วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

สหรัฐ บีบ 'เวียดนาม' หนัก ยื่นหลายเงื่อนไข กดดันลดนำเข้าจาก 'จีน'

สหรัฐ บีบ 'เวียดนาม' หนัก ยื่นหลายเงื่อนไข กดดันลดนำเข้าจาก 'จีน'

สื่อเผยสหรัฐบีบ 'เวียดนาม' หนัก ยื่นหลายเงื่อนไข 'ยาก' และ 'ยาวเหยียด' กดดันฮานอยลดพึ่งพาการค้า 'จีน' คาดกระทบการนำเข้ามหาศาลต่อปีจากปักกิ่ง

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง 2 ราย ว่าในการเจรจาการค้าระหว่าง สหรัฐ-เวียดนาม รัฐบาลวอชิงตันได้ส่ง "ข้อเรียกร้องจำนวนมากและเข้มงวด" ไปยังเวียดนาม โดยในลิสต์ที่ยาวเหยียดนั้นยังรวมถึงข้อเรียกร้องที่อาจบังคับให้เวียดนามต้อง "ลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมจากจีน" ด้วย

แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า สหรัฐ ต้องการให้โรงงานผลิตในเวียดนามลดการใช้วัตถุดิบและส่วนประกอบจากจีน และขอให้เวียดนามควบคุมการผลิตและห่วงโซ่อุปทานอย่างระมัดระวังมากขึ้น แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าได้รวมถึงเป้าหมายเชิงปริมาณไว้ด้วยหรือไม่

ขณะที่แหล่งข่าว 4 รายยืนยันว่า รายการข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ "ภาคผนวก" ของกรอบการทำงานที่จัดทำโดยคณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐ

หนึ่งในแหล่งข่าวซึ่งสามารถเข้าถึงเอกสารดังกล่าวได้โดยตรง เปิดเผยว่า รายการข้อเรียกร้องของสหรัฐถูกส่งไปยังกรุงฮานอยเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม หลังจากเสร็จสิ้นการเจรจารอบที่สองกับวอชิงตัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรตอบโต้ 46% ที่สหรัฐกำหนดกับสินค้านำเข้าจากเวียดนาม 

เรื่องนี้ยังสอดคล้องกับรายงานข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ นำโดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ต้องการให้ประเทศต่างๆ ยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดในการเจรจาการค้ากับสหรัฐภายในวันพุธที่ 4 มิ.ย. นี้ โดยมีการส่งหนังสือแจ้งไปยังประเทศคู่เจรจาหลายแห่ง

ทั้งนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าประเทศใดบ้างที่ได้รับหนังสือดังกล่าว แต่คาดว่าจะมุ่งเป้าไปที่ประเทศที่สหรัฐกำลังเจรจาการค้ากันอยู่ ซึ่งรวมถึงการประชุมและการแลกเปลี่ยนเอกสาร ปัจจุบันมีหลายประเทศ อาทิ เวียดนาม ญี่ปุ่น อินเดีย และสหภาพยุโรป (อียู)

แหล่งข่าวได้บรรยายถึงคำร้องขอของสหรัฐที่ส่งถึงเวียดนามว่า เป็นเรื่องที่ "เข้มงวด" และ "ยากลำบาก" ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลเวียดนามจะตอบสนองต่อคำร้องขอของสหรัฐอย่างไร และจะส่งข้อเสนอของตนเองภายในวันพุธหรือไม่

ทางด้านสำนักงาน USTR ไม่ได้ตอบรับการขอความเห็นในเรื่องนี้ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ของเวียดนามก็ไม่ได้ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้เช่นกัน 

ด้านแหล่งข่าวรายหนึ่งที่ได้รับข้อมูลสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้ เปิดเผยว่า หากคำขอของสหรัฐที่ต้องการให้เวียดนาม "ลดการพึ่งพาจีน" ได้รับการตอบสนอง ก็อาจจะกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจเวียดนาม โดยปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่ในเวียดนาม ซึ่งผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครวมถึงอุปกรณ์ของ Apple และรองเท้า Nike มีส่วนเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของจีนอย่างใกล้ชิด

เรื่องนี้อาจทำให้ "นโยบายระยะยาว" ของเวียดนามในการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับจีน ยิ่งทวีความซับซ้อนมากขึ้น จากเดิมที่จีนเป็นเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ในเวียดนาม แต่ขณะเดียวกันก็มีประเด็นความขัดแย้งระหว่างกันเรื่องพื้นที่ทับซ้อนในทะเลจีนใต้ด้วย 

เวียดนามกลืนไม่เข้า คายไม่ออก

นับตั้งแต่เกิดสงครามการค้ารอบแรกในยุคทรัมป์ 1.0 การส่งออกของเวียดนามไปยังสหรัฐเพิ่มขึ้น "เกือบสามเท่า" หลังจากสหรัฐเปิดสงครามการค้ากับจีนในปี 2561 เมื่อรัฐบาลทรัมป์ในขณะนั้นกำหนดภาษีศุลกากรในวงกว้างกับปักกิ่ง ทำให้บริษัทผู้ผลิตบางรายต้องย้ายการผลิตจากจีนไปยังประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม 

แต่เนื่องจากการส่งออกไปยังสหรัฐพุ่งสูงขึ้น เวียดนามเองก็ได้ขยายการนำเข้าจาก "จีน" เพิ่มขึ้นอย่างมากด้วย

สหรัฐ บีบ 'เวียดนาม' หนัก ยื่นหลายเงื่อนไข กดดันลดนำเข้าจาก 'จีน'

มูลค่าการนำเข้าจากจีนสอดคล้องแทบจะตรงกันกับมูลค่าการส่งออกเวียดนามไปสหรัฐ ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ประมาณ 1.4 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2567 ทั้งฝั่งการส่งออกจากเวียดนามไปสหรัฐ และฝั่งที่เวียดนามนำเข้าจากจีน

รัฐบาลฮานอยเองก็ตระหนักถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสหรัฐ และได้เริ่มการปราบปรามการขนถ่ายสินค้าผิดกฎหมายไปแล้ว และเวียดนามยังแสดงให้เห็นหลายครั้งว่าเต็มใจที่จะลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (NTB) รวมถึงจะนำเข้าสินค้าจากสหรัฐให้มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับคำร้องขอที่มีมาอย่างยาวนานจากวอชิงตัน

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เวียดนามได้ย้ำแผนซื้อเครื่องบินของสหรัฐ และได้ลงนามหรือให้คำมั่นในข้อตกลงที่ไม่ผูกมัดหลายฉบับ ซึ่งรวมถึงการซื้อสินค้าเกษตรและพลังงาน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่านั่นอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากผู้เจรจาของสหรัฐกำลังมองหาข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมจริงๆ 


ที่มา: Reuters