เงินเฟ้อจีนกลับมาบวก ลดความเสี่ยงภาวะเงินฝืด

ดัชนีราคาผู้บริโภคจีนกลับมาเติบโตอีกครั้งในเดือนตุลาคม ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตยังติดลบต่อเนื่องยาวนานสามปี
ซีเอ็นบีซี รายงานแรงกดดันด้านภาวะเงินฝืดในจีนเริ่มคลี่คลายลงในเดือนตุลาคม เนื่องจากดัชนีราคาผู้บริโภคกลับมาเติบโตอีกครั้งหลังจากติดลบมาหลายเดือนในปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการในช่วงเทศกาลวันหยุด ขณะที่การลดลงของราคาขายส่งก็ชะลอตัวลงเช่นกัน
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ (9 พ.ย.68) แสดงให้เห็นว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนตุลาคมอยู่ที่ 0.2% เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโตเป็นศูนย์หรือทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนตุลาคม แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม ปีนี้ และเป็นการเติบโตเป็นบวกครั้งแรกของดัชนีราคาผู้บริโภคนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน
เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ก็เพิ่มขึ้น 0.2% เทียบกับที่นักวิเคราะห์จากรอยเตอร์คาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตเป็นศูนย์ ราคาอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยฉุดรั้งดัชนี CPI ของประเทศ ลดลง 2.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี อย่างไรก็ตาม ราคากลับเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ภาวะเงินฝืดจากหน้าโรงงานก็บรรเทาลง โดยดัชนีราคาผู้ผลิตลดลง 2.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี และเทียบกับที่รอยเตอร์คาดการณ์ว่าจะลดลง 2.2% ซึ่งถือเป็นการติดลบติดต่อกัน 3 ปี แต่ดัชนีราคาผู้ผลิตเมื่อเทียบเป็นรายเดือนเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนตุลาคม
“ในเดือนตุลาคม นโยบายที่มุ่งเน้นการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศยังคงส่งผลดีอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับแรงหนุนจากวันหยุดวันชาติ และเทศกาลไหว้พระจันทร์” ตง ลี่จวน หัวหน้าฝ่ายสถิติประจำเขตเมืองของสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวในแถลงการณ์
แม้ว่ามาตรการของจีนที่มุ่งควบคุมสงครามราคา และกระตุ้นอุปสงค์จะเริ่มเห็นผลแล้ว โดยกำไรภาคอุตสาหกรรมของประเทศในเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นมากกว่า 21% แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการพึ่งพารายได้จากภาษีของรัฐบาลท้องถิ่นของจีนจะส่งเสริมการผลิตที่มากเกินไป ทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และเกิดภาวะกำลังการผลิตส่วนเกินจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงภาษีที่สำคัญ
จากผลสำรวจอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 พบว่ากิจกรรมการผลิตของจีนในเดือนตุลาคม ลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยหดตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ดัชนีย่อยด้านการผลิต คำสั่งซื้อสินค้าใหม่ ,วัตถุดิบคงคลัง และการจ้างงาน ล้วนหดตัวลงอย่างหนัก ชี้ให้เห็นถึงภาวะชะลอตัวของภาคการผลิตอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจีนกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนด้านอุปสงค์ อันเนื่องมาจากความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐ ในปีนี้ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อ่อนแอภายในประเทศ ขณะที่ปักกิ่งกำลังเผชิญกับภาวะภาคอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำที่ยืดเยื้อ และผลกระทบของการส่งออก
การส่งออกของประเทศจีนในเดือนตุลาคม หดตัวลงอย่างไม่คาดคิด โดยการส่งออกไปยังสหรัฐ ลดลงสองหลักเป็นเดือนที่เจ็ดติดต่อกัน ร่วงลง 25% ตามข้อมูลศุลกากรที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี
สำหรับภาพในอนาคต อุปสรรคด้านการส่งออกอาจคลี่คลายลง เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ตกลงที่จะสงบศึกทางการค้าระหว่างการประชุมที่เกาหลีใต้เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ซึ่งช่วยคลี่คลายสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความตึงเครียดและความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าอย่างเต็มรูปแบบ
ผู้นำจีนให้คำมั่นเมื่อเดือนที่แล้วว่า จะกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ขณะที่ได้วางแผนงานทางเศรษฐกิจสำหรับห้าปีข้างหน้า รายงานการประชุมระบุว่าจีนต้อง “กระตุ้นการบริโภคอย่างแข็งขัน” ตามคำแปลของ ซีเอ็นบีซี ผู้นำได้ขยายความถึงความจำเป็นในการเพิ่มการบริโภค โดยเรียกร้องให้สร้างสมดุลด้วย “การลงทุนที่มีประสิทธิภาพ” และ “ยึดมั่นในจุดยุทธศาสตร์ของการขยายอุปสงค์ภายในประเทศ”
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์







