คาด ‘เกาหลีใต้’ ลดดอกเบี้ย 0.25 จุด มุ่งรับมือทรัมป์ฉุดเศรษฐกิจ

คาด ‘เกาหลีใต้’ ลดดอกเบี้ย 0.25 จุด มุ่งรับมือทรัมป์ฉุดเศรษฐกิจ

ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้น ธนาคารกลางเกาหลีใต้พิจารณานโยบายผ่อนคลายการเงินอีกครั้ง นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาด เกาหลีใต้จะปรับลดดอกเบี้ยลงในการประชุมสัปดาห์นี้

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า “ธนาคารกลางเกาหลี” (Bank of Korea) อาจกลับมาใช้นโยบาย “ผ่อนคลายทางการเงิน” อีกครั้งในสัปดาห์นี้ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจให้รับมือกับสงครามภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ และผู้บริโภค 

นักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 19 คนที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กสำรวจความคิดเห็นคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ เหลือ 2.75% 

ในเดือนมกราคม สมาชิกคณะกรรมการทั้ง 6 คน ยกเว้นผู้ว่าการอี ชางยงซึ่งไม่ได้เปิดเผยมุมมองของเขา กล่าวว่า พวกเขาพร้อมที่จะลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงสามเดือนข้างหน้า หลังจากนั้น อี ชางยงได้เรียกร้องให้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมกับแสดงความกังวลถึงความอ่อนแอของสกุลเงินท้องถิ่น

“งบประมาณเสริมก็เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัวลง” อาชว์ ภัณฑียา นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ กล่าวในบันทึก “หากรัฐบาลไม่สามารถผ่านงบประมาณเสริมได้ ก็อาจจำเป็นต้องมีการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในวงรอบที่ลึกขึ้น”

นอกจากนี้ อี ชางยงได้เสนอวงเงินงบประมาณเพิ่มเติมไว้ที่ระหว่าง 15-20 ล้านล้านวอน ซึ่งน้อยกว่าวงเงิน 35 ล้านล้านวอน ที่พรรคฝ่ายค้านหลักอย่างพรรค Democratic เสนอไว้มาก โดยรัฐบาลภายใต้การนำของ ชเว ซังมก ประธานาธิบดีรักษาการ กำลังพิจารณารายละเอียดของข้อเสนองบประมาณเพิ่มเติมนี้อย่างถี่ถ้วน

ก่อนหน้านั้น การผ่อนคลายนโยบายการเงินได้หยุดลง หลังจากธนาคารกลางลดอัตราดอกเบี้ยสองครั้งในปลายปี 2024 และสะท้อนถึงความกังวลว่า การลดดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่สาม อาจกดดันให้สกุลเงินวอนอ่อนค่าลงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเกาหลีใต้มีความเสี่ยงสูงที่สุดต่อการผันผวนของค่าเงิน เพราะพึ่งพาการค้าสำหรับพลังงาน อาหาร และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

“ธนาคารกลางเกาหลีใต้หยุดการผ่อนคลายนโยบายในเดือนมกราคม เนื่องจากเกรงว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ย อาจทำให้ค่าเงินวอนที่อ่อนอยู่แล้วอ่อนค่าลงไปอีก แต่เมื่อค่าเงินมีความเสถียรขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เราเชื่อว่าความกังวลเหล่านั้นจะไม่เป็นอุปสรรคสำคัญในครั้งนี้” ฮโยซุง ควอน นักเศรษฐศาสตร์แห่งสำนักข่าวบลูมเบิร์ก กล่าว

ทั้งนี้ ภาษีเพิ่มเติมของสหรัฐที่มีอัตรา 25% จะกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ ยา และเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้เป็นหลัก ตามที่นักเศรษฐศาสตร์จาก Citi Research คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของเกาหลีใต้อาจลดลงไป 0.2% 

เนื่องจากเศรษฐกิจเกาหลีใต้พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก เป็นที่คาดว่าเกาหลีใต้จะเห็นการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ เนื่องจากสงครามภาษีกำลังใกล้เข้ามา และการฟื้นตัวของตลาดหน่วยความจำชิปเริ่มชะลอตัวลง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็ยังคงอ่อนแอ 

สำหรับGDPเกาหลีใต้ ธนาคารกลางเกาหลีคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มเติบโตอยู่ระหว่าง 1.6% ถึง 1.7% ในปีนี้ 

“ขณะลดอัตราดอกเบี้ยในวันอังคารนี้ ธนาคารกลางเกาหลีจะส่งสัญญาณว่า จะชะลอวงจรการผ่อนคลายนโยบายการเงินจนถึงเดือนพฤษภาคมหรืออาจจะนานกว่านั้น” ชอ ยองกู นักกลยุทธ์ด้านตราสารหนี้จาก Shinyoung Securities กล่าว

ในการสำรวจเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางนโยบายการเงิน ผู้เข้าร่วมการสำรวจ 55% ระบุกับสมาคมการลงทุนทางการเงินเกาหลี (Korea Financial Investment Association) ในเดือนนี้ว่าคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่วนที่เหลือ 45% คาดว่า จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้

ขณะที่การสำรวจของบลูมเบิร์กในกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์แสดงให้เห็นว่า ธนาคารกลางเกาหลีอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยลงไปที่ 2.25% ภายในสิ้นปีนี้

อ้างอิง: bloomberg

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์