รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดในวันอาทิตย์ (18 พ.ค.68) ก่อน ปธน.ทรัมป์ และปูตินจะหารือผ่านทางโทรศัพท์วันจันทร์นี้
รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดในวันอาทิตย์ (18 พ.ค.68) นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ทำให้บ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก และสังหารผู้หญิงอย่างน้อย 1 รายในวันนั้น การโจมตีนี้มีขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐจะหารือข้อตกลงหยุดยิงกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียในวันจันทร์
หลังจากมีการแจ้งเตือนทางอากาศคืนวันเสาร์ (17 พ.ค.68) กองทัพอากาศยูเครนเผยว่า เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันอาทิตย์ รัสเซียได้ส่งโดรนโจมตีเมืองต่างๆ ของยูเครน 273 ลำ ซึ่งมากกว่าสถิติที่มอสโกเคยทำไว้ในวันครบรอบ 3 ปีของสงครามเมื่อเดือนก.พ.
หน่วยข่าวกรองของยูเครนเชื่อว่า มอสโกตั้งใจยิงขีปนาวุธข้ามทวีปในวันอาทิตย์ เพื่อพยายามข่มขู่ฝ่ายตะวันตก แต่มอสโกยังไม่ตอบสนองต่อข้อกล่าวหาดังกล่าวในทันที
ยูเครน และรัสเซียได้เจรจาด้วยกันโดยตรงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปีเมื่อวันศุกร์ (16 พ.ค.68) ที่ผ่านมา ภายใต้แรงกดดันจากทรัมป์ที่ต้องการให้สองฝ่ายตกลงหยุดยิง อย่างไรก็ตามยูเครน และรัสเซียได้แค่ตกลงที่จะแลกเปลี่ยนนักโทษฝ่ายละ 1,000 คน แต่ยังไม่สามารถตกลงหยุดยิงร่วมกันได้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่เจรจาของมอสโกเสนอเงื่อนไขที่สมาชิกคณะผู้แทนยูเครนคนหนึ่งมองว่า “ไม่สามารถทำได้”
ทั้งนี้ ล่าสุด ประธานาธิบดีเซเลนสกี ได้เข้าพบกับ เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ในกรุงโรม เมื่อวันอาทิตย์ ขณะเข้าร่วมพิธีสาบานตนของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ
เซเลนสกี เผยว่า การพบปะครั้งนี้เป็นไปด้วยดี และได้เผยแพร่ภาพของเจ้าหน้าที่ของยูเครน และสหรัฐที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกลมด้านนอกพร้อมรอยยิ้ม สื่อของยูเครนรายงานว่า การพบปะครั้งนี้ใช้เวลานานถึง 40 นาที
เซเลนสกีที่ได้เข้าพบกับสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ใหม่ กล่าว "ผมขอยืนยันว่ายูเครนพร้อมที่จะดำเนินการทางการทูตอย่างแท้จริง และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการหยุดยิงอย่างเต็มรูปแบบ และไม่มีเงื่อนไขโดยเร็วที่สุด”
ด้านผู้นำของอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และโปแลนด์ มีแผนที่จะพูดคุยกับทรัมป์ก่อนที่ประธานาธิบดีสหรัฐ และรัสเซียจะหารือกันในวันจันทร์นี้
ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่า ผู้นำทั้ง 4 คนของยุโรปได้เดินทางเยือนกรุงเคียฟร่วมกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเรียกร้องให้ทรัมป์สนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหม่
เมื่อสื่อถามว่าถึงเวลาที่จะต้องกำหนดมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียที่เข้มงวดยิ่งขึ้นหรือยัง สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับทรัมป์
“ผมคิดว่าเราจะรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายได้หารือกัน” เบสเซนต์ กล่าวในรายการ “Meet the Press” ของ NBC News
“ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า หากประธานาธิบดีปูตินไม่เจรจาด้วยความจริงใจ สหรัฐจะไม่ลังเลที่จะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียร่วมกับพันธมิตรในยุโรป” เบสเซนต์เตือน
อ้างอิง: Reuters
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





