วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

แบงก์ชาติทั่วโลกตุน ‘ทองคำ’ ไม่หยุด กวาดซื้อไตรมาส 3 พุ่ง ไม่สนราคานิวไฮ

แบงก์ชาติทั่วโลกตุน ‘ทองคำ’ ไม่หยุด กวาดซื้อไตรมาส 3 พุ่ง ไม่สนราคานิวไฮ

สภาทองคำโลกเผย แบงก์ชาติทั่วโลกแห่ตุน ‘ทองคำ’ ต่อเนื่อง กวาดซื้อไตรมาส 3 กว่า 220 ตัน เพิ่มขึ้น 28% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ไม่สนราคานิวไฮ

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างอิง รายงานล่าสุดจากสภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยว่า ธนาคารกลางทั่วโลกได้เร่งการซื้อทองคำสำรอง ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ท่ามกลางสถานการณ์ที่ราคาทองคำได้พุ่งสูงจนทำสถิติใหม่

ในช่วงเดือนก.ค.ถึงเดือน ก.ย. ธนาคารกลางซื้อทองคำรวม 220 ตัน ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเป็นการฟื้นตัวจากภาวะชะลอตัวในช่วงต้นปี โดยธนาคารแห่งชาติคาซัคสถาน เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุด ขณะที่ ธนาคารกลางบราซิล ซื้อทองคำเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปี

แบงก์ชาติทั่วโลกตุน ‘ทองคำ’ ไม่หยุด กวาดซื้อไตรมาส 3 พุ่ง ไม่สนราคานิวไฮ

ปริมาณทองคำแท่งที่ธนาคารกลางซื้อรวมในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ต้นปีถึงก.ย. มีจำนวน 634 ตัน ซึ่งยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงก่อน สงครามรัสเซีย-ยูเครน อย่างมาก  นอกจากนี้ WGC คาดว่ายอดซื้อทองคำแท่งตลอดทั้งปี 2568 จะอยู่ระหว่าง 750 ถึง 900 ตัน 

3 ปัจจัยกระตุ้นแรงซื้อ

ราคาทองคำได้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ 4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อต้นเดือนตุลาคม และปรับตัวขึ้นราว 50% ในปีนี้ การพุ่งขึ้นนี้ได้รับแรงหนุนส่วนหนึ่งจากแรงซื้อของธนาคารกลาง และการเข้าซื้อของนักลงทุนรายใหญ่อย่างกองทุนป้องกันความเสี่ยง

ไตรมาสที่ 3 ถือเป็นไตรมาสที่มี "เงินทุนไหลเข้า" สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สำหรับกองทุนซื้อขายทองคำ (Gold-backed ETF) โดยมีเงินไหลเข้าจากทั่วโลกถึง 26,000 ล้านดอลลาร์

สิ่งที่น่าสนใจคือ ความต้องการทองคำของนักลงทุนเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากนักลงทุนกลัว "พลาดโอกาสทำกำไร" (FOMO)

Louise Street นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของ WGC ระบุว่า การที่ธนาคารกลางยังคงเดินหน้าซื้อทองคำในปริมาณมากอย่างมีกลยุทธ์ แม้ราคาจะสูงขึ้น เป็นผลมาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ  ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น, แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงมีอยู่ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าโลก ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่กระตุ้นความต้องการ "สินทรัพย์ปลอดภัย"

WGC ระบุว่า ความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม และความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐก็เป็นปัจจัยผลักดันให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในช่วงไตรมาสนี้เช่นกัน หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%   

ขณะที่ การบริโภคทองคำรูปพรรณในไตรมาสที่ 3 ลดลงต่ำสุดในแง่ของปริมาณ นับตั้งแต่ปี 2563 เนื่องจากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้น โดยราคาทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ทำให้มูลค่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคสำหรับทองคำรูปพรรณเติบโต 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สู่ระดับ 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์ 

 

 

อ้างอิง Bloomberg

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์