กระทรวงการต่างประเทศ นำโดยกรมสารนิเทศ นำคณะทูตและสื่อต่างประเทศประจำประเทศไทย เยือนจังหวัดลพบุรีและพระนครศรีอยุธยา ภายใต้โครงการ MFA Outreach “A Journey Back to Foreigners’ Footprints in Lopburi and Ayutthaya” ตามรอยประวัติศาสตร์การทูตไทย
กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมสารนิเทศ จัดกิจกรรมในโอกาสครบรอบ 150 ปี การสถาปนากระทรวงการต่างประเทศในปี 2568 ภายใต้นโยบายการทูตสาธารณะ โดยนำคณะทูตและสื่อต่างประเทศประจำประเทศไทย ตามรอยประวัติศาสตร์การทูตไทย ณ จังหวัดลพบุรีและพระนครศรีอยุธยา ในโครงการ MFA Outreach “A Journey Back to Foreigners’ Footprints in Lopburi and Ayutthaya” ระหว่างวันที่ 5 - 6 กุมภาพันธ์ 2568
กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากคณะทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยที่เป็นประเทศสมาชิกและหุ้นส่วนทางการค้าในอาเซียน ที่มีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การทูตไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา ประเทศสมาชิก BIMSTEC และประเทศสมาชิกที่ร่วมก่อตั้ง ACD องค์การระหว่างประเทศ ผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ และสื่อมวลชนต่างประเทศประจำประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 60 คน
กระทรวงการต่างประเทศได้จัดให้คณะทูตต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ และสื่อมวลชนต่างประเทศประจำประเทศไทย เยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของทั้งสองจังหวัด ที่มีต่อประวัติศาสตร์การทูตและการต่างประเทศของไทย โดยเฉพาะมิติการเปิดความสัมพันธ์กับต่างประเทศและพัฒนาการทางสังคมในสมัยกรุงศรีอยุธยาในฐานะสังคมพหุวัฒนธรรม ได้แก่ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ บ้านหลวงรับราชทูต พระที่นั่งไกรสรสีหราช วัดไชยวัฒนาราม โบสถ์เซนต์โยเซฟ และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา โดยมี ดร.ธีรวัต ณ ป้อมเพชร ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การทูตไทย และฉายภาพความเชื่อมโยงระหว่างการทูตไทยกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
การจัดกิจกรรมครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์และนำเสนอศักยภาพอันโดดเด่นของจังหวัด โดยเน้นด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และสินค้าท้องถิ่น เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับจากนักท่องที่ยว นักลงทุน และภาคเอกชนในต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างคณะทูตต่างประเทศและสื่อมวลชนต่างประเทศประจำประเทศไทยกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในระดับท้องถิ่น อันจะนำไปสู่ความร่วมมือและการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคตอีกด้วย





