Kering เจ้าของ Gucci เล็งขาย 'ธุรกิจความงาม' ให้ L’Oreal

Kering เจ้าของ Gucci เล็งขาย 'ธุรกิจความงาม' ให้ L’Oreal

Kering เล็งขาย ‘ธุรกิจความงาม’ มูลค่าราว 1.5 แสนล้านบาทให้กับ L’Oreal ถือเป็นหมากสำคัญของซีอีโอคนใหม่ในการพลิกฟื้นกลุ่มแบรนด์หรูที่เจอแรงกดดันจากภาระหนี้และยอดขายกุชชี่ที่ดิ่งหนัก

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า “Kering” เจ้าของแบรนด์หรู Gucci ประกาศว่า ได้บรรลุข้อตกลง “ขายธุรกิจความงาม” ให้กับบริษัท “L’Oreal” บริษัทเครื่องสำอางและความงามที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในมูลค่า 4,000 ล้านยูโร (ราว 1.5 แสนล้านบาท) แล้ว เพื่อให้ลูกา เดอ เมโอ ซีอีโอคนใหม่ เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สินก้อนใหญ่ของกลุ่ม และมุ่งกลับไปให้ความสำคัญกับธุรกิจแฟชั่นหลักของบริษัท

ภายใต้ข้อตกลงนี้ ยักษ์ใหญ่ด้านความงามของฝรั่งเศสอย่าง L’Oreal จะเข้าซื้อกิจการน้ำหอมแบรนด์ “Creed” ของ Kering รวมถึงได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาและผลิตน้ำหอมและผลิตภัณฑ์ความงามภายใต้แบรนด์แฟชั่นของเคอริง ได้แก่ Gucci, Bottega Veneta และ Balenciaga ภายใต้สัญญาอนุญาตพิเศษระยะเวลา 50 ปี

การขายกิจการครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของเคอริง ในการลดภาระหนี้สินสุทธิ ซึ่ง ณ สิ้นเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 9.5 พันล้านยูโร ยังไม่รวมภาระหนี้จากสัญญาเช่าระยะยาวอีก 6 พันล้านยูโร ที่สร้างความกังวลในหมู่นักลงทุน

ที่ผ่านมา บริษัทเผชิญปัญหาในการพลิกฟื้นการเติบโตที่ชะลอตัวของแบรนด์หลักอย่าง Gucci ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการชะลอตัวในตลาดสำคัญอย่างจีน

ดีลนี้เกิดขึ้นไม่ถึงสองเดือนหลังจากที่ลูกา เดอ เมโอ เข้ารับตำแหน่งซีอีโอ โดยถือเป็นการยกเลิกหนึ่งใน “กลยุทธ์พลิกโฉม” ครั้งใหญ่ที่ริเริ่มโดยฟรองซัวส์-อองรี ปิโนต์ อดีตซีอีโอ ซึ่งครอบครัวของเขาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่ม

ทั้งนี้ Kering ได้จัดตั้งธุรกิจเครื่องสำอางของตนเองขึ้นในปี 2023 หลังจากเข้าซื้อบริษัทผลิตน้ำหอม Creed ด้วยมูลค่า 3.5 พันล้านยูโร เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพารายได้จากแบรนด์ Gucci ซึ่งเป็นแหล่งทำกำไรหลักของบริษัท แต่กลุ่มเคอริงกลับประสบปัญหาในการขยายธุรกิจด้านนี้ โดยในครึ่งปีแรกบริษัทขาดทุนจากการดำเนินงานสูงถึง 60 ล้านยูโร รายได้ของ Gucci ร่วงลงถึง 25% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในไตรมาสล่าสุดที่มีการรายงาน เพิ่มแรงกดดันให้ Kering ต้องเร่งลดภาระหนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือทางเครดิตเพิ่มเติม

ด้าน L’Oreal ในปัจจุบัน ผลิตน้ำหอมยอดนิยมภายใต้แบรนด์ Yves Saint Laurent (YSL) หลังจากซื้อสิทธิ์ในการผลิตจากเคอริงในปี 2008 ด้วยมูลค่า 1.15 พันล้านยูโร

สำหรับข้อตกลงล่าสุดในการซื้อกิจการธุรกิจเครื่องสำอางของเคอริงครั้งนี้ จะเป็น “การเข้าซื้อกิจการที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ L’Oreal” ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าการซื้อแบรนด์ออสเตรเลีย Aesop มูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2023

นอกจากนี้ L’Oreal ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทกำลังพิจารณาดีลเข้าซื้อกิจการอีกหลายแห่งในปีนี้ โดยรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ตัวแทนของ กลุ่ม Armani ได้เข้าหารือกับ L’Oreal หลังจากที่บริษัทถูกระบุชื่อไว้ในพินัยกรรมของดีไซเนอร์ผู้ล่วงลับ จอร์โจ อาร์มานี ว่าเป็นหนึ่งในผู้ซื้อที่เขาต้องการให้เข้าถือหุ้นส่วนน้อยในแฟชั่นเฮาส์ของตน

อ้างอิง: reuters