วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

สม รังสี ชี้ 'ฮุน เซน' มุ่งโจมตีไทยไม่ใช่รักชาติ แต่กลัวระบอบตัวเองล่ม

สม รังสี ชี้ 'ฮุน เซน' มุ่งโจมตีไทยไม่ใช่รักชาติ แต่กลัวระบอบตัวเองล่ม

ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาแฉ 'ฮุนเซน' มุ่งโจมตีไทยไม่ใช่เพราะรักชาติ แต่เพราะเบี่ยงประเด็นกลัวระบอบล่ม หลังไทยกวาดล้างแหล่งสแกมเมอร์อย่างหนัก หวั่นท่อน้ำเลี้ยงหาย

นายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญของกัมพูชา ซึ่งต้องลี้ภัยไปต่างประเทศหนีภัยคุกคามทางการเมือง ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ระบุถึงความเคลื่อนไหวของฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาที่กำลังมุ่งเป้าโจมตีไทยอย่างหนักว่า ไม่ได้มาจากความรักชาติ แต่เป็นเพราะกลัวระบอบล่ม หลังจากไทยกวาดล้างแหล่งสแกมเมอร์ที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงอย่างหนัก โดยมีรายละเอียดตามแถลงการณ์ดังนี้
 

"ความโกรธแค้นของฮุน เซนที่มีต่อประเทศไทยในปัจจุบัน ไม่ได้มาจากความภาคภูมิใจในชาติ แต่มาจากภัยคุกคามที่เพิ่มมากขึ้นต่อแหล่งรายได้ผิดกฎหมายที่หล่อเลี้ยงอำนาจของเขา นั่นคือกลุ่มอาชญากรที่อยู่ภายใต้การควบคุมของมาเฟียจีนและดำเนินการตามแนวชายแดนกัมพูชา เครือข่ายเหล่านี้กำลังเผชิญกับการปราบปรามที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนโดยทางการไทย

วาทกรรมต่อต้านไทยของฮุน เซนเป็นเพียงแค่ฉากบังตาทางการเมือง แม้ว่าเขาจะนำเสนอข้อพิพาทนี้ว่าเป็นความขัดแย้งในอดีตและศักดิ์ศรีของชาติ แต่แรงจูงใจที่แท้จริงเบื้องหลังความขุ่นเคืองของเขา คือความพยายามร่วมกันของไทยในการล้มล้างปฏิบัติการหลอกลวงทางไซเบอร์ที่ดำเนินการโดยชาวจีนบริเวณชายแดน ซึ่งปฏิบัติการเหล่านี้กลายเป็นท่อน้ำเลี้ยงแหล่งเงินทุนผิดกฎหมายที่สำคัญสำหรับระบอบการปกครองพนมเปญในปัจจุบัน

คาดว่าการหลอกลวงโดยสแกมเมอร์เหล่านี้สร้างรายได้มากกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 3.9 แสนล้านบาท) ต่อปี ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของ GDP ประเทศกัมพูชา และได้รับการคุ้มครองโดยผู้มีอิทธิพลภายในกัมพูชา รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของฮุน เซนเองด้วย

สม รังสี ชี้ 'ฮุน เซน' มุ่งโจมตีไทยไม่ใช่รักชาติ แต่กลัวระบอบตัวเองล่ม

ทั้งนี้ เนื่องจากแหล่งรายได้แบบดั้งเดิม เช่น การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและการให้สัมปทานที่ดิน หมดลงไปแล้วจากการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบมานานหลายปี ระบอบจึงพึ่งพาองค์กรอาชญากรรมเหล่านี้มากขึ้น

การปราบปรามของไทยถือเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อเส้นชีวิตทางการเงินนี้ เพื่อตอบโต้ ฮุน เซนจึงใช้ความรู้สึกชาตินิยมเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนและปลุกระดมการสนับสนุนอีกครั้ง

กลวิธีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในปี 2546 ฮุนเซนได้ปลุกปั่นความรู้สึกต่อต้านไทยมาแล้ว หลังจากเกิดการโต้เถียงที่มาจากการแต่งเรื่องขึ้นเกี่ยวข้องกับนักแสดงหญิงชาวไทย ส่งผลให้เกิดการจลาจลในกรุงพนมเปญ และในปี 2554 เขาได้ใช้ความขัดแย้งบริเวณชายแดนในปราสาทพระวิหารเพื่อปลุกปั่นความไม่พอใจจากความชาตินิยม ซึ่งทั้งสองกรณีนี้ กระแสชาตินิยมทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการปกปิดจุดอ่อนทางการเมือง

ฮุน เซนยังเผยให้เห็นความโกรธแค้นอย่างเลือกปฏิบัติด้วย เพราะในขณะที่ประณามไทยอย่างเปิดเผย แต่กลับยังคงนิ่งเฉยต่อประเด็นปัญหาเขตแดนที่ละเอียดอ่อนซึ่งเกี่ยวข้องกับเวียดนาม ประเทศผู้อุปถัมภ์กัมพูชามาช้านาน แม้จะมีข้อร้องเรียนเรื่องการบุกรุกที่ดินและทรัพยากรมายาวนานก็ตาม

สรุปแล้วการระเบิดอารมณ์ของฮุน เซนไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการปกป้องอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา แต่เป็นการปกป้องระบอบการปกครองที่ฉ้อฉลของเขาเองไม่ให้ล่มสลาย ประชาชนกัมพูชารวมถึงพันธมิตรระหว่างประเทศจะต้องสนับสนุนความพยายามที่จะถอนรากโครงสร้างอาชญากรเหล่านี้ แม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเมืองเดิมในกรุงพนมเปญก็ตาม"