ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ขึ้นกล่าวไว้อาลัยต่อการจากไปของชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษนิยม ลั่น ฝ่ายซ้ายหัวรุนแร งและเขาเกลียดพวกตรงข้าม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวยกย่อง ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษนิยมว่าเป็น “ผู้พลีชีพเพื่ออิสรภาพคนอเมริกัน” เมื่อวันอาทิตย์ (21 ก.ย.) ใน งานรำลึกถึงเคิร์ก และให้คำมั่นว่าจะสานงานของเขาต่อ พร้อมกล่าวโทษมือสังหารเคิร์กอีกรอบว่าเป็น “ฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง”
“ความรุนแรงส่วนใหญ่มาจากฝ่ายซ้าย” ทรัมป์กล่าวโดยไม่เปิดเผยหลักฐาน
ทรัมป์ กล่าวโทษฝ่ายซ้ายตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ลอบยิงเคิร์กจนถึงแก่ชีวิตเมื่อต้นเดือน ก.ย. ที่ผ่าน ก่อนที่ผู้ต้องสงสัยจะถูกจับกุม
รอยเตอร์สระบุว่า ข้อความของเขาสะท้อนให้เห็นสองมุมในงานรำลึกถึงเคิร์ก ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนได้รับการรักษาทางจิตใจด้วยหลักศาสนา ผสมผสานเข้ากับการชุมนุมของกลุ่ม “Make America Great Again” หรือ MAGA
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ, พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ และบุคคลสำคัญที่บ่งบอกว่าเคิร์กมีอิทธิพลทางการเมืองมากเพียงใด ก็ร่วมกล่าวในงานรำลึกนี้ด้วยเช่นกัน
ด้านเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ให้เครดิตเคิร์กที่ช่วยให้ทรัมป์ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีด้วยการดึงดูดเสียงจากคนรุ่นใหม่
“รัฐบาลของเราทั้งหมดอยู่ที่นี่ แต่ไม่ใช่เพราะพวกเรารักชาร์ลีเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง แต่เพราะพวกเรารู้ว่าเราไม่มีทางอยู่ตรงนี้ได้ถ้าไม่มีเขา”
อย่างไรก็ตาม สุนทรพจน์ของทรัมป์ เป็นสุนทรพจน์ที่สร้างความแตกแยกอย่างเปิดเผยที่สุด เขาได้โจมตี “ฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และแสดงท่าทีขับข้องใจแบบเดียวกับตอนหาเสียง แม้วิทยากรบางคน เช่น มิลเลอร์ ทัลซี แกบบาร์ด ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ และแจ็ก โพโซเบียค ผู้ทรงอิทธิพลฝ่ายอนุรักษนิยม หันเหความสนใจของงานเข้าเรื่องเมือง แต่ส่วนใหญ่ยังคงเน้นการกล่าวยกย่องเคิร์กโดยไม่กล่าวโทษใคร
“เขาไม่ได้เกลียดฝ่ายตรงข้าม” ทรัมป์กล่าวถึงแคมเปญ “prove me wrong” ของเคิร์กที่เน้นถาม-ตอบกับกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มีความคิดเห็นตรงข้าม และว่าตนไม่เห็นด้วยกับชาร์ลี “ผมเกลียดฝ่ายตรงข้าม”
ทั้งนี้ งานรำลึกดังกล่าวจัดที่สนามกีฬาสเตตฟาร์มในเมืองเกลนเดล รัฐแอริโซนาโดยTurning Point USA ซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนเยาวชนอนุรักษนิยมของเคิร์ก มีคนหลายหมื่นคน สวมชุดสีแดง ชาว และฟ้า เข้าร่วมงานดังกล่าว
ในงานรำลึกยังมีการแสดงจากศิลปินร็อกคริสเตียนชื่อดังมากมาย เปรียบเสมือนบรรยากาศพิธีมิสซาวันอาทิตย์ของโบสถ์ขนาดใหญ่ ผู้เข้าร่วมต่างมีอารมณ์ร่วมกับงานอย่างลึกซึ่งชายหญิงบางคนหลับตาฟังเพลง ขยับตัวและโบกมือไปตามจังหวะ พร้อมน้ำตาไหลอาบแก้ม
รอยเตอร์ระบุว่า สนามกีฬาแห่งนี้ซึ่งปกติจุคนได้ 63,000 คน ดูเหมือนจะมีคนนั่งเต็มไปหมด
บรรดาเพื่อนของเคิร์ก และกลุ่มอนุรักษนิยมต่างยกย่องเขาในฐานะชาวคริสเตียนผู้สร้างแรงบันดาลใจ
เอริกา เคิร์ก ภรรยาชองเขา ที่เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้นำองค์กร Turning Point ได้ขึ้นกล่าวแสดงความอาลัยต่อสามีผู้ล่วงลับ เธอมองไปบนฟ้าและพึมพำว่า “ฉันรักคุณ” ก่อนจะกล่าวถึงความศรัทธาในศาสนาคริสต์ของเคิร์กครอบครัวของเขา (เคิร์กมีลูกเล็ก 2 คน) และแคมเปญของเขา
“ฉันอยากบอกให้พวกคุณรู้ ขณะที่ชาร์ลีจากไปอย่างรวดเร็วเกินไปนี้ เขาพร้อมตายอยู่แล้ว เราได้จากโลกนี้ไปโดยไม่เสียดายอะไร เขาทำในสิ่งที่เขาทำได้ 100% ในทุกๆ วัน”
เอริกายังได้กล่าวให้อภัยชายหนุ่มวัย 22 ปี ที่ถูกจับกุมข้อหาฆาตรกรรมเคิร์ก และอ้างคำบอกเล่าในพระคัมภีร์ที่พระเยซูคริสต์ทรงขอร้องสาวกของพระองค์ให้อภัยผู้ที่ทรมานพระองค์ขณะที่อยู่บนไม้กางเขน
“สามีของฉัน ชาร์ลี เขาต้องการปกป้องชายหนุ่ม เช่นเดียวกับคนที่พรากชีวิตเขาไป” เธอกล่าวก่อนจะพูดต่อทั้งน้ำตา ขณะที่ผู้ร่วมงานต่างปรบมือให้กำลังใจเธอเบาๆ
ซ้าย ปธน.ทรัมป์ ขวา เอริกา
นักการเมืองบางคนมองว่าการตายของเคิร์กเป็นช่วงเวลาสำคัญของกลุ่มเคลื่อนไหวอนุรักษนิยม และปลุกระดมให้ผู้ติดตามทำงานที่เขาสานงานของเขาเสร็จสิ้น ซึ่งบางครั้งมีการพูดปลุกระดมอย่างแข็งกร้าว
สตีเฟน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาผู้ทรงอำนาจในทำเนียบขาว กล่าวด้วยถ้อยคำที่เผ็ดร้อน “พวกเราจะเก็บชาร์ลีและเอริกาไว้ในใจทุกวัน และต่อสู้หนักขึ้นกว่าเดิมเพราะสิ่งที่คุณทำกับเรา”





