การท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ทุกประเทศหมายตา เพราะเพียงแค่มีธรรมชาติงดงามหรือแหล่งโบราณสถานเก่าแก่ก็ทำเงินได้ แต่หากจะต่อยอดให้ยั่งยืนรัฐต้องลงมือทำมากกว่านั้น
งานมัธยประเทศทราเวลมาร์ท 2025 (Madhya Pradesh Travel Mart 2025: MPTM 2025) จัดโดยการท่องเที่ยวมัธยประเทศและสหพันธ์หอการค้าและอุตสาหกรรมอินเดีย (FICCI) ณ เมืองโภปาล ระหว่างวันที่ 11-13 ต.ค.ถือเป็นตัวอย่างความทุ่มเทของรัฐในการสนับสนุนการท่องเที่ยว ยกระดับงานให้เป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก ส่งผลต่อเนื่องให้รัฐมัธยประเทศเป็นหัวใจของ Incredible India
MPTM 2025 ไม่ใช่แค่งานจับคู่ธุรกิจแบบ B2B ทั่วไป แต่เป็นการเปิดศักยภาพการท่องเที่ยวของรัฐที่มีความหลากหลายสาธยายไม่หมด รัฐบาลรัฐมัธยประเทศทุ่มทุนเชิญผู้ประกอบการท่องเที่ยว อินฟลูเอนเซอร์ และผู้สื่อข่าวจากทั่วโลกมาสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของรัฐหลายวันก่อนถึงวันงาน เพื่อให้นึกภาพออกว่าจริงๆ แล้วการท่องเที่ยวมัธยประเทศเป็นอย่างไร
กล่าวในภาพรวมมัธยประเทศไม่ได้เป็นเพียงใจกลางประเทศอินเดียในแง่ภูมิศาสตร์ รัฐนี้เป็นหัวใจของอินเดียในแง่ของแหล่งโบราณสถาน ธรรมชาติบริสุทธิ์ พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ และการผจญภัย แหล่งมรดกโลกอย่างสถูปแห่งสาญจีคือประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ ศูนย์อนุรักษ์เสือคันฮา, บันดาฟการ์ห, เพนช์, สัตปุระ และปันนา คือสุดยอดแหล่งท่องเที่ยวซาฟารี นักท่องเที่ยวสายเทพต้องไม่พลาดพิธีบูชาแม่น้ำนาร์มาดาที่จัดขึ้นทุกสัปดาห์ แหล่งท่องเที่ยวประเภทอีโคทัวริซึมมากกว่า 30 ที่ เส้นทางเดินป่ากว่า 50 เส้นทาง หรือจะเลือกปั่นจักรยาน บิดมอเตอร์ไซค์ ดิ่งพสุธาชมวิว มัธยประเทศก็มีให้เลือกสรรตามใจชอบ มารัฐนี้รัฐเดียวเท่ากับเที่ยวอินเดียทั้งประเทศ!
World Pulse ได้รับการประสานผ่านสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทยให้ร่วมทริปท่องเที่ยวมัธยประเทศและร่วมงาน MPTM 2025 ไปกับภูมิพิพัฒ มีสำราญ จากบริษัทซัน สไมล์ เวิลด์ ทราเวล, สหนพ เดชยา จากวีโก ทราเวล ทั้งสองคนเป็นอุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) และ ณัฐกาญจน์ ธงศิลา เจ้าของเพจตะลุยอินเดีย ได้รับฟังมุมมองน่าสนใจนำมาปรับใช้กับการท่องเที่ยวไทย
ภูมิพิพัฒ ที่ได้เยี่ยมชมหมู่บ้านโฮมสเตย์มุกกิ, ท่องป่าตามหาเสือที่่อุทยานแห่งชาติคันฮาและเยือนแหล่งมรดกโลกสาญจี มองว่า สำหรับนักท่องเที่ยวไทยการเดินทางท่องเที่ยวมัธยประเทศอาจไม่สะดวกสบายเท่าที่ควร ถนนหนทางยังแคบการเดินทางเพียง 200 กิโลเมตรยังต้องใช้เวลาถึงหกชั่วโมง
สหนพก็มองไปในทางเดียวกันเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่ยังต้องพัฒนาต่อไป ส่วนโรงแรมมีคุณภาพหลากหลาย บางแห่งดีมากแต่บางแห่งยังไม่พร้อมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป โฮมสเตย์ยังมีความดิบและไม่สะดวกสบายเท่าที่นักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่ต้องการเช่น มีเพียงห้องเดียว ห้องพักอยู่ลึก
"ตลาดหลักสำหรับมัธยประเทศจากประเทศไทยยังคงเป็น 'ตลาดแสวงบุญ' ที่มากันคนละหลายๆ รอบ ยังไม่เหมาะสำหรับตลาดท่องเที่ยวทั่วไป (Mass Tourism) หรือผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มที่ชอบการผจญภัยหรือผู้ที่ 'หลงรักอินเดีย' จริงๆ" สหนพกล่าว
สองหนุ่มเห็นตรงกันว่า มัธยประเทศยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้พร้อมมากขึ้น ขณะที่ณัฐกาญจน์ ผู้มาอินเดียเกินกว่า 20 ครั้งมองต่างออกไปว่า มัธยประเทศมีสถานที่น่าสนใจและน่าเที่ยวมากมาย โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวแบบแบกเป้
สิ่งที่ณัฐกาญจน์พูดสอดคล้องกับนโยบายของรัฐที่ต้องการสร้างการท่องเที่ยวอันครอบคลุม โครงการริเริ่มที่ชื่อว่า “แหล่งท่องเที่ยวปลอดภัยสำหรับผู้หญิง” เอื้ออำนาจให้กับผู้หญิงในฐานะมัคคุเทศก์และผู้ประกอบการ เสริมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวปลอดภัยที่แท้จริง
ฟังมุมมองสองหนุ่มหนึ่งสาวพอหอมปากหอมคอได้ข้อสรุปว่า การท่องเที่ยวไม่แตกต่างจากสินค้าชนิดอื่นเป็นการบริโภคตามรสนิยม ชอบใคร ชอบมัน เข้าทำนอง “ลางเนื้อชอบลางยา” แต่ถ้าใครมีโอกาสไปเยือนอินเดียไม่ว่าจะเป็นครั้งแรกหรือครั้งต่อๆ ไป ก็อยากให้แวะไปสัมผัสมัธยประเทศดู สำหรับคนที่ไม่เคยไป แล้วจะเห็นความตั้งใจต้อนรับนักท่องเที่ยวของคนที่นั่น
สำหรับความรู้สึกของ World Pulse "อินเดียเป็นประเทศที่ไม่จำเป็นว่าต้องรัก หรือชอบ แต่เมื่อคุณได้ไปสักครั้ง จะประทับใจไม่มีวันลืม" เข้าทำนอง "ไม่รักแต่คิดถึง" มัธยประเทศก็เช่นกัน!





