‘อีลอน มัสก์’ เป็น ‘พนักงานรัฐบาลพิเศษ’ อย่างเป็นทางการ และไม่ขอรับเงินเดือน ซึ่งจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เกิน 130 วัน พร้อมเตรียมปิดหน่วยงาน ‘USAID’
เว็บไซต์บิสซิเนส อินไซเดอร์ (Business Insider) รายงานว่าโฆษกทำเนียบขาวยืนยันว่า “อีลอน มัสก์” ซีอีโอของเทสลาและสเปซเอ็กซ์เป็น "พนักงานรัฐบาลพิเศษ" อย่างเป็นทางการ และจะไม่ได้รับเงินเดือนสำหรับการบริการของเขา
แคโรไลน์ ลีวิตต์ จากโฆษกของทำเนียบขาว กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า อีลอน มัสก์ "ปฏิบัติตามกฎหมายของรัฐบาลกลางที่เกี่ยวข้องทั้งหมด" ในการทำงานร่วมกับรัฐบาล
ในอดีต รัฐบาลมักใช้การจำแนกประเภท "พนักงานรัฐบาลพิเศษ" สำหรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านแต่ไม่ได้ต้องการเป็นพนักงานถาวร พนักงานประเภทนี้จะไม่ต้องปฏิบัติตามกฎจริยธรรมและข้อขัดแย้งทางผลประโยชน์เหมือนกับพนักงานทั่วไป
อย่างไรก็ตาม กฎหมายของรัฐบาลกลางกำหนดว่าพนักงานรัฐบาลพิเศษไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เกิน 130 วันในช่วง 365 วัน ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่า จะเกิดอะไรขึ้นหากมัสก์ทำงานเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนด
จ่อยุบ ‘USAID’
หลังจากมหาเศรษฐี “อีลอน มัสก์” (Elon Musk) รับตำแหน่งผู้นำกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล หรือ DOGE เพื่อลดขนาดรัฐบาลกลางให้มีประสิทธิภาพ มัสก์ก็เตรียมปิด “หน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐ” หรือ “USAID”
“หน่วยงานนี้ไม่สามารถซ่อมแซมได้อีกแล้ว” มัสก์กล่าวพร้อมเสริมว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็เห็นด้วยว่า ควรจะปิดหน่วยงานนี้”
เมื่อวันอาทิตยที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ทางการของรัฐบาลทรัมป์ได้ถอดถอนเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระดับสูง 2 คนที่ USAID ในช่วงสุดสัปดาห์ หลังจากที่พวกเขาพยายามขัดขวางตัวแทนจาก DOGE ของมัสก์ ที่พยายามเข้าถึงส่วนข้อจำกัดของอาคารดังกล่าว
ทั้งนี้ USAID เป็นผู้บริจาครายเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยในปีงบประมาณ 2023 สหรัฐได้แจกจ่ายความช่วยเหลือทั่วโลกเป็นจำนวน 72,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.4 ล้านล้านบาทสำหรับทุกอย่างตั้งแต่สิ่งของที่เกี่ยวกับสุขภาพของสตรีในพื้นที่ความขัดแย้ง ไปจนถึงการเข้าถึงน้ำสะอาด การรักษาโรค HIV/AIDS ความมั่นคงด้านพลังงาน และงานต่อต้านการทุจริต อีกทั้ง USAID ยังให้ความช่วยเหลือ ซึ่งคิดเป็น 42% ของความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั้งหมดที่สหประชาชาติติดตามในปี 2024
สำหรับการลดค่าใช้จ่ายของสหรัฐ มัสก์ประมาณการว่า รัฐบาลทรัมป์จะสามารถลดการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐได้ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์หรือราว 34 ล้านล้านบาทในปีหน้า โดยมัสก์ยืนยันว่า มีกลุ่มขบวนการฉ้อโกงต่างประเทศระดับมืออาชีพ กำลังขโมยเงินจำนวนมหาศาลโดยการปลอมตัวหรือตั้งตัวเป็นพลเมืองดิจิทัลปลอมของสหรัฐ





