background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ร้านดังปักกิ่ง ‘เลิกใช้’ เนื้อวัวสหรัฐ หันซบออสซี่ ผลพวงสงครามการค้า

ร้านดังปักกิ่ง ‘เลิกใช้’ เนื้อวัวสหรัฐ หันซบออสซี่ ผลพวงสงครามการค้า

สงครามการค้าทำพิษ ร้านอาหารอเมริกันชื่อดังในปักกิ่งอย่าง ‘Home Plate BBQ’ จำต้องปรับเมนูครั้งใหญ่ โดยเตรียมนำเข้า ‘เนื้อวัวจากออสเตรเลีย’ มาแทนที่ ‘เนื้อวัวสหรัฐ’ ที่เคยเป็นวัตถุดิบหลัก อันเนื่องจากภาระภาษีที่สูงขึ้นอย่างมาก

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า “Home Plate BBQ” ซึ่งเป็นร้านอาหารสไตล์อเมริกันในกรุงปักกิ่งกำลังพิมพ์เมนูใหม่ และจะนำ “เนื้อวัวอเมริกัน” ซึ่งเคยเป็นวัตถุดิบหลักของร้านออกจากรายการอาหารในเร็ววัน เนื่องจากผลกระทบของสงครามการค้าสหรัฐ-จีน 

เดิมที Home Plate สั่งซื้อเนื้อวัวทั้งหมดจากสหรัฐ แต่ในปัจจุบันได้หันมานำเข้าเนื้อจาก “ออสเตรเลีย” มากขึ้น โดยทางร้านใช้เนื้อส่วนอกของวัวประมาณ 7-8 ตันต่อเดือน และเมื่อเนื้อวัวสหรัฐที่อยู่ในสต็อกใกล้หมดลงในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ร้านอาหารสไตล์อเมริกันแห่งนี้ก็จะเสิร์ฟเฉพาะเนื้อวัวจากออสเตรเลียเท่านั้น

“เนื้อวัวจากสหรัฐ” เป็นหนึ่งในสินค้าหลายพันรายการที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า แม้กระทั่งก่อนที่สงครามจะเริ่มต้น เนื้อวัวอเมริกันก็มีราคาสูงอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อจีนเรียกเก็บภาษีตอบโต้เพิ่มอีก 125% นอกเหนือจากภาษีเดิม 22% ก็ยิ่งทำให้ไม่สามารถซื้อหาได้

“โดยพื้นฐานแล้ว เป็นเรื่องยากที่จะใช้เนื้อวัวจากสหรัฐต่อไปได้” ชาร์ลส์ เดอ เพลเลตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของร้าน Home Plate กล่าว

แม้ว่ามูลค่าส่งออกเนื้อวัวจากสหรัฐไปยังจีนในระดับเดือนละ 125 ล้านดอลลาร์ จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ของการค้าสินค้าขนาดมหึมา แต่การหายไปของเนื้อวัวจากเมนูในปักกิ่ง ก็เป็นภาพสะท้อนถึงชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสินค้าอีกนับพันรายการของทั้งสองประเทศ

“เมื่อสินค้าในสต็อกของเราหมดลง เราจะเปลี่ยนไปใช้เนื้อวัวออสเตรเลีย M5 ทั้งหมด... เรายังคงคิดว่ารสชาติ คุณภาพ และกลิ่นยังคงเหมือนเดิม แต่เราจำเป็นต้องเปลี่ยน เนื่องจากแรงกดดันของตลาดและภาษี” เดอ เพลเลตต์กล่าว

เขายังกล่าวอีกว่า ซี่โครงหมูก็กำลังจะเปลี่ยนแหล่งที่มาเช่นกัน โดยต่อไปนี้จะนำเข้าจากแคนาดา

ทั้งนี้ เดอ เพลเลตต์ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่า โฮมเพลทจ่ายเงินเท่าไหร่สำหรับเนื้อวัวออสเตรเลีย

ก่อนที่สงครามการค้าจะเริ่มต้นขึ้น เนื้อวัวสหรัฐก็เริ่มมีราคาสูงขึ้นแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาวะขาดแคลน อันเนื่องมาจากสภาพอากาศแห้งแล้งเป็นเวลาหลายปี ทำให้จำนวนฝูงวัวลดลงเหลือน้อยที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1950 

ส่วนราคาเนื้อส่วนอกของวัวสหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 50% ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมีนาคมก่อนที่จะพุ่งสูงขึ้นอีกหลังจากการเรียกเก็บภาษี จนทำให้ปริมาณสินค้าลดลง และต้นทุนเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน

ออสเตรเลียจึงเล็งเห็นโอกาสในการเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ โดยเฉพาะเนื้อวัวส่วนอกที่มีราคาถูกกว่าถึง 40% และที่ร้านโฮมเพลท พวกเขาก็ประสบความสำเร็จอย่างดีกับเนื้อวัวจากออสเตรเลีย เมื่อถึงเดือนพฤษภาคมปีนี้ ลูกค้าจะได้ลิ้มรสซี่โครง ส่วนอกเนื้อวัว และไส้กรอกออสเตรเลียที่ผ่านการรมควันอย่างพิถีพิถันเป็นเวลานาน ตามตำรับเท็กซัสและภาคใต้ของอเมริกา

“เราได้ทดลองใช้มาสองสามเดือนแล้ว และพบว่าจริงๆ แล้วดีไม่แพ้กัน และลูกค้าของเราก็ค่อนข้างพอใจกับเนื้อนี้” เดอ เพลเลตต์กล่าว


อ้างอิง: reuters