วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2569

Login
Login

มาเลย์ใช้ ‘การทูตหม้อไฟ’ ดัน ‘น้ำมันปาล์ม’ เจาะตลาดจีน

มาเลย์ใช้ ‘การทูตหม้อไฟ’ ดัน ‘น้ำมันปาล์ม’ เจาะตลาดจีน

มาเลเซียใช้ ‘หม้อไฟหมาล่า’ ของโปรดที่ชาวจีนชอบ เป็นทูตในการผลักดัน ‘น้ำมันปาล์ม’ ให้เป็นพระเอกคนใหม่แทนไขมันสัตว์ ชูจุดขายสุขภาพบุกตลาดจีน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า “มาเลเซีย” เดินหน้าขยาย “ตลาดน้ำมันปาล์ม” ในจีน ด้วยการยก “หม้อไฟหมาล่า” เมนูยอดนิยมของชาวจีน มาเป็นเวทีใหม่ของการทูตเชิงอาหาร เสนอทางเลือกจาก “พืช” สำหรับแทนที่ไขมันสัตว์ในน้ำซุปเผ็ดร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อเชื่อมโยงรสชาติที่คุ้นเคยเข้ากับแนวคิดการบริโภคเพื่อสุขภาพ

ในฐานะประเทศผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก มาเลเซียได้จับมือกับนักวิจัยจีน ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทดแทนไขมันสัตว์ ซึ่งมักได้จากเนื้อวัว โดยชูจุดเด่นของ “น้ำมันปาล์ม” ว่า ไม่เพียงสอดรับกับเทรนด์รักสุขภาพในยุคปัจจุบัน แต่ยังสะท้อนความร่วมมือระหว่างสองประเทศผ่าน “การทูตหม้อไฟ” ที่ใช้รสชาติเป็นเครื่องเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ

“นี่ไม่ใช่แค่การแลกเปลี่ยนด้านอาหารเท่านั้น แต่นี่คือ ‘การทูตหม้อไฟ’ อย่างแท้จริง” ชาน ฟุง ฮิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและสินค้าโภคภัณฑ์ของมาเลเซียกล่าว พร้อมระบุว่าน้ำมันปาล์ม “ปราศจากคอเลสเตอรอล” และผลิตจากแหล่งที่ยั่งยืน

สำหรับหม้อไฟหมาล่านั้น มีจุดเด่นอยู่ที่พริกหมาล่าและพริกชี้ฟ้า ซึ่งให้สีแดงสดและรสชาติเผ็ดร้อนชาลิ้นเป็นเอกลักษณ์

สำหรับผลการวิจัยเบื้องต้นของมาเลเซียพบว่า เครื่องปรุงสำเร็จรูปสำหรับทำน้ำซุปหม้อไฟ ที่ผลิตจากไขมันพืชบนฐานน้ำมันปาล์มใหม่นี้ สามารถเลียนแบบปริมาณไขมัน และประสบการณ์ทางรสสัมผัสได้ใกล้เคียงกับไขมันวัวแบบดั้งเดิม อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ และชาวมุสลิมอีกด้วย

ความริเริ่มครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของมาเลเซียในการใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมน้ำมันปาล์มในจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันปรุงอาหารมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับผู้ผลิตอาหารรายอื่น ๆ เพื่อเปิดตลาดใหม่ให้น้ำมันปาล์มที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นในขนมรสหมาล่า ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล ไปจนถึงการใช้งานในอุตสาหกรรม

ชานกล่าวว่า การค้าระหว่าง “มาเลเซีย” กับ “นครฉงชิ่ง” เมืองสำคัญในภาคกลางของจีนซึ่งเป็นที่นิยมของหม้อไฟหมาล่า มีมูลค่าสูงถึง 3,270 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1 แสนล้านบาท โดยน้ำมันปาล์มมีบทบาทสำคัญทั้งในเมนูอาหารดังกล่าว ตลอดจนในเคมีภัณฑ์สีเขียว และโอลีโอเคมีคัลส์ ซึ่งเป็นเคมีภัณฑ์จากธรรมชาติ  

“ไขมันพืชจากน้ำมันปาล์ม เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า ทั้งยังคงรสชาติและเนื้อสัมผัสใกล้เคียงกับไขมันวัวแบบดั้งเดิม” ชานกล่าว “มาเลเซียภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาวัฒนธรรมอาหารของจีน ควบคู่ไปกับการกระชับความร่วมมือทางการค้าและเทคโนโลยีผ่านน้ำมันปาล์ม”


อ้างอิง: bloomberg