กระทรวงการต่างประเทศแถลงมาตรการไทยชี้แจงท่าทีต่อประชาคมโลก สีหศักดิ์ประท้วง ‘ปรัก สุคน’ ด้วยตนเองสองครั้ง สั่งทูตไทยให้ข้อมูลทุกประเทศ
เมื่อราว 16.00 น. วันนี้ (11 พ.ย.68) นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดบริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา สรุปได้ว่า เหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเมื่อวันจันทร์ (10 พ.ย.68) ที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จากการลักลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ของฝ่ายกัมพูชา เป็นการละเมิด Joint Declaration ละเมิดอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย ละเมิดพันธกรณีตามอนุสัญญาออตตาวาที่กัมพูชาก็เป็นภาคี สะท้อนถึงความไม่จริงใจของฝ่ายกัมพูชาในการลดระดับความขัดแย้ง ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องระงับการดำเนินการตาม Joint Declaration และเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น, สอบสวนเหตุดังกล่าว และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต โดยต้องให้ AOT (คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน) เข้าไปตรวจสอบด้วย
ในส่วนการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศนั้น นับตั้งแต่เกิดเหตุ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้โทรศัพท์ติดต่อ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เพื่อประท้วงในเบื้องต้นไปแล้วสองครั้ง ตั้งแต่วันจันทร์ ขณะปฏิบัติราชการที่ฮ่องกง และเมื่อเช้าวันอังคาร โดยกระทรวงกำลังจะส่งหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการผ่านสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชา ประจำประเทศไทย นอกจากนี้ไทยจะดำเนินการตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดำเนินการตามอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) โดยมีหนังสือถึงญี่ปุ่นซึ่งเป็นประธานรัฐภาคีอนุสัญญา, เลขาธิการสหประชาชาติ
ขณะเดียวไทยจะเดินหน้าชี้แจงประชาคมระหว่างประเทศ ทำหนังสือถึงสหรัฐ มาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน แล้วส่งหนังสือดังกล่าวให้สมาชิกอาเซียนทราบด้วย ซึ่งทั้งสองประเทศมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้สังเกตการณ์การลงนาม Joint Declaration
“ในวันพรุ่งนี้กระทรวงต่างประเทศจะจัดบรรยายสรุปให้กับทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยทั้งหมด เพื่อชี้แจงท่าทีไทยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้เวียนคำชี้แจงทั้งหมดให้กับสถานเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศทั่วโลก เพื่อฝ่ายไทยจะได้ชี้แจงกับประเทศเจ้าบ้านต่อไป”
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงช่วงเวลาในการส่งหนังสือชี้แจงจะส่งผลต่อความได้เปรียบเสียเปรียบหรือไม่อย่างไร นายนิกรเดช อธิบายเพิ่มเติมว่า จะส่งไม่เกินวันพุธ (12 พ.ย.68) ความได้เปรียบเสียเปรียบอยู่ที่เนื้อหาของหนังสือว่ามีหลักฐานพิสูจน์ได้มากน้อยเพียงใด ไทยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ และเชิงเหตุผล เช่น การวางสามทุ่นระเบิดเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต ถือเป็นแนวปฏิบัติของอีกฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน นี่คือสิ่งที่ไทยจะชี้แจงตาม fact base
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





