วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

จีนเปลี่ยนกลยุทธ์ใช้ 'เศรษฐกิจเป็นอาวุธ' กดดันคู่ค้า ควบคุมห่วงโซ่การผลิต

จีนเปลี่ยนกลยุทธ์ใช้ 'เศรษฐกิจเป็นอาวุธ' กดดันคู่ค้า ควบคุมห่วงโซ่การผลิต

บทวิเคราะห์ “How scared should you be of “th1.0e China squeeze” ของดิอีโคโนมิสต์ ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกล่าวไว้ว่า "รัสเซียชนะคุณด้วยสงคราม ในขณะที่จีนชนะคุณด้วยการค้า" คำพูดนี้ดูเหมือนจะมีมูลความจริงมากขึ้น หลังจากที่สงครามการค้าจีน-สหรัฐดำเนินมานานหลายเดือนแล้ว ตอนนี้จีนกำลังใช้เวลานี้ในการพัฒนาอาวุธทางเศรษฐกิจที่ทรงอานุภาพ

จีนเปลี่ยนกลยุทธ์จากเดิมที่เคยลงโทษประเทศอื่นด้วยการห้ามเข้าถึงตลาดผู้บริโภคจีน เช่น ไวน์ออสเตรเลียหรือเนื้อลิทัวเนีย มาเป็นการ “บดขยี้” ห่วงโซ่การผลิต และอุตสาหกรรมต่างประเทศที่ต้องพึ่งพาจีน

ความสำเร็จของจีนเริ่มปรากฏชัดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เมื่อเดือนเม.ย. จีนตอบโต้ภาษีอเมริกันด้วยการหยุดส่งออกแร่หายาก และแม่เหล็กที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมอเมริกัน ภายในไม่กี่สัปดาห์ อุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกันมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ต้องอยู่ในสภาวะตื่นตระหนก และทรัมป์ต้องรีบเข้ามาเจรจาเพื่อสงบศึกกับจีนกว่าร้อยวัน

เช่นเดียวกัน เดือนก.ค. ผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) ก็ต้องวิตกกังวลเมื่อเห็นโฟลว์การซื้อขายแร่หายาก และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ไปยุโรปชะลอตัวโดยไม่มีคำอธิบาย จนผู้นำอียูต้องรีบเข้าไปเจรจากับสี จิ้นผิง เพื่อขอให้ปักกิ่งเร่งส่งสินค้าดังกล่าวเข้ายุโรป

แผนการนี้สอดคล้องกับแนวคิดของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เรียกร้องในปี 2020 ให้จีนสร้างสถานการณ์ที่โลกต้องพึ่งพาจีนฝ่ายเดียว โดยลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันทำให้ห่วงโซ่การผลิตระหว่างประเทศ "ต้องพึ่งพาจีนมากขึ้น" สี จิ้นผิงเรียกสิ่งนี้ว่า "อาวุธสำคัญในการตอบโต้และป้องกัน"

ข้อมูลจากวิคกิ้ง โบห์แมน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทัฟต์สและคณะ ชี้ให้เห็นว่าการใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2025 เพิ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ 

ระบบ 'ไลเซนส์' เครื่องมือคุมการค้าจีน

ปัจจุบันปักกิ่งสร้างระบบใบอนุญาตส่งออกสำหรับสินค้ากว่า 700 รายการ รวมถึงเครื่องจักรการผลิตที่ทันสมัย วัตถุดิบในการผลิตแบตเตอรี่ เทคโนโลยีชีวภาพ เซนเซอร์ และแร่ธาตุสำคัญ หลายรายการเป็นสินค้าที่เกือบทั้งโลกต้องมาซื้อกับจีนเท่านั้น

ที่สำคัญ บทวิเคราะห์ของดิอีโคโนมิสต์ ระบุว่า ระเบียบเหล่านี้ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปิดการส่งออกได้เพียงยกเลิกใบอนุญาต เพราะผู้ผลิตจีนต้องรายงานกับทางการว่าคู่ค้ากับตัวเองคือใคร ทำให้รัฐบาลสามารถหยุดส่งแร่หายากให้บริษัทในอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศในตะวันตกเฉพาะรายได้

อินเดียคือ หนึ่งในประเทศที่จีนใช้มาตรการนี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากท่าทีของแอปเปิลที่ต้องการลดการพึ่งพาจีนไปหาอินเดียมากขึ้น สิ่งที่สี จิ้นผิงทำคือ การไม่อนุมัติใบอนุญาตส่งเครื่องจักรที่ทันสมัยไปอินเดีย และการจำกัดเครื่องมือ และแร่หายากดิสโพรเซียมทำให้การผลิตไอโฟน และแอร์พอดส์ชะลอตัว

บทวิเคราะห์ของดิอีโคโนมิสต์ ระบุเพิ่มเติมว่า เดือน มิ.ย. ฟ็อกซ์คอนน์ หนึ่งในซัพพลายเชนของแอปเปิลจากไต้หวันเรียกวิศวกรจีนกว่า 300 คนออกจากอินเดีย แสดงว่าการเคลื่อนไหวล่าสุดอาจเป็นความร่วมมือระหว่างปักกิ่ง และฟอกซ์คอนน์

 

 

อ้างอิง: The Economist 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์