วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

เอกสารหลุด ‘สหรัฐ’ เตรียมทำสงคราม ‘จีน’ ระยะยาว เสี่ยงโจมตีฐานทัพ

เอกสารหลุด ‘สหรัฐ’ เตรียมทำสงคราม ‘จีน’ ระยะยาว เสี่ยงโจมตีฐานทัพ

เกิดกระแสในโซเชียล เป็นคำเตือนนายพลทหารใหญ่สหรัฐ สั่งเตรียมพร้อมความเสี่ยง จีนโจมตีไต้หวันอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และขยายวงมายังสหรัฐ สร้างความปั่นป่วนภูมิภาค

เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมนี้ พลอากาศตรีดัก วิคเคิร์ต ได้เรียกผู้นำพลเรือนในพื้นที่อยู่ใกล้ มาพบกันที่ฐานทัพอากาศเอ็ดเวิรดส์ ในแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐ เพื่อเตือนพวกเขาว่า หาก จีนโจมตีไต้หวัน ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ควรเริ่มต้นเตรียมพร้อมรับมือกับความวุ่นวายที่อาจเกิดในภูมิภาคใกล้เคียง

รายงานอันน่าทึ่งของ กองทัพสหรัฐ ได้รั่วไหลไปในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นคำเตือนจากวิคเคิร์ต หนึ่งในนักบินที่มีประสบการณ์มากที่สุดนายหนึ่งของสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้บังคับบัญชาการกองบินทดสอบที่ 412 ได้บรรยายสรุปถึง สถานการณ์ กองทัพจีน ที่ค่อยๆ ขยายเติบโตอย่างรวดเร็ว และสหรัฐได้เตรียมพร้อมรบในสงครามครั้งใหญ่

 

เครื่องบินล้ำสมัยของสหรัฐที่ผลิตใน “แอโรสเปซวัลเลย์” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับแคลิฟอร์เนีย โดยเฉพาะเครื่องบิน B-21 เป็นเครื่องบินจู่โจม ซึ่งปัจจุบันมาแทนที่เครื่องบินทิ้งระเบิดสเตลท์ B-2 สร้างขึ้นในปีทศวรรษ 1990 ถือเป็นเครื่องมือต่อกรที่สำคัญ ทำให้ปักกิ่งไม่กล้าโจมตี

อย่างไรก็ตาม หากการยับยั้งไม่เป็นผลสำเร็จ นั่นหมายความว่า มีแนวโน้มที่จีนจะโจมตีสหรัฐด้วย รวมถึงโรงงานนอร์ธลูม กรูมแมน ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นแหล่งฐานการผลิตเครื่องบินรบเหล่านี้

"หากสงครามครั้งนี้เกิดขึ้น เชื่อจะเกิดขึ้นที่นี่" เอกสารได้อ้างคำพูดของวิคเคิร์ตที่พูดกับผู้นำชุมชนได้รั่วไหลออกไปในโซเชียล ซึ่งการโจมตีที่ว่านี้ อาจรวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งส่งผลให้แหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ของประเทศต้องหยุดชะงักในระยะยาว

"สถานการณ์กำลังคืบคลานมาหาเรา นั่นคือเหตุผลที่ต้องพูดคุยเรื่องนี้ ยิ่งเราพร้อมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนสูตรปฏิบัติการของประธานสี จิ้นผิง มากขึ้นเท่านั้น"

ความขัดแย้งในลักษณะนี้ อาจทำให้เกิดความสูญเสีย และการทำลายล้างในระดับสูงมากกว่าการขัดแย้งใดๆ ในสงครามต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังการโจมตีในเหตุการณ์ 911

ฟื้นฟูรันเวย์เก่า สมัยสงครามโลก

เจ้าหน้าที่ทหารด้านวิศวกรของสหรัฐ กำลังสร้างรันเวย์ที่ไม่ได้ใช้งานมานาน นับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ทั้งในฟิลิปปินส์และหลายแห่งในพื้นที่ทางตะวันตกของแปซิฟิก เพราะตั้งใจจะนำเครื่องบินบางส่วนไปจอดพักไว้ในที่ต่างๆ เพิ่มโอกาสช่วงอพยพ 

เจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐได้เผยข้อมูลบ่อยครั้ง ตามที่เชื่อว่าประธานาธิบดีสีจิ้นผิงได้สั่งให้กองทัพจีนเตรียมพร้อมรุกรานไต้หวันภายในปี 2027 แม้จีนเองจะบอกว่ายังไม่ตัดสินใจใดๆ ก็ตาม

เจ้าหน้าที่ทางการจีนปฏิเสธเรื่องนี้ และย้ำรัฐบาลปักกิ่งได้แสดงจุดยืนชัดเจนมากขึ้น ในการอ้างสิทธิ์อธิปไตยเหนือเกาะไต้หวัน 

แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกล่าวไว้ว่า จะไม่มีวันให้คำมั่นที่ชัดเจน ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ซึ่งต่างจากอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้คำมั่นไว้ว่า จะต่อสู้เพื่อไต้หวัน หากไต้หวันโดนโจมตี

ทั้งนี้ แผนกลยุทธ์อย่างเป็นทางการของสหรัฐที่รั่วไหล เมื่อเร็วๆนี้ ระบุว่า การที่กลาโหมสหรัฐเข้าขัดขวางการโจมตีจากกองทัพจีนถือเป็นภารกิจสำคัญที่สุด 

หากแต่ ปักกิ่งได้ลงทุนอย่างมากในสิ่งที่เรียกว่า แสนยานุภาพขัดขวางการเข้าถึงพื้นที่ยุทธศาสตร์ หรือ A2AD ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขีปนาวุธพิสัยไกล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เรือรบสหรัฐ โดยเฉพาะเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าไปในน่านน้ำใกล้เคียง สิ่งนี้มุ่งให้เห็นว่า ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันเครื่องบินสหรัฐที่บินจากฐานทัพที่อยู่ออกไปไกลเล็กน้อย

สิ่งเหล่านี้ทำให้ปักกิ่งเองเห็นว่า สหรัฐ และพันธมิตรในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย ได้พัฒนาศักยภาพ และมีความมุ่งมั่นรับมือการโจมตี รวมถึงการต่อสู้ในระยะยาว 

ภาพและวิดีโอการฝึกซ้อมรบจัดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาบนเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่น ซึ่ง เผยให้เห็นภาพเจ้าหน้าที่ทหารของกองทัพสหรัฐกำลังกลับ  เผยให้เห็นภาพเจ้าหน้าที่ทหารของกองทัพสหรัฐกำลังปรับพื้นที่ และขนอุปกรณ์ก่อสร้างเพื่อซ่อมแซมรันเวย์ที่เสียหาย รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอื่นๆ 

คิดการใหญ่ไปล่วงหน้า

รายงานรัฐสภาสหรัฐ เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว เพื่อประเมินความเสี่ยงในความขัดแย้งอาจเกิดขึ้นกับรัสเซีย จีน เกาหลีเหนือ และอาจรวมถึงอิหร่านนั้นได้ข้อสรุปที่คล้ายกัน โดยเตือนว่าประชากรของสหรัฐ ยังไม่มีความพร้อมเพียงพอ หากเสบียงอาหารและบริการ ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานต้องหยุดชะงัก มาจากความขัดแย้งดังกล่าว ผ่านการโจมตีทางไซเบอร์

อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้เป็นความท้าทายของทั้งสองฝ่าย ซึ่งกองบัญชาการอินโดแปซิฟิกของสหรัฐได้ออกมาพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับการใช้โดรนขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมถึงเรือดำน้ำหุ่นยนต์ ในช่องแคบไต้หวันเพื่อขัดขวางกองกำลังจีน

"เราจะต้องเผชิญความขัดแย้งในระยะสั้นเท่านั้น เพราะไม่มีอาวุธเพียงพอที่จะต่อสู้ในระยะยาว” นายทอม โคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันจากรัฐโอคลาโฮมา ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการจัดสรรงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวเมื่อต้นสัปดาห์นี้

ด้านนายเจมส์ คิลบี รักษาการหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการทางเรือของสหรัฐ เตือนว่า อาจมีการขาดแคลนขาดแคลนตอร์ปิโดและขีปนาวุธต่อต้านเรือ โดยระบุด้วยว่า กระทรวงกลาโหมจำเป็นต้องมองหาผู้ผลิตรายอื่นที่อาจผลิตอาวุธที่มีคุณภาพไม่ดีเท่าแต่ "มีประสิทธิภาพมากกว่าไม่มีขีปนาวุธเลย" และ 
“หากเราทำสงครามกับจีน สงครามจะนองเลือดและมีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก และต้องใช้อาวุธจำนวนมาก” คิลบีกล่าว “ดังนั้น สต็อกของเราจึงต้องเต็มไปด้วยคลังอาวุธ”

อ้างอิง : Reuters