วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

เตรียมปิดฉาก ‘เอเวอร์แกรนด์’ จากดาว 51,000 ล้าน สู่เป็นหนี้ 300,000 ล้าน

เตรียมปิดฉาก ‘เอเวอร์แกรนด์’ จากดาว 51,000 ล้าน สู่เป็นหนี้ 300,000 ล้าน

‘เอเวอร์แกรนด์’ ที่เคยรุ่งเรือง กำลังปิดฉากด้วยการถูกเพิกถอนจากตลาดหุ้น หลังแบกรับหนี้กว่า 9.7 ล้านล้านบาท และผิดนัดชำระหนี้ วิกฤติครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนการสิ้นสุด ‘ยุคทองอสังหาฯ จีน’ แต่ยังทิ้งบาดแผลให้ผู้ซื้อบ้านที่ยังคงรอคอยการส่งมอบ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า กลุ่มบริษัท “ไชน่าเอเวอร์แกรนด์” (China Evergrande Group) ซึ่งเคยเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของจีน กำลังเข้าสู่ “จุดล่มสลาย”

จากแต่ก่อนที่เคยเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อปี 2009 ในระดับการระดมทุนครั้งใหญ่ที่สุดของเอกชนจีนในเวลานั้น จนล่าสุด Evergrande กลับกำลัง “ถูกเพิกถอน” ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

สำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายนี้ เริ่มต้นด้วยการเข้าตลาดหุ้นอย่างแข็งแกร่ง ด้วยมูลค่าหุ้นอยู่ที่ 9,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2009 ก่อนจะพุ่งขึ้นกว่า 5 เท่า แตะระดับ 51,000 ล้านดอลลาร์ในอีก 8 ปีต่อมา ทว่ากลับร่วงลงอย่างหนักในช่วงไม่กี่ปีหลัง จนปัจจุบันเหลือเพียง 282 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

เส้นทางจาก “ดาวรุ่งแห่งตลาดหุ้น” กลายเป็น “บริษัทที่ถูกเมิน” ในตลาดการเงิน คือ บทเรียนเตือนใจของการขยายตัวแบบกู้หนี้เกินตัวในเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก

หุ้นบริษัท เคยทำราคาสูงสุดถึง 31.39 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น ก่อนจะร่วงลงเหลือเพียง 0.163 ดอลลาร์ฮ่องกง เมื่อมีการซื้อขายครั้งสุดท้ายเมื่อ 19 เดือนก่อน

ในการซื้อขายหุ้นของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีหนี้สินมากที่สุดในโลกนี้ ซึ่งมีภาระหนี้กว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 9.7 ล้านล้านบาท ถูกระงับมาตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2024 หลังจากบริษัท “ผิดนัดชำระหนี้” และไม่สามารถบรรลุแผนปรับโครงสร้างหนี้ได้

เอเวอร์แกรนด์ (3333.HK) กำลังถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เนื่องจากไม่สามารถกลับมาซื้อขายได้ภายในระยะเวลา 18 เดือน ตามเอกสารที่ยื่นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา

การเพิกถอนครั้งนี้ จะถือเป็นการปิดฉากวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของจีน ซึ่งเริ่มต้นในปี 2021 

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัทไชน่าเซาท์ซิตี้ (1668.HK) กลายเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีรัฐหนุนหลังรายแรก ที่ถูกศาลสูงฮ่องกงสั่งชำระบัญชี หลังจากก่อนหน้านี้มีบริษัทเอกชนหลายแห่งต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกัน

“เอเวอร์แกรนด์ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการล่มสลายของภาคอสังหาริมทรัพย์จีนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา” แกรี อึ้ง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารเพื่อการลงทุน Natixis กล่าว

แม้ว่าการถูกเพิกถอนออกจากตลาดหุ้นจะเป็นเรื่องเชิงสัญลักษณ์เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่เขาชี้ว่า “ก็ยังสะท้อนถึงการสิ้นสุดของยุคทองแห่งภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางการจีนพยายามอย่างหนักที่จะฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขณะที่ผู้ซื้อบ้านยังคงรอคอยการส่งมอบบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ และเจ้าหนี้ต่างหวังจะได้เงินคืน

“เป็นเรื่องยากที่จะกระตุ้นอุปสงค์การบริโภค และความเชื่อมั่นได้ หากผู้คนยังไม่มีเงินในกระเป๋า” ออสการ์ ชอย ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของบริษัท Oscar and Partners Capital ในฮ่องกง ซึ่งเคยติดตามเอเวอร์แกรนด์ในฐานะนักวิเคราะห์หุ้นกล่าว

ขณะเดียวกัน ความหวังของผู้ซื้อบ้านบางราย และนักลงทุนที่นำเงินไปลงในผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งของเอเวอร์แกรนด์ ก็ “กำลังเลือนหายไป” เช่นกัน

“หลังจากไปดูบ้านมาหลายโครงการ ผมเลือกเอเวอร์แกรนด์ เพราะคิดว่าบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ขนาดใหญ่ขนาดนี้คงไม่ล่มสลาย แต่ผมคิดผิด” ผู้ใช้งาน Douyin ที่มีชื่อบัญชี 8AD2D1D4 ซึ่งกำลังรอรับมอบบ้าน เขียนไว้ในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย

 

 

อ้างอิง: reuters

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์