วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

โฟล์คสวาเกน ‘ขาดทุนยับ’ สูงเกือบ 50,000 ล้านบาท

โฟล์คสวาเกน ‘ขาดทุนยับ’ สูงเกือบ 50,000 ล้านบาท

โฟล์คสวาเกน ‘ขาดทุนเกือบ 50,000 ล้านบาท’ จากผลกระทบของภาษีทรัมป์ และการปรับกลยุทธ์ของปอร์เช่ ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายรวมทะลุ 2.8 แสนล้านบาท

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า บริษัทรถโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) “ขาดทุนจากการดำเนินงาน” 1,300 ล้านยูโร หรือเกือบ 50,000 ล้านบาท ในไตรมาสที่สาม โดยได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เกิดจากภาษีศุลกากรของสหรัฐ และการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ของบริษัทลูก “ปอร์เช่” ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง 

โดยรวมแล้ว ต้นทุนจากภาษีศุลกากร ตลอดจนค่าใช้จ่ายและการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ของปอร์เช่ ส่งผลให้โฟล์คสวาเกนมีค่าใช้จ่ายรวม 7.5 พันล้านยูโร (ราว 2.8 แสนล้านบาท)ในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน ขณะที่การเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า ก็ยังกดดันอัตรากำไรของบริษัทด้วย

ทั้งนี้ โฟล์คสวาเกนกำลังเผชิญแรงกดดันให้ปรับตัวต่อภาษีนำเข้าของสหรัฐที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทำให้กลุ่มบริษัทต้องแบกรับต้นทุนมากถึง 5 พันล้านยูโรในปีนี้

“เป้าหมายหลักของเราคือ การใช้ประโยชน์จากขนาดของกลุ่มธุรกิจอย่างมุ่งเป้า และเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างซินเนอร์จีภายในกลุ่มให้ดียิ่งขึ้น” อาร์โน อันต์ลิทซ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังคงประมาณการแนวโน้มทางการเงินไว้เช่นเดิม โดยคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มในปีนี้จะอยู่ในช่วง 2–3% และรายได้รวมจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน

สำหรับบริษัทรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของยุโรปอย่างโฟล์คสวาเกน จำเป็นต้องปรับลดประมาณการผลประกอบการลงถึง 3 ครั้งในปีนี้ โดยครั้งแรกเป็นการรับแรงกระแทกจากสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และครั้งล่าสุดมาจากการ “ปรับทิศทางกลยุทธ์” ของบริษัทลูกอย่าง ปอร์เช่ ซึ่งขาดทุนอย่างหนักในไตรมาสที่สามเช่นกัน

โอลิเวอร์ บลูม ซีอีโอของโฟล์คสวาเกน ซึ่งดำรงตำแหน่งซีอีโอของปอร์เช่ควบคู่กันมาด้วย จะส่งมอบตำแหน่งในปอร์เช่ให้คนอื่นในช่วงต้นปีหน้า และจะคงไว้เฉพาะตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของบริษัทแม่เท่านั้น

ในขณะนี้ นักลงทุนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นถึงความสามารถของเขาในการบริหารสองบริษัทไปพร้อมกัน ท่ามกลางช่วงเวลาที่ทั้งสองกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่

อ้างอิง: reuters