วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

นักลงทุนจีนเบนเข็มสู่ ‘หุ้นบันเทิง’  ทำรายได้ชนะ ‘เงินฝืด‘

นักลงทุนจีนเบนเข็มสู่ ‘หุ้นบันเทิง’  ทำรายได้ชนะ ‘เงินฝืด‘

นักลงทุนจีนเบนเข็มสู่ ‘หุ้นบันเทิง’  หลังธุรกิจภาพยนตร์ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ สวนทางเศรษฐกิจยุค ‘เงินฝืด’ สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยอมจ่ายเพื่อ ‘ความชอบ‘

สถานการณ์เศรษฐกิจจีนที่กำลังเผชิญกับภาวะ “เงินฝืด” ทำให้พฤติกรรมการบริโภคของผู้คนเปลี่ยนแปลง ทำให้นักลงทุนในตลาดหุ้นจีนจึงปรับกลยุทธ์การซื้อขาย โดยเน้นไปที่หุ้นของบริษัทที่ตอบสนองต่อแนวโน้มการ "ลดค่าใช้จ่าย" และ "ความคุ้มค่า" ของผู้บริโภค ทว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนไม่ได้ส่งผลดีต่อทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมกัน หุ้นบางตัวได้รับผลกำไร ในขณะที่บางตัวกลับขาดทุน

สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า นักลงทุนในตลาดหุ้นจีนกำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุน โดยหันมาให้ความสนใจกับหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการที่ให้ความบันเทิงแก่ผู้บริโภคใน “ราคาประหยัด” เช่น ภาพยนตร์, งานศิลปะ, ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด และร้านกาแฟ 

ขณะเดียวกัน นักลงทุนก็กำลังลดการถือครองหุ้นในกลุ่ม “สินค้าฟุ่มเฟือย” เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, เครื่องประดับ และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเคยเป็นตัวชี้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน 

ดัชนี CSI 300 ซึ่งเป็นดัชนีหลักของตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.40% ตั้งแต่ต้นปี โดยได้รับแรงหนุนจาก “ดีปซีก” (DeepSeek) แต่ก็ยังต่ำว่าจุดสูงสุดในเดือนต.ค.ปีที่แล้ว 6.5%  

ธุรกิจภาพยนตร์โตสวนทาง ‘เงินฝืด’

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคชาวจีนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ธุรกิจภาพยนตร์กลับเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง “นาจา 2” (Ne Zha 2)  ที่สร้างปรากฏการณ์ทำรายได้ถล่มทลายกว่า 12,000 ล้านหยวน หรือราว 55,256 หมื่นล้านบาท จยกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์จีน 

ความสำเร็จครั้งนี้ส่งผลให้หุ้นของบริษัทเอ็นไลท์ มีเดียผู้ผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้ พุ่งสูงขึ้นเกือบ 3 เท่าภายในเวลาไม่ถึงเดือน

กระแสความนิยมของภาพยนตร์แอนิเมชั่นนาจา 2 ส่งแรงกระเพื่อมไปสู่สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ แบรนด์สินค้าชั้นนำต่างพากันจับมือเป็นพันธมิตรกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เพื่อสร้างสรรค์สินค้าคอลเลกชันพิเศษที่ตอบโจทย์ความต้องการของแฟนๆ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “ป๊อปมาร์ท” Pop Mart บริษัทอาร์ตทอยผู้ผลิต ”กล่องสุ่ม”  ได้เปิดตัวคอลเลกชันฟิกเกอร์ตัวละครจากนาจา 2 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนสินค้าขายหมดภายในวันเดียว และมียอดสั่งซื้อล่วงหน้าจำนวนมาก ส่งผลให้หุ้นของป๊อปมาร์ทในตลาดหุ้นฮ่องกงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมของภาพยนตร์ที่ส่งผลบวกต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริโภคจีนยอมจ่ายเพื่อ ‘ความบันเทิง’

ความสำเร็จของภาพยนตร์นาจา 2 ก็จุดประกายความหวังว่าผู้บริโภคอาจเริ่มกลับมาใช้จ่ายกับความบันเทิงมากขึ้น

นักลงทุนจีนเบนเข็มสู่ ‘หุ้นบันเทิง’  ทำรายได้ชนะ ‘เงินฝืด‘

ฮโยมิ เจีย ผู้จัดกองทุนจากฟิเดลิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลมองว่า ความสำเร็จของ Pop Mart สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวจีนที่เปลี่ยนแปลงไป แม้ว่าผู้คนจะระมัดระวังในการใช้จ่ายทั่วไปมากขึ้น แต่พวกเขายังคงเต็มใจที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อ "สินค้าที่เป็นที่ต้องการอย่างมาก" หรือสินค้าที่ตนเองชื่นชอบเป็นพิเศษ

วิกตอเรีย มิโอ นักวิเคราะห์หุ้นจีนและผู้จัดการกองทุน ฮอไรซอน ไชน่า ออพเพอร์ทูนิตีส์ ฟันด์  ซึ่งมีหุ้นจีนกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยเป็นสัดส่วนการลงทุนที่ใหญ่ที่สุด มองว่าปรากฏการณ์นี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นของผู้บริโภค พร้อมเตือนว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่านี่คือการฟื้นตัวที่แท้จริงของความเชื่อมั่นผู้บริโภค

ด้านจาง เซียวหยาน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยชิงหัวกล่าวว่า ความสำเร็จของภาพยนตร์นาจา 2 นั้นเป็นมากกว่าแค่ความบันเทิง แต่เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวจีน

“การที่ผู้คนยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อตั๋วภาพยนตร์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงมีความต้องการสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูง แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ทำให้ปรากฏการณ์นี้เป็น "สัญญาณสำคัญ" ที่จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของตลาดทุนของจีนอีกครั้ง“

จับตา ‘จีน’ กระตุ้นเศรษฐกิจ

นักลงทุนกำลังจับตามองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน จะสามารถแก้ไขปัญหาภาวะเงินฝืดได้มากน้อยแค่ไหน ตั้งแต่การพยุงตลาดหุ้นไปจนถึงการส่งเสริมการบริโภคสินค้า

แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือนม.ค.จะเพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากเทศกาลตรุษจีนที่มาเร็วกว่าปกติ โดยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์แสดงให้เห็นว่ายอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์สื่อสารเพิ่มขึ้นกว่า 10% ในช่วงวันหยุด ซึ่งเป็นผลจากโครงการสนับสนุนของรัฐบาล ในทางกลับกัน ยอดขายรถยนต์ส่วนบุคคลกลับลดลง 12% ในเดือนมกราคม แสดงให้เห็นถึงความผันผวนของกำลังซื้อในแต่ละภาคส่วน

จากผลสำรวจแบงก์ออฟอเมริการะหว่างวันที่ 7 ถึง 13 ก.พ.ที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าความต้องการในการใช้จ่ายในอนาคตก็ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางสะท้อนให้เห็นว่า แม้รัฐบาลจีนจะพยายามกระตุ้นการบริโภค แต่ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจ และเลือกที่จะเก็บเงินมากกว่าใช้จ่าย

การกระตุ้นการบริโภคถือเป็นประเด็นสำคัญที่สุดในการประชุม Central Economic Work Conference ในเดือนธันวาคม เนื่องจากจีนพยายามส่งเสริมปัจจัยกระตุ้นการเติบโตใหม่ๆ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงในปี 2565 ระหว่างการระบาดของ COVID-19 และไม่สามารถฟื้นตัวได้ เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำและอัตราการว่างงานของเยาวชนที่เพิ่มขึ้น ด้วยความมั่งคั่งที่ลดลงและโอกาสในการหางานที่อ่อนแอ ผู้บริโภคจำนวนมากจึงหันมาใช้จ่ายอย่างประหยัด