บทเรียนจากราชวงศ์อังกฤษ การถอดฐานันดรศักดิ์เจ้าชายแอนดรูว์ คือตัวอย่างของการปรับตัวของสถาบันกษัตริย์อังกฤษเพื่อปกป้องชื่อเสียงราชวงศ์
หรือการถอดฐานันดรศักดิ์เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุคออฟยอร์ก จะเป็นปฐมบทของการปฏิรูปราชวงศ์อังกฤษให้โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และโอบรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคมมากขึ้น?
กระแสความไม่พอใจอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุคออฟยอร์ก พระอนุชาในสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 พระโอรสองค์โปรดของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ อันเนื่องมาจากกรณีอื้อฉาวพัวพันกับพ่อค้าประเวณีเจฟฟรีย์ เอปสตีนผู้ล่วงลับ และพฤติกรรมเสื่อมเสียในเชิงชู้สาวจากข้อกล่าวหาของนางสาวเวอร์จิเนีย จุฟเฟร ตั้งแต่เธอยังเป็นผู้เยาว์
เรื่องนี้ที่เริ่มแดงขึ้นตั้งแต่ปี 2019 ที่เอปสตีนโดนจับ และเวอร์จิเนีย จุฟเฟรก็ออกมาแฉและฟ้องศาลเรื่องพฤติกรรมของอดีตเจ้าชายในทำนองว่าโดนข่มขืนถึง 3 ครั้งขณะที่เธออายุเพียง 17 ปี แต่ไคลแมกซ์ที่สุดของปีนั้นสำหรับราชวงศ์อังกฤษนั่นคือการออกมาให้สัมภาษณ์ของอดีตเจ้าชายถึงเรื่องนี้ ที่ทำให้กระแสจับผิดและไม่พอใจเพิ่มขึ้น
ความไม่พอใจของประชาชน ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ราชสำนักอังกฤษซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแม่แบบของประชาธิปไตยแบบรัฐสภาที่มีกษัตริย์เป็นประมุขนั้นให้ความสำคัญ เพราะหากประชาชนไม่พอใจแล้ว การยกเลิกระบอบกษัตริย์ก็สามารถทำได้ภายใต้การทำประชามติ โดยถึงแม้ว่าไม่เคยมีครั้งใดที่เสียงส่วนใหญ่จะโหวตไม่เอากษัตริย์ แต่ด้วยกลไกและวัฒนธรรมการเมืองเช่นนี้เองที่ทำให้สถาบันกษัตริย์อังกฤษจำเป็นต้องยึดโยงกับศีลธรรมความดีงามและความนิยมของประชาชน
เมื่อความไม่พอใจของประชาชนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2019 ทำให้ราชสำนักอังกฤษจำต้องทำอะไรสักอย่าง แต่การปฎิบัติต่ออดีตเจ้าชายผู้มีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสียนี้ก็ไม่ได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมมากนัก ถึงแม้อดีตเจ้าชายจะถูกลดความสำคัญลง แต่ก็เรียกได้ว่ายังพอมีที่ยืนในสังคมและราชวงศ์
จนกระทั่งล่าสุดในปีนี้ที่หนังสือของเวอร์จิเนีย จุฟเฟร ออกตีพิมพ์และหลังจากการฆ่าตัวตายของเธอ ประเด็นของอดีตเจ้าชายก็เป็นที่จับจ้องของสังคมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนๆ เพราะสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 คือกษัตริย์พระองค์ใหม่ ขณะที่เจ้าชายวิลเลียมก็มีบทบาทนำในราชวงศ์มากขึ้น จึงเป็นที่มาของการถอดฐานันดรศักดิ์ของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์เพื่อตอบรับกระแสกดดันจากสังคม และเพื่อปกป้องชื่อเสียงของราชวงศ์อังกฤษ
ทั้งนี้ยังไม่รวมข้อกล่าวหาที่วนเวียนอยู่ในทางลบของอดีตเจ้าชาย ทั้งการรับเงินและเป็นสายลับให้จีน หรือแม้กระทั่งล่าสุดเมื่อไม่กี่ปีก่อนที่อดีตเจ้าชายเดินทางมาไทยเพื่อโปรโมตโครงการ Pitch at Palace (โครงการระดมทุนเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ๆ) ซึ่งเป็นโครงการในอุปถัมภ์หรือเรียกได้ว่าเป็นถุงเงินของอดีตเจ้าชาย ที่มีข่าวว่ามีการใช้เงินภาษีประชาชนอย่างไม่เหมาะสม รวมถึงการจัดจ้างโสเภณีถึง 40 คนในการเสด็จไทยคราวนั้น
กรณีการถอดฐานันดรศักดิ์อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ผู้ซึ่งเกิดมาบนกองเงินกองทอง มีศักดิ์มีสิทธิมียศฐา คือหนึ่งในตัวอย่างของการปรับตัวของราชวงศ์อังกฤษ การโอบรับเสียงวิจารณ์ของสังคม และในที่สุดคือการตัดเนื้อร้ายเพื่อรักษาเนื้อดี การปรับตัวนี้เองที่ทำให้ราชวงศ์อังกฤษอยู่ยั้งยืนยงมาจนเกือบ 1,000 ปี





