'ผู้นำสูงสุดอิหร่าน' วิจารณ์ดีลนิวเคลียร์สหรัฐ ลั่นจะเสริมสมรรถนะยูเรเนียมต่อ

อายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านให้คำมั่นว่า เตหะรานจะไม่ละทิ้งการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และปฏิเสธข้อเรียกร้องของสหรัฐที่ต้องการแก้ไขข้อพิพาทโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในระยะยาว
อายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำของอิหร่านกล่าวสุนทรพจน์ในงานรำลึกการเสียชีวิตของอายาตอลเลาะห์ รูฮุลเลาะห์ โคมัยนี เมื่อปี 1989 ในวันพุธ (3 มิ.ย.) “ข้อเสนอเรื่องนิวเคลียร์ของสหรัฐขัดแย้งกับความเชื่อของประเทศเราในการพึ่งพาตนเองและหลักการที่ว่า ‘เราสามารถทำได้’” ขณะที่สหรัฐและอิหร่านยังคงเดินหน้าเจรจารายละเอียดข้อตกลงนิวเคลียร์ที่เป็นไปได้
ประเด็นเรื่องการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมยังคงเป็นเรื่องที่ติดขัดในการเจรจาระหว่างกัน ซึ่งสหรัฐเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะ หรือเสริมสมรรถนะในระดับต่ำแลกกับการให้ชาติตะวันตกยกเลิกคว่ำบาตรต่อเตหะราน
คาเมเนอีกล่าวว่า ประเด็นการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมยังคงเป็นกุญแจสำคัญในการแสวงหาอิสระภาพด้านพลังงานของอิหร่าน
“อิสระภาพไม่ได้หมายถึงการรอไฟเขียวจากอเมริกา หรือเป็นแบบอเมริกา” ผู้นำอิหร่านกล่าว และเสริมว่า ข้อเสนอของสหรัฐ ต่อต้านอุดมคติของการปฏิวัติอิสลามในปี 2522 100%”
นอกจากนี้ คาเมเนอีย้ำด้วยว่าเตหะรานจะไม่รอการอนุมัติจากวอชิงตันในการตัดสินใจใดๆ
“บางคนคิดว่าความชอบธรรมหมายถึงการยอมจำนนต่ออเมริกา และยอมจำนนต่ออำนาจที่กดขี่ นี่ไม่ใช่ความชอบธรรม” คาเมเนอีกล่าว “ทำไมคุณถึงเข้ามายุ่งกับการที่อิหร่านควรเสริมสมรรถนะหรือไม่ คุณไม่สามารถมีสิทธิ์ออกความเห็น”
เตหะรานบอกว่าประเทศต้องการมีความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติ และปฏิเสธข้อกล่าวหาจากมหาอำนาจตะวันตกมาโดยตลอดที่กล่าวหาว่าอิหร่านพยายามพัฒนานิวเคลียร์
ด้านสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตสหรัฐที่เป็นผู้นำคณะผู้แทนสหรัฐในการเจรจากับอิหร่านบอกว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์คัดค้านการเสริมสมรรถนะของเตหะรานอย่างต่อเนื่อง และกล่าวว่า การกระทำของอิหร่านเป็นเส้นตาย หรือไม่สามารถยอมรับได้
รายงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่รั่วไหล แสดงให้เห็นว่า อิหร่านเพิ่มการผลิตยูเรเนียมเสริมสมรรถนะในระดับใกล้เคียงกับระดับการผลิตอาวุธถึง 50% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การผลิตยูเรเนียมเสริมสมรรถนะยังขาดไปประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ที่จำเป็นต่อการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ แต่ยังคงสูงกว่าระดับที่จำเป็นสำหรับการใช้ผลิตพลังงาน 4%
อิหร่านยังได้ปฏิเสธรายงานล่าสุดของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) โดยระบุว่า หน่วยงานดังกล่าวมีแรงจูงใจทางการเมือง และยังคงกล่าวหาอิหร่านโดยไม่มีมูลความจริง
อ้างอิง: Al Jazeera







