สหรัฐ อาจจะยังไม่พร้อมร่วมเป็นพันธมิตรกับรัสเซียในอนาคต แม้ทรัมป์บอกว่าเรื่องแร่หายากมีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ สำหรับรัฐบาลของเขา เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ลดน้อยลงระหว่างทรัมป์และปูติน และการทำสงครามในยูเครน
อย่างไรก็ดี รัสเซียได้เตรียมทำโรดแมปการผลิตแร่หายากแล้ว และจะสำรวจทางเลือกที่มีทั้งหมด
ปิยูช โกล นักวิเคราะห์โลหะธาตุสำคัญจาก CRU กล่าวกับ CNBC
“เนื่องจากมีสงครามในยูเครน จึงมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลตะวันตกและผู้บริโภคเองก็อาจไม่เต็มใจซื้อสินค้าจากรัสเซีย... และรัสเซียจะไม่สามารถรับผลประโยชน์ใดๆ ได้ ในห่วงโซ่อุปทานแร่ จากโมเมนตัมที่กำลังมีมากขึ้นในตะวันตก” และว่า รัสเซียมีความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของจีนมากกว่า และพวกเขาจะขายให้กับจีน
โกลบอกด้วยว่า รัสเซียสามารถใช้ประโยชน์แร่เพื่อช่วยเติมเต็มความต้องการแร่ของจีน เมื่อแหล่งแร่ของจีนกำลังลดลง นั่นคือจุดที่น่าจะเหมาะสมกว่าสำหรับรัสเซีย





