วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2569

Login
Login

ฮาร์วาร์ดชนะ! ศาลตัดสิน 'ทรัมป์' ตัดงบประมาณสถาบันอย่างผิดกฎหมาย

ฮาร์วาร์ดชนะ! ศาลตัดสิน 'ทรัมป์' ตัดงบประมาณสถาบันอย่างผิดกฎหมาย

ศาลตัดสิน รัฐบาลของปธน.ทรัมป์ ตัดเงินทุนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดอย่างผิดกฎหมาย และสั่งห้ามรัฐบาลตัดงบใดๆ เพิ่มเติมอีก ชี้ ละเมิดสิทธิเสรีภาพในการพูด

ศาลรัฐบาลกลางตัดสินเมื่อวันพุธ (3 ก.ย.) ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติให้เงินทุนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดราว 2,200 ล้านดอลลาร์อย่างผิดกฎหมาย และไม่สามารถตัดงบประมาณการวิจัยของสถาบันไอวีลีกอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้อีกต่อไป

การตัดสินของอัลลิสัน เบอร์ราฟส์ ผู้พิพากษาศาลแขวงในบอสตัน ถือเป็นชัยชนะทางกฎหมายครั้งใหญ่ของฮาร์วาร์ดที่พยายามหาข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งกับทำเนียบขาวที่มีปัญหากับมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดและร่ำรวยที่สุดของชาติในหลายเรื่อง

สถาบันที่ตั้งอยู่ในแคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์แห่งนี้ กลายเป็นจุดสนใจสำคัญของแคมเปญรัฐบาลกลางที่พยายามตัดงบประมาณกลางเพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในสหรัฐที่ทรัมป์บอกว่าตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของลัทธิต่อต้านชาวยิว และ “ฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง”

รัฐบาลสหรัฐได้ยกเลิกให้เงินทุนแก่นักวิจัยฮาร์วาร์ดหลายร้อยคน เนื่องจากสถาบันไม่สามารถแก้ไขปัญหาการคุกคามนักศึกษาชาวยิวในรั้วมหาวิทยาลัยได้ดีพอ

ฮาร์วาร์ดจึงฟ้องศาล แย้งรัฐบาลทรัมป์ตอบโต้ด้วยการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการพูดหลังจากสถาบันปฏิเสธดำเนินการตามความต้องการของรัฐบาลให้ปฏิรูปการบริหาร การจ้างงาน และโครงการวิชาการให้สอดคล้องกับวาระอุดมการณ์ของรัฐ

เบอร์ราฟส์ ผู้พิพากษาที่ได้รับการแต่งตั้งจากอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา เห็นด้วยกับคำโต้แย้งของฮาร์วาร์ด โดยบอกว่า ขณะที่ฮาร์วาร์ดอดทนอดกลั้นต่อพฤติกรรมเกลียดชังมานานเกินไป รัฐบาลทรัมป์กลับใช้ลัทธิต่อต้านชาวยิวเป็นฉากบังหน้า เพื่อโจมตีมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศโดยมีแรงจูงใจด้านอุดมการณ์

ผู้พิพากษา กล่าวว่าแคมเปญกดดันของรัฐบาลด้วยการระงับงบประมาณฮาร์วาร์ดโดยไม่สอดคล้องตามกฎหมายและตอบโต้สถาบันด้วยการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการพูดภายใต้บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ของสหรัฐ

เบอร์ราฟส์บอกว่า เป็นหน้าที่ของศาลในการปกป้องเสรีภาพของสถาบันการศึกษา และสร้างความมั่นใจว่าการวิจัยที่สำคัญนั้นไม่ควรถูกระงับโดยพลการและด้วยขั้นตอนที่ไม่ถูกต้องแม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะเสี่ยงสร้างความไม่พอใจต่อรัฐบาลที่มุ่งมั่นต่อวาระของตนไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

ลิซ ฮุสตัน โฆษกทำเนียบขาวแถลงการณ์ ให้คำมั่นว่าจะอุทธรณ์คำตัดสินของผู้พิพากษานักเคลื่อนไหวของโอบามา โดยบอกว่า ฮาร์วาร์ดไม่มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการเข้าถึงเงินภาษีของประชาชน และไม่มีสิทธิได้รับเงินทุนช่วยเหลือในอนาคต”

ข้อความจากอาลัน การ์เบอร์ อธิบดีฮาร์วาร์ด ถึงทุกคนในมหาวิทยาลัย ระบุว่าคำตัดสินดังกล่าว “ตอกย้ำถึงข้อโต้แย้งของเราในการปกป้องเสรีภาพทางวิชาการของมหาวิทยาลัย การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ และหลักการสำคัญของการศึกษาระดับอุดมศึกษาของอเมริกา”

อย่างไรก็ตาม มีมหาวิทยาลัยไอวีลีกอื่นๆ อีก 3 สถาบันที่ทำข้อตกลงกับรัฐฐาล รวมถึงมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ที่ตกลงจ่าย 220 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือน ก.ค. เพื่อถึงงบประมาณวิจัยจากรัฐบาลกลางกลับมา หลังถูกปฏิเสธงบฯ ถูกกล่าวหาว่ามหาวิทยาลัยปล่อยให้ลัทธิต่อต้านชาวยิวแพร่หลายในสถาบัน

ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังได้ใช่มาตรการอื่นๆ ต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เนื่องจากสถาบันเหล่านี้มีการประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์ที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในวิทยาเขตและมหาวิทยาลัยอื่นๆ

แต่ฮาร์วาร์ดบอกว่า สถาบันได้ดำเนินการแล้วเพื่อสร้างความมั่นใจว่าสถาบันพร้อมต้อนรับทั้งนักศึกษาชาวยิวและชาวอิสราเอล ที่ได้รับการปฏิบัติอย่าง “โหดร้ายและน่าตำหนิติเตียน” หลังจากสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซาเริ่มต้นขึ้น

การตัดสินใจยกเลิกทุนสนับสนุนของรัฐบาลเป็นหนึ่งในหลายมาตรการที่ใช้จัดการฮาร์วาร์ดนอกจากนี้ รัฐบาลยังได้สั่งห้ามนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย คุกคามสถานะการรับรองวิทยฐานะของฮาร์วาร์ด และเปิดโอกาสให้มีการตัดเงินทุนเพิ่มจากการพบว่ามหาวิทยาลัยละเมิดกฎหมายสิทธิพลเมืองของรัฐบาลกลาง