วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

Think Big, Start Small, Scale Fast ทางรอดประเทศไทย'สร้างปฏิกิริยาลูกโซ่'

Think Big, Start Small, Scale Fast  ทางรอดประเทศไทย'สร้างปฏิกิริยาลูกโซ่'

กรุงเทพธุรกิจเปิดมุมมองของ อิษฎา หิรัญวิวัฒน์กุล กรรมการผู้จัดการและหุ้นส่วนอาวุโส และหัวหน้า บริษัท เดอะ บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (Boston Consulting Group : BCG) ธุรกิจที่ปรึกษาด้านการจัดการระดับโลก หาทางรอดประเทศไทย

ในห้วงเวลานี้ประเทศไทยต้องเผชิญบททดสอบอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม แม้มีความได้เปรียบหลายประการ ทั้งชัยภูมิที่เป็นจุดเชื่อมโยง  ทรัพยากร แต่ก็มีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ไทยไม่ได้ไปต่อ และน่าคิดว่า ทำไมการลงทุนจึงไหลไปที่เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย

กรุงเทพธุรกิจเปิดมุมมองของ  อิษฎา หิรัญวิวัฒน์กุล กรรมการผู้จัดการและหุ้นส่วนอาวุโส และหัวหน้า บริษัท เดอะ บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (Boston Consulting Group : BCG) ธุรกิจที่ปรึกษาด้านการจัดการระดับโลก หาทางรอดประเทศไทย  Think Big, Start Small, Scale Fast  ทางรอดประเทศไทย'สร้างปฏิกิริยาลูกโซ่'

  • แม้ “ฟ้าฉ่ำฝน” คนก็ต้องคิดนอกกรอบ

จากการที่ธนาคารโลกปรับลดผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)   ของไทยเหลือ 1.8% นั่นคือความท้าทายครั้งใหม่ของประเทศไทยหรือไม่นั้น  อิษฎายกตัวอย่างถึง ไอร์ตัน เซนน่า แชมป์โลกฟอร์มูล่าวันระดับตำนานชาวบราซิลที่ครองแชมป์ได้ 3 สมัย (ปี 1988, 1990, 1991)  ที่สามารถแซงคู่แข่งได้ในวันฝนตกว่า หากเป็นวันที่แดดแจ่มใส ไอร์ตันจะไม่สามารถแซงรถข้างหน้า 15 คันได้เลย นั่นเป็นเพราะการฝึกซ้อมแบบ ”คิดนอกกรอบ” ของเขาที่เลือกสร้างความสามารถทางการแข่งขันในบริบทใหม่ เพื่อแซงคู่แข่งอื่นให้ได้ในวันฝนตก ซึ่งต่างจากนักแข่งคนอื่น ๆ ที่จะฝึกฝนในวันที่มีแดดออก และทำอะไรแบบเดิม ๆ นี่จึงทำให้เขากลายเป็น “จิตวิญญาณแห่งความเร็ว” และมีความสามารถในการขับขี่อันน่าทึ่ง โดยเฉพาะในสภาพอากาศเปียกชื้น จนเป็นที่จดจำมาจนถึงทุกวันนี้

“เมื่อมองกลับมาที่ภาวการณ์ของโลกตอนนี้ที่บริบทต่าง ๆ เปลี่ยนไปมากพอควร โดยที่เราไม่ได้ทำการค้า ไม่ได้สร้างอุตสาหกรรม หรือห่วงโซ่อุปทานกันเหมือนเดิมแล้ว ฉะนั้น นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะสามารถสร้างความสามารถทางการแข่งขันใหม่ ๆ เหนือคู่แข่งได้”

ทว่า “การฝันให้ไกลไปให้ถึง” นั้นก็ต้องตั้งเป้าหมายสูงสุดที่ยากไว้ก่อน ดังที่ จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเคยประกาศถึง Moonshot Vision เพื่อเหยียบดวงจันทร์ให้ได้ ซึ่งแม้เป็นเป้าหมายที่ยากจนดูเกินเอื้อม แต่นั่นก็ทำให้ทั้ง วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ ฯลฯ ร่วมแรงร่วมใจ เพื่อให้บรรลุภารกิจนี้  

“ทำนองเดียวกัน ในการเลือกความสามารถทางการแข่งขันใหม่ ๆ ของประเทศ เราก็ต้องตั้งเป้าให้สูง และต้องได้รับความร่วมมือจากหลาย ๆ ภาคส่วนด้วย ไม่ใช่จากแค่ส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น” อิษฎากล่าว

  • ปัจจัยภายนอก – ภายในรุมเร้า

 ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอก- ภายใน โดยเฉพาะการติดหล่มโครงสร้าง เช่น หนี้สาธารณะที่ค่อนข้างสูง หนี้ครัวเรือนที่ปลายปี 67 อยู่ที่ 88 - 89% ของจีดีพีซึ่งสูงมาก และมีผลกระทบต่อเนื่องถึงอุปสงค์และกำลังซื้อของผู้บริโภค ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน เพื่อมิให้เกิดหนี้เสีย ประกอบกับไม่มีอุปสงค์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นจึงทําให้เกิดปัญหาสภาพคล่อง และการเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทยกำลัง ซึ่งไม่มีรายได้เพียงพอกับพื้นฐานการดำรงชีวิตที่จำเป็น

ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายนอกที่สำคัญก็มาจากสงครามการค้า ภาษีทรัมป์ แม้รัฐบาลจะได้เจรจาในส่วนของภาษีประเทศไทยมาแล้ว แต่กระนั้น ก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องระมัดระวัง เพราะต้องพิจารณาถึงเงื่อนไข “ไส้ใน” ด้วยว่า จะส่งผลกระทบต่อเนื่องอย่างไรกับระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย อาทิ รายได้ของประเทศ ภาษีที่จัดเก็บได้ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นกฎหมายใหม่ ๆ อย่างมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ซึ่งจะมีผลทำให้ต้นทุนของผู้ส่งออกสินค้าไปยุโรปสูงขึ้น ซึ่งประเด็น CBAM ก็มีผู้ส่งออกรายใหญ่ในไทยที่มีความพร้อมเฉพาะบางรายและบางเซ็กเม้นท์เท่านั้น แตกต่างจากมาเลเซียที่กำลังพัฒนากูชิง (Kuching) รัฐซาราวักให้เป็น Green Hydrogen Hub เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตและการใช้ไฮโดรเจนสีเขียว ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่ผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน 

  • ต้องมอง “ภาพรวม” ด้วย

 สำหรับประเทศไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ แม้จะมีการพูดถึงธุรกิจใหม่ ๆ ในกลุ่ม S-Curve แผนการดำเนินงานก็มีมาก แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่อาจเกิดขึ้นได้จริง เช่น ธุรกิจเซมิคอนดัคเตอร์ที่นักลงทุนให้ความสำคัญกับแผนการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศนั้น ๆ ด้วย เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้น้ำจำนวนมหาศาล แต่ในทางปฏิบัติแล้ว น้ำเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับหลายกระทรวงมาก อาทิ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ฯลฯ 

และหากวางแผนไม่ดี เช่น ในปีที่มีปริมาณน้ำดิบน้อย แต่อุปสงค์ภาคการเกษตร อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว หรือภาคประชาชนก็ยังคงมีเช่นเดิม แล้วเราจะจัดการในองค์รวมอย่างจริงจังและต่อเนื่องได้อย่างไร นี่จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่นักลงทุนพิจารณานอกเหนือจากโนว์ฮาว เทคโนโลยี หรือผลประโยชน์ทางด้านภาษี ขณะที่ประเทศอื่นๆ จะมีตัวเชื่อมและขับเคลื่อนจาก “บนลงล่าง” (Top Down Management) เช่น บางประเทศต้องการวางให้เป็นวาระแห่งชาติ จากนั้นก็จะแตกแขนง และเชื่อมโยงกันไป 

  • โอกาสใหม่ๆ ของไทยที่ “โลกใต้”

จากการที่ Boston Consulting Group เคยชี้ว่า Global South หรือ “โลกใต้” จะเป็นศูนย์กลางเติบโตใหม่นั้น อิษฎากล่าวว่า นับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เกิดปรากฏการณ์ความร่วมมือใหม่ที่เรียกว่า South–South Cooperation (SSC) ในกลุ่มประเทศโลกใต้ที่ทำการค้าและลงทุนกันเองในภูมิภาคมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง (จากเดิมที่ทำการค้าและการลงทุนไปยัง Global North อย่างยุโรป อเมริกา และจีน) สาเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา หรือกรณี CBAM ของยุโรป ฯลฯ ซึ่งนี่ก็ย่อมเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะมองหาตลาดใหม่ ๆ จากกลุ่ม South–South ซึ่งเป็นประเทศที่เผชิญ “ภาวะฝนตก” เช่นเดียวกับประเทศไทย ที่สำคัญ กลุ่มประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มการเติบโตสูงถึง 20%ของ GDP โลกภายในปี ค.ศ.2030 

 

  • ต้อง Think Big, Start Small, Scale Fast

 อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังเชื่อมั่นกับศักยภาพของประเทศไทยว่า ถ้าเราเริ่มกันด้วยกลยุทธ์ Think Big, Start Small, Scale Fast ประเทศไทยจะไปได้แน่ เพียงแต่จะเริ่มกันแล้วก็ต้องค่อย ๆ ปรับกันไป เป็น Trial & Error แต่เมื่อเรารู้ว่ามาถูกทางเราจะได้เร่งความเร็ว (Speed) มากขึ้นไปอีก

นี่จึงเป็นที่มาว่า ต้อง Think Big คิดให้ไกล คิดในภาพรวม แต่ที่สำคัญต้อง Start Small นั่นเป็นเพราะถ้า เริ่มใหญ่เลยการปรับเปลี่ยนก็จะทำได้ยาก และจะไม่ได้เริ่มเสียที หรือถ้าไม่ดีแล้วต้องยกเลิกก็ต้องมองมุมกลับว่าการยกเลิกไม่ใช่เรื่องไม่ดีเสมอไป เพราะถ้าเราถอดบทเรียนเพื่อดำเนินการให้ดีขึ้นในครั้งต่อ ๆ ไป แล้วก็ Scale Fast ในขอบเขตที่เราจะควบคุมได้ โดยอาจจะไม่ต้องเหมือนกันทั้งหมดก็ได้ แต่เป็นสเกลที่ใกล้เคียงกันก็ได้ เพื่อนำสิ่งที่เราได้เรียนรู้จาก Start Small ไปต่อยอด จากนั้น เราก็จะสามารถสร้างปฏิกิริยาลูกโซ่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งต่อเนื่องกันได้ทั้งประเทศ

ถ้าประเทศไทยสามารถทำได้แบบนี้ ผมว่าเรามีโอกาสที่จะหลุดพ้นกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง แม้จะติดมานานกว่าสิบปี เพียงแต่เราต้องสร้างความสามารถทางการแข่งขันใหม่ ๆ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ให้ชนะในวันที่ฝนตกได้ ก็จะทำให้ระบบเศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนของเงิน เกิดการสร้างงาน และระบบก็ไปต่อได้ แต่ที่สำคัญ และอยากให้มาโฟกัส คือ การศึกษาและ AI ที่คนวัยทำงานควร Up-Skill ทักษะการใช้ AI เพื่อทำงานให้กับเรา