background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

เป็นไวรัล ‘สหรัฐ’ ช้อปแข่งซื้อสินค้า เลี่ยงภาษีสูง ผ่านแอป ‘จีน’

เป็นไวรัล ‘สหรัฐ’ ช้อปแข่งซื้อสินค้า เลี่ยงภาษีสูง ผ่านแอป ‘จีน’

"ภาษีใหม่" กำลังเริ่มขึ้น นักช้อปชาวอเมริกันกำลังแห่กันไปที่แอพลิเคชั่น อีคอมเมิร์ซจีน เพื่อค้นหาสินค้าราคาถูกที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าผ้าใบ เสื้อผ้า และกระเป๋าหรูหรา หวังช้อปชิงแชมป์ ก่อนจะมีการขึ้นราคา เป็นผลตามมาจากสงครามภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ซึ่งยังคงดำเนินอยู่

แค่เฉพาะยอดดาวน์โหลดแอปจีนใน App Store มียอดดาวน์โหลดที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ชาวสหรัฐ ต่างเร่งรีบสั่งซื้อสินค้าก่อนวันที่ 2 พ.ค. เพราะเมื่อการยกเว้นขั้นต่ำสิ้นสุดลง อาจจะทำให้สินค้านำเข้าจากจีน ที่มีมูลค่า 800 ดอลลาร์หรือต่ำกว่านั้น ต้องเสียภาษีปกติ

ขณะที่บริษัทอีคอมเมิร์ซจีนได้เตือนผู้ซื้อในสหรัฐ ให้เตรียมรับราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ผู้ซื้อต่างรู้สึกกังวลกับการซื้อสินค้าผ่านแอปช้อปปิ้งหลังจากนี้ อาจเจอโดนเก็บภาษีแพงกว่า

ผู้ใช้ TikTok หลายคนก็รู้สึกสงสัยว่า “ถ้าเราสั่งซื้อตอนนี้แล้วสินค้าถึงสหรัฐหลังจากวันที่ 1 พ.ค. สินค้าจะถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราใหม่หรือไม่” เช่นเดียวกับนักช้อปออนไลน์คนหนึ่ง กดสินค้าใส่ลดรถเข็นแล้ว แต่ยังไม่กล้าสั่งซื้อ เพราะกังวลการเสียภาษี เนื่องจากเขารู้เต็มอกว่าสินค้าจะมาถึงหลังมาตรการภาษีใหม่เริ่มต้นขึ้น

“เหตุการณ์นี้ เกิดจากสงครามภาษีจีนกับสหรัฐ ทำให้ผู้บริโภคกังวลต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาในอนาคต” เจสัน หยู กรรมการผู้จัดการของ CTR Market Research ในปักกิ่งกล่าวกับชาแนลนิวส์ เอเชีย (CNA)

นี่เป็นเหตุผลที่พวกเขาเกิดความกังวล จึงมองหาแหล่งซื้อสินค้าที่แตกต่างไป และพวกเขาก็มุ่งตรงไปแหล่งซื้อสินค้าโดยตรงจากแอปจีน

CNA ได้ตรวจสอบข้อมูลเมื่อวันพฤหัสบดี (17 เม.ย.) พบว่า แอปของจีนครองส่วนแบ่ง App Store ของ Apple ในสหรัฐ โดย 6 ใน 11 ของแอปช้อปปิ้งที่ผู้ใช้ในสหรัฐ ดาวน์โหลดสูงสุดนั้นเป็นแอปจีน

นอกเหนือจากแอปยอดนิยมอย่าง ทีมู, เถาเป่า และ Shein แล้ว แอปของจีนอย่าง DHgate ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า "Little Yellow App" ก็ประสบความสำเร็จในชั่วข้ามคืน โดยก้าวกระโดดขึ้นมาอยู่อันดับ 2 รองจาก ChatGPT ในรายชื่อแอป iPhone ฟรีของ Apple ไปอย่างหวุดหวิดเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ตาม

หยู กล่าวว่า หากพูดตรงไปตรงมากขึ้น “ประธานาธิบดีทรัมป์ ประเมินผู้บริโภคชาวอเมริกัน เพื่อหลีกเลี่ยงนโยบายภาษีเหล่านี้ต่ำเกินไป”

อเมริกัน คลั่งช้อปแอปจีน

DHgate เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในปักกิ่ง ก่อตั้งเมื่อปี 2547 ดำเนินการจัดส่งสินค้าที่ผลิตจากโรงงานจีนโดยตรงภายใต้กฎเกณฑ์ De Minimis Exemption ซึ่งเป็นมาตรการศุลกากรของสหรัฐ ที่อนุญาตให้สินค้านำเข้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์ หรือประมาณ 26,600 บาท สามารถเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า และแทบไม่ต้องผ่านการตรวจสอบทางศุลกากร เดิมกฎระเบียบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดภาระงานของหน่วยงานรัฐ และส่งเสริมการค้าขนาดเล็กในยุคที่การค้าอีคอมเมิร์ซกำลังเริ่มต้น

บริษัท Appfigures ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลแอปได้อ้างอิงบริษัทสื่อ Cailianshe ระบุว่า ยอดดาวน์โหลดแอปช้อปปิ้งในสหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกตะลึงถึง 940 เปอร์เซ็นต์จากค่าเฉลี่ย 30 วัน

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์เตือนว่า การเติบโตนี้อาจส่งผลเสียได้เช่นกัน เนื่องจากแพลตฟอร์มเหล่านี้ อาจต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาและคุณภาพสินค้า

สงครามแบรนด์แนม กับผู้ผลิต บนโลกโซเชียล

ขณะเดียวกัน สงครามข้อมูลดิจิทัลระดับโลก กำลังเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน โดยผู้สร้างคอนเทนต์ชาวจีนใช้แพลตฟอร์มอย่าง TikTok เพื่อความเป็นเบื้องหลังการผลิตสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งไม่เคยมีใครออกมาพูดถึงจีนในห่วงโซ่อุปทานโลก

โดยพวกเขาตั้งคำถามว่า ผู้ซื้อชาวอเมริกันว่า ทำไมถึงจ่ายเงินเพิ่มอีกหลายร้อยดอลลาร์ เพื่อซื้อโลโก้แบรนด์เนม แต่สินค้าที่ได้ก็มาจากแหล่งผลิตคุณภาพในจีน เพียงแต่เมื่อจีนผลิตเสร็จแล้ว ก็ถูกส่งออกไปต่างประเทศ เพื่อตกแต่งเพิ่มอีกเล็กน้อย และติดโลโก้แบรนด์เนมนั้นๆ

สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ท่ามกลางภาษีศุลกากรที่สูงขึ้นและความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนที่กลับมาปะทุ ทำให้เนื้อหาลักษณะนี้ กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง แล้วได้ผลลัพธ์ต่างจากก่อนหน้านี้ เพราะผู้ซื้อกลุ่มใหม่ที่ใส่ใจเรื่องราคา คุณภาพ และเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก ต่างก็ให้ความสนใจในประเด็นนี้มาก

เปิดรับผู้สมัครใจ ร่วมคลับ “MADE IN CHINA”

เป็นเวลาหลายทศวรรษที่สินค้าผลิตจากจีน ถูกมองว่ามีราคาถูก ผลิตเป็นจำนวนมาก และมีคุณภาพต่ำกว่า

เศรษฐกิจโลกได้ประโยชน์อย่างมากจากต้นทุนแรงงานถูกและการผลิตจำนวนมากของจีน ซึ่งผลิตได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่ของเล่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ เครื่องครัว และเครื่องประดับ

มีผู้ค้าปลีกแฟชั่นจำนวนไม่น้อยส่งการผลิตไปยังประเทศจีน” ติ๊กต็อกเกอร์กล่าว และเสริมว่าแม้ว่ากระบวนการบางส่วนอาจทำในสถานที่อื่นๆด้วยเช่นกัน อย่างใน ยุโรป แต่การผลิตพื้นฐานจำนวนมากก็ยังคงผลิตในประเทศจีน

“สำหรับสินค้ากระแสหลักในสหรัฐมาจากทั่วโลก ส่วนใหญ่มีต้นทุนการผลิตมีราคาเพียงเศษเสี้ยวของราคาที่ผู้ซื้อในสหรัฐต้องจ่าย และส่วนใหญ่สินค้าที่ผลิตขึ้นจากเมืองและมณฑลต่างๆ ของจีน เช่น กวางตุ้งหรือฝูเจี้ยน” ติ๊กต็อกเกอร์กล่าว

"แต่ถึงอย่างไร แนวโน้มดังกล่าวไม่ได้เน้นย้ำถึงความแตกต่างของราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเผยให้เห็นว่าผู้คนมีความรู้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเกี่ยวกับการค้าและห่วงโซ่อุปทานระดับโลก" นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีชาวจีน หม่า ลุย ซึ่งเป็นพิธีกรรายการพอดแคสต์ Tech Buzz China กล่าว

หม่ามองการสร้างแบรนด์ การตลาด และมูลค่าเชิงสัญลักษณ์ (ทางอารมณ์) ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งมีบทบาทสำคัญกว่า นั่นแหละเป็นเหตุผลว่า ทำไมถึงต้องทำการตลาด เพราะคนที่มีกำลังซื้อสูงให้ความสำคัญกับ “แบรนด์ให้คุณค่าทางจิตใจผู้ซื้อ มากกว่าตัวสินค้าเท่านั้น” หม่ากล่าว

แอปจีน ต้องปฏิวัติ หากต้องการเป็นผู้นำอีคอมเมิร์ซโลก

ความเร็วและประสบการณ์ในการบริการ ไม่ได้รับประกันคุณภาพสินค้า และการให้บริการลูกค้า

“เว้นแต่ว่า แพลตฟอร์มต้องให้ความสำคัญกับความต้องการใหม่นี้จริงๆ พวกเขาจะต้องลงทุนทรัพยากรในการบริการลูกค้า” หม่ากล่าว พร้อมเสริมว่าการคืนสินค้า การเปลี่ยนสินค้า และการดูแลหลังการขาย ก็ไม่เป็นเรื่องแน่นอนยิ่งขึ้นไปอีก

ความคิดเห็นล่าสุดเกี่ยวกับวิดีโอ TikTok ที่เป็นไวรัลอยู่ตอนนี้ แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้บางกลุ่มต่อต้าน DHgate โดยชี้ผลิตภัณฑ์ของ DHgate มักมีคุณภาพไม่ดี บ้างก็ปะปนด้วย "สินค้าเลียนแบบ" ไม่เหมือนกับสินค้าจริง แม้ว่าในตอนแรกอาจดูคล้ายกันก็ตาม โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสินค้าลอกเลียนแบบ และการติดแบรนด์ก็ไม่ถูกต้อง

ในไม่ช้านี้ แพลตฟอร์มเหล่านี้ อาจเผชิญกับการตรวจสอบทางกฎหมายและกฎระเบียบจากทั้งรัฐบาลและแบรนด์ต่างๆ

“ในการค้าอีคอมเมิร์ซระดับโลก แพลตฟอร์มต่างๆ ควรจะเริ่มต้น หรืออย่างน้อยก็สั่งห้าม ผู้ขายละเมิดกฎทรัพย์สินทางปัญญา” หม่ากล่าว สิ่งนี้เป็นพันธกิจที่แพลตฟอร์มกับผู้ค้าสินค้าต้องมีร่วมกัน เพื่อแสดงความซื่อสัตย์กับผู้บริโภค ซึ่งไม่แน่ใจว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้พร้อมที่จะรับมือกับการค้าดังกล่าวหรือไม่”

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมหลังภาษีศุลกากรใหม่จะเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยหม่ามองว่า ในท้ายที่สุด ซัพพลายเออร์จีนจะต้องดำเนินการในทิศทางที่ควรจะเป็น และจะทำทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอด แม้ว่าจะหมายถึงการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจและเพิ่มการดูแลลูกค้า เพราะสุดท้ายพวกเขาก็ต้องทำเช่นนั้น พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น”