วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

จีนเตือนสหรัฐ! หยุดใช้แรงกดดันบีบบังคับ หากต้องการคุยกับจีน

จีนเตือนสหรัฐ! หยุดใช้แรงกดดันบีบบังคับ หากต้องการคุยกับจีน

‘แรงกดดันและการบีบบังคับ ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการติดต่อกับจีน’ คือถ้อยคำเตือนจากปักกิ่งที่ส่งตรงถึงวอชิงตัน หลังจีนถูกสหรัฐกล่าวหาว่า ละเมิดข้อตกลงหยุดขึ้นภาษี

จากกรณีกระแสข่าวจากทำเนียบขาวที่ระบุว่า ผู้นำของ “สหรัฐ” และ “จีน” จะมีการคุยกันโดยตรงด้านการค้า หนังสือพิมพ์เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานว่า รัฐบาลปักกิ่งได้เรียกร้องเมื่อวันอังคาร (3 มิ.ย.) ให้วอชิงตัน “เคารพข้อเท็จจริง หยุดเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน และแก้ไขพฤติกรรมที่ผิดพลาดของตน” เพื่อสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการเจรจาอย่างมีความหมาย 

“แรงกดดันและการบีบบังคับ ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการติดต่อกับจีน” หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวที่กรุงปักกิ่ง หนึ่งวันหลังจากทำเนียบขาวระบุว่า “มีแนวโน้ม” ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ จะพูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้า

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เมื่อวันอาทิตย์ว่า รายละเอียดของข้อตกลงทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ จะได้รับการตกลงกันอย่างชัดเจน

ถ้อยแถลงล่าสุดนี้ มีขึ้นหลังจากที่ทั้งสองประเทศต่างกล่าวหากันและกันว่า ละเมิดข้อตกลงหยุดขึ้นภาษีชั่วภาษี ซึ่งได้บรรลุร่วมกันที่นครเจนีวาเมื่อเดือนที่แล้ว โดยข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้สองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก ลดภาษีสินค้านำเข้าระหว่างกันลง 115% เป็นระยะเวลา 90 วัน

เมื่อวันศุกร์ โดนัลด์ ทรัมป์โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่า “จีนได้ละเมิดข้อตกลงกับเราโดยสิ้นเชิง”

ในวันเดียวกัน มีรายงานว่า วอชิงตันได้ระงับการขายเทคโนโลยีเครื่องยนต์เจ็ตรุ่นใหม่บางรายการ และซอฟต์แวร์ออกแบบชิปให้กับจีน เพื่อมุ่งเป้าไปยังอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน

แม้ว่าทรัมป์จะไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลงของจีนที่กล่าวหาไว้ แต่เบสเซนต์และเจ้าหน้าที่สหรัฐคนอื่นได้กล่าวหาว่า ปักกิ่งระงับการส่งออกแร่สำคัญบางชนิดที่ได้ตกลงกันไว้ในข้อตกลง เช่น แร่หายาก ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและเทคโนโลยีทางทหาร 

“ก็ต้องรอดูว่าจะเกิดผลกระทบอะไรขึ้นบ้าง ผมมั่นใจว่า เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์และสี จิ้นผิง  ประธานพรรคคอมมิวนิสต์ได้พูดคุยกัน เรื่องนี้จะสามารถตกลงกันได้” เบสเซนต์กล่าวกับ

สถานีข่าว CBS News เมื่อวันอาทิตย์ พร้อมเสริมว่า “จีนระงับการส่งออกสินค้าบางรายการที่ได้ตกลงกันไว้ในข้อตกลง”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แร่หายาก เป็นหนึ่งในสินค้าที่เขาหมายถึงหรือไม่ เบสเซนต์ยอมรับว่าใช่

ด้านกระทรวงพาณิชย์ของจีนปฏิเสธข้อกล่าวหาของวอชิงตันนี้ “สหรัฐ เป็นฝ่ายเริ่มต้นความขัดแย้งทางการค้าอยู่ฝ่ายเดียวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งก่อให้เกิดความไม่แน่นอนในความสัมพันธ์ทวิภาคี” พร้อมเสริมว่า วอชิงตัน “บิดเบือนความจริงอย่างร้ายแรง” ในถ้อยแถลงของตน

“จีนยังคงยึดมั่นในความรับผิดชอบอย่างจริงจังและเคร่งครัดในการปฏิบัติตาม และธำรงไว้ซึ่งฉันทามติที่เกิดขึ้นหลังการเจรจาที่เจนีวา ด้วยความตั้งใจแน่วแน่และซื่อสัตย์สุจริต” กระทรวงระบุ

หลิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่า จีนได้ยื่น “การประท้วงอย่างเป็นทางการ” ต่อสหรัฐเกี่ยวกับความเสียหายร้ายแรงต่อฉันทามติที่เจนีวา และผลประโยชน์อันชอบธรรมของฝ่ายจีน โดยวิจารณ์สหรัฐว่า “ใส่ร้ายและกล่าวหาฝ่ายจีนโดยปราศจากข้อเท็จจริง พร้อมทั้งใช้มาตรการกดดันอย่างรุนแรง” โดยมาตรการเหล่านั้นรวมถึงการควบคุมการส่งออกชิปไปยังจีน การระงับการขายซอฟต์แวร์ออกแบบชิปให้กับจีน และการเพิกถอนวีซ่านักเรียนจีน 

ทั้งนี้ หลินเรียกร้องให้สหรัฐ “เคารพข้อเท็จจริง หยุดเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่มีมูล แก้ไขพฤติกรรมที่ผิดพลาด และรักษาฉันทามติที่ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุร่วมกันด้วยการกระทำที่เป็นรูปธรรม”

อ้างอิง: scmp