วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ภาษีทรัมป์ฉุด LG จ่อลดการผลิตใน 'เวียดนาม' เบนเข็มไปสหรัฐแทน

ภาษีทรัมป์ฉุด LG จ่อลดการผลิตใน 'เวียดนาม' เบนเข็มไปสหรัฐแทน

LG ยักษ์อิเล็กทรอนิกส์เกาหลีใต้ จ่อลดกำลังการผลิตในเวียดนาม หันไปขยายโรงงานในสหรัฐแทน หลังภาษีทรัมป์พ่นพิษหนัก และสร้างความไม่แน่นอนยาว

สำนักข่าวนิกเคอิเอเชียรายงานวันนี้ (12 มิ.ย.68) ว่า บริษัท "แอลจี อิเล็กทรอนิกส์" (LG Electronics) ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่จากเกาหลีใต้ กำลังพิจารณาจะลดกำลังการผลิตในประเทศเวียดนามลง และหันไปขยายโรงงานเพิ่มในประเทศสหรัฐแทน โดยเป็นการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

การปรับแผนครั้งนี้มีขึ้นเพื่อพยายามจำกัดผลกระทบของสงครามการค้าที่มีต่อ LG ในตลาดสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเครื่องใช้ไฟฟ้ารายนี้รองจากเกาหลีใต้เท่านั้น ท่ามกลางต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจนกดดันการทำกำไร

รายงานระบุว่า LG มีแผนจะทุ่มงบประมาณราว 100 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,250 ล้านบาท) เพื่อสร้างอาคารแห่งที่ 2 สำหรับผลิตเครื่องซักผ้า และเครื่องอบผ้า ในโรงงานที่รัฐเทสเนสซี สหรัฐ ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ LG ในภาคพื้นอเมริกาเหนือ แม้ว่าทางบริษัทจะเรียกแผนการลงทุนดังกล่าวว่า เป็นการขยายคลังสินค้า แต่สื่อท้องถิ่นรายงานว่าทางบริษัทอาจเปลี่ยนไปเป็นโรงงานผลิตเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตในสหรัฐแทน 
 

วิลเลียม โช ซีอีโอของ LG กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีระบบการผลิตแบบครบวงจรในสหรัฐ ตั้งแต่ชิ้นส่วนไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป และเชื่อว่าจะสามารถผลิตสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีได้มากขึ้น โดยเตรียมจะผลิตสินค้าอื่นๆ เช่น ตู้เย็น และเตาอบ ด้วย 

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตใน "เม็กซิโก" ซึ่งรอดจากภาษีศุลกากรตอบโต้ของประธานาธิบดีทรัมป์ในวันปลดแอกสหรัฐ 2 เม.ย.68 ที่ผ่านมา

การหันไปเพิ่มกำลังการผลิตในภาคพื้นอเมริกาเหนือแทนยังหมายความว่า LG ตั้งใจที่จะ "ลดการพึ่งพาฐานการผลิตเดิมอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" โดยเฉพาะประเทศ "เวียดนาม" ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีตอบโต้สูงที่สุดในอัตรา 46% 

บริษัทจะปรับลดอัตราการใช้ทรัพยากรของไลน์การผลิตตู้เย็นลง ในโรงงานผลิตที่เมืองไฮฟอง ทางตอนเหนือของเวียดนาม นอกจากนี้ ยังดูเหมือนว่าบริษัทมีแผนที่จะ "ยกเลิกแผนขยายกำลังการผลิต" เครื่องใช้ไฟฟ้าในเวียดนาม และอินโดนีเซียลงด้วย โดยอินโดนีเซียถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีที่ 32%     
 
"เรากำลังติดตามความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐอย่างใกล้ชิด” คิม ชางแท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) กล่าวระหว่างการรายงานผลประกอบการของ LG เมื่อเดือนเมษายน และกล่าวว่า บริษัทกำลังพัฒนากลยุทธ์ในด้านการผลิต และด้านอื่นๆ  "เพื่อให้มีความคล่องตัวในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงใดๆ"

ทั้งนี้ รายได้หลักของ LG มาจากผลิตภัณฑ์หลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ทีวี และแบตเตอรี่รถยนต์ โดยตลาดอเมริกาเหนือคิดเป็นสัดส่วน 26% ของยอดขายทั้งหมดในปี 2024 ตามหลังเพียงเกาหลีใต้ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในสัดส่วน 41%

ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทมีการปรับแผนการผลิตอย่างรวดเร็วแล้วเพื่อให้ยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ และความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น แต่ก็ยังคงเสี่ยงต่อการทำกำไรที่ลดลงอยู่ โดยเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.68 สหรัฐได้ปรับเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็ก และอะลูมิเนียมสองเท่าเป็น 50% ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบต้นทุนที่สูงขึ้น เนื่องจาก LG ใช้เหล็ก และวัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้าจากเกาหลีใต้ และประเทศอื่นๆ แม้จะหันมาผลิตในอเมริกาเหนือแล้วก็ตาม 

ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้เองส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของ LG ในไตรมาสแรกปีนี้ โดยบริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น 7.8% เป็น 22.74 ล้านล้านวอน (ราว 5.45 แสนล้านบาท) แต่กำไรจากการดำเนินงานลดลง 5.7% เป็น 1.26 ล้านล้านวอน (ราว 3 หมื่นล้านบาท) เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ และวัตถุดิบที่สูงขึ้น

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์