background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

‘ทรัมป์’ เริ่มสงครามการค้า หวั่นกดดันตลาดโลกผันผวน ‘เงินเฟ้อ’ ปะทุรุนแรง

‘ทรัมป์’ เริ่มสงครามการค้า  หวั่นกดดันตลาดโลกผันผวน  ‘เงินเฟ้อ’ ปะทุรุนแรง

‘ทรัมป์ 2.0’ เริ่มสงครามการค้าปี 2568 เจพีมอร์แกน หวั่นตลาดโลกผันผวน แบงก์ออฟอเมริกากังวล ‘เงินเฟ้อ’ รุนแรงอีกครั้ง อาจกดดันราคาสินค้าแพงขึ้น

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานความกังวลจากสถานการณ์ “สงครามการค้า” เมื่อประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์”  ขู่ว่าจะเก็บภาษีคู่ค้าของสหรัฐซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของปีที่ “ผันผวน” จากผลสำรวจโดยเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค (JPMorgan Chase & Co.) พบว่าอัตราเงินเฟ้อ และภาษีศุลกากรจะมีผลกระทบต่อตลาดมากที่สุดในปี 2568 รองลงมาคือ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ (41%) เห็นว่าความผันผวนเป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุดในตลาดการซื้อขายสินทรัพย์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 28%

‘ทรัมป์’ เริ่มสงครามการค้า  หวั่นกดดันตลาดโลกผันผวน  ‘เงินเฟ้อ’ ปะทุรุนแรง

เมื่อวันอังคาร ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้สั่งให้เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดา และเม็กซิโกทั้งหมด 25% แต่ได้ระงับการเรียกเก็บภาษีดังกล่าวไว้ หลังจากที่ผู้นำของทั้งสองประเทศให้คำมั่นว่าจะพยายามมากขึ้นเพื่อหยุดยั้งกระแสการอพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และการค้ายาเสพติดที่ผิดกฎหมาย ภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนทั้งหมด 10% มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการระงับประกาศไว้ชั่วคราว

 เสี่ยง ‘เงินเฟ้อ’ โลกปะทุรุนแรง 

ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่อาจกลับมาอีกครั้งยังคงมีอยู่ นับตั้งแต่ทรัมป์ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ความคาดหวังที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ลดลงไป

ผลสำรวจผู้จัดการกองทุนทั่วโลกของแบงก์ออฟอเมริกา(Bank of America) ในเดือนม.ค. แสดงให้เห็นว่าการเติบโตของราคาผู้บริโภคทั่วโลกจะกลับมาเป็นประเด็นสำคัญสำหรับปี 2568 ขณะเดียวกันธนาคารโลกคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวลง แต่ยังคงเตือนว่า "อัตราเงินเฟ้ออาจชะลอตัวต่อเนื่องมากกว่าที่คาดไว้"

นักวิเคราะห์เริ่มประเมินแนวโน้มเงินเฟ้ออีกครั้ง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มอร์แกน สแตนลีย์ได้ยกเลิกการคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในเดือนมี.ค.68 โดยไมเคิล กาเปน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า "ความไม่แน่นอนของภาษีศุลกากรแบบไปๆ มาๆ น่าจะเพิ่มอุปสรรคในการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ"

‘ทรัมป์’ เริ่มสงครามการค้า  หวั่นกดดันตลาดโลกผันผวน  ‘เงินเฟ้อ’ ปะทุรุนแรง

 เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าเฟดจะไม่รีบลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากต้องการรอดูความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากนโยบายภาษีศุลกากรเพิ่มความซับซ้อนให้กับทิศทางของเงินเฟ้อมากขึ้น

สีมาห์  ชาห์ หัวหน้านักวิเคราะห์ของ Principal Asset Management เตือนว่าเฟดจำเป็นต้องตื่นตัวต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากนโยบายภาษีศุลกากร โดยเฟดต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้ออาจสูงขึ้น

ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) เตือนเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะ "stagflation" ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ยาก โดยมีลักษณะคือ ภาวะเงินเฟ้อสูงอย่างต่อเนื่อง ตลาดแรงงานอ่อนแอ และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ซบเซา

นักเศรษฐศาสตร์จาก Bank of America เตือนว่า สถานการณ์ในปัจจุบันมีความแตกต่างจากช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของภาวะเงินเฟ้อ โดยในปัจจุบัน ผู้ผลิต และผู้ขายมีแนวโน้มที่จะผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นให้กับผู้บริโภคมากขึ้น และภาษีศุลกากรในครั้งนี้ยังถูกนำไปใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภคโดยตรง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง

 "สิ่งที่เรากังวลในตอนนี้ ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์แตกต่างจากปี 2561-2562 คือ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในปัจจุบันแตกต่างจากเดิมมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของอัตราเงินเฟ้อ" 

 

 

อ้างอิง Bloomberg1 , Bloomberg2

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์