ประธานาธิบดีเม็กซิโก คลอเดีย เชนบาม์ ยืนหยัดข้างมิสยูนิเวิร์สเม็กซิโก ปมปะทะเวทีนางงามกับณวัฒน์ ย้ำไม่มีใครปิดเสียงของผู้หญิงได้ สะท้อนพลังสตรีทั่วโลก ขณะเจ้าตัวก็เพิ่งเผชิญการถูกลวนลามกลางที่สาธารณะ
คลอเดีย เชนบาม ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเม็กซิโก กำลังกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและสิทธิของผู้หญิง หลังออกโรงปกป้อง ฟาติมา บอช (Fatima Bosch) มิสยูนิเวิร์สเม็กซิโก ซึ่งกำลังมีประเด็นเรื่องการโต้เถียงกับนายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้อำนวยการประกวดชาวไทย และถูกต่อว่าอย่างรุนแรงต่อหน้าผู้เข้าประกวดทั่วโลก
“ผู้หญิงจะดูงดงามกว่า เมื่อพวกเธอกล้าพูดและมีส่วนร่วม เพราะนั่นคือการตระหนักถึงสิทธิของเรา” เชนบามยกย่องการลุกขึ้นโต้กลับของบอชว่าเป็น “ตัวอย่างของผู้หญิงที่กล้าพูด กล้าเปล่งเสียงของตน”
เหตุการณ์ระหว่างมิสยูนิเวิร์สเม็กซิโกกับณวัฒน์เกิดขึ้นในช่วงการเตรียมการประกวด Miss Universe ครั้งที่ 74 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีผู้เข้าประกวดกว่า 130 ประเทศเข้าร่วม และจะประกาศผู้ชนะในวันที่ 21 พ.ย. นี้
นายณวัฒน์ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางหลังต่อว่าบอชต่อหน้าผู้เข้าประกวด โดยกล่าวหาว่าเธอไม่โปรโมตประเทศไทยมากพอ โดยมีประเด็นถกเถียงในโลกโซเชียลเรื่องที่บอชอ้างว่า เธอถูกนายณวัฒน์ด่ากลางห้องว่าเป็น "คนโง่" (dumbhead) หากเชื่อฝ่ายจัดการประกวดของเม็กซิโกไม่ให้ร่วมโปรโมต แต่ทางนายณวัฒน์ปฏิเสธภายหลังว่าไม่ได้ใช้คำดังกล่าว และยืนยันว่าเขาพูดว่าเธอจะ "เสียหาย”(damaged) มากกว่า
ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้บอชถูกเชิญออกจากห้องประชุม ซึ่งมีผู้เข้าประกวดอีกหลายคนลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้องไปพร้อมกันเพื่อแสดงการสนับสนุนอยู่ข้างบอช แม้ต่อมานายณวัฒน์จะออกมาขอโทษต่อสาธารณชน แต่การกระทำของเขาก็ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางทั่วโลก รวมถึงจากประธานาธิบดีเม็กซิโกที่ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็น “การกระทำที่คุกคาม” ซึ่งบอชได้ตอบโต้กลับด้วยศักดิ์ศรี
ต่อมาผู้อำนวยการ Miss Universe ชาวเม็กซิโก ราอูล โรชา ได้ประกาศจำกัดบทบาทของณวัฒน์ออกจากกิจกรรมทั้งหมด พร้อมระบุว่าเป็น “การใช้อำนาจโดยมิชอบและทำให้ผู้เข้าประกวดอับอาย”
ทั้งนี้ การยืนหยัดสนับสนุนมิสยูนิเวิร์สและสิทธิสตรีของผู้นำเม็กซิโกในครั้งนี้ มีขึ้นในขณะที่เธอเองก็เพิ่งเผชิญกับการ "ถูกลวนลามต่อหน้าสาธารณชน" ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ตอกย้ำปัญหาความรุนแรงทางเพศและวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ที่ยังฝังรากลึกในสังคมเม็กซิโก
แม้แต่ปธน.ก็ยังถูกลวนลามกลางถนน
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คลิปจากโทรศัพท์มือถือเผยให้เห็นภาพเชนบามกำลังพูดคุยกับกลุ่มผู้สนับสนุนบนถนนใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงเม็กซิโกซิตี ก่อนที่ชายคนหนึ่งจะเดินเข้ามาจากด้านหลัง พยายามจูบลำคอและแตะต้องร่างกายของเธอ
ทีมงานเข้าขวางและควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ได้ โดยต่อมาเขาถูกจับกุมและถูกตั้งข้อหาคุกคามทางเพศ
“ถ้าพวกเขาทำแบบนี้กับประธานาธิบดีได้ แล้วผู้หญิงทั่วไปในประเทศเราจะปลอดภัยได้อย่างไร?” ผู้นำหญิงกล่าวระหว่างแถลงข่าว “ฉันตัดสินใจยื่นฟ้อง เพราะนี่ไม่ใช่แค่สิ่งที่ฉันเจอในฐานะผู้นำ แต่เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนในเม็กซิโกต้องเผชิญ”
เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้เคยรังควานหญิงคนอื่นในที่เกิดเหตุด้วย พร้อมย้ำว่า “เราต้องขีดเส้นให้ชัด”
สะท้อนค่านิยมชายเป็นใหญ่
กลุ่มสิทธิสตรีในเม็กซิโกชื่นชมท่าทีของเชนบาม โดยระบุว่าเหตุการณ์ทั้งสองกรณีทั้งเรื่องมิสยูนิเวิร์สและการถูกลวนลาม แสดงให้เห็นถึง “มาชิสโม” (machismo) หรือค่านิยมชายเป็นใหญ่ที่ยังคงฝังแน่นในสังคมเม็กซิโก
ประเทศแห่งนี้มีอัตราการฆาตกรรมผู้หญิงจากเหตุแห่งเพศ (femicide) หรือที่มีศัพท์เรียกว่า "อิตถีฆาต" สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และกว่า 98% ของคดีไม่ได้รับการลงโทษ แม้เชนบามจะให้คำมั่นระหว่างหาเสียงว่าจะจัดการปัญหานี้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างชัดเจน
เหตุลวนลามผู้นำหญิงยังเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังการลอบสังหาร คาร์ลอส มานโซ นายกเทศมนตรีเมืองอูรูอาปัน รัฐมิโชอากัง ระหว่างงาน “วันแห่งผู้ล่วงลับ” ซึ่งยิ่งตอกย้ำปัญหาความปลอดภัยของนักการเมืองในประเทศ แต่เชนบามยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนแนวทางลงพื้นที่พบประชาชนอย่างใกล้ชิด
“ไม่มีใครควรต้องเงียบ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงทั่วไปหรือประธานาธิบดี” เธอกล่าวทิ้งท้าย





