background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

ฟังเสียงผู้นำทั่วโลกที่เวที 'ดาวอส' 2025 รับมือยุค 'ทรัมป์' อย่างไร

ฟังเสียงผู้นำทั่วโลกที่เวที 'ดาวอส' 2025 รับมือยุค 'ทรัมป์' อย่างไร

ฟังเสียงผู้นำทั่วโลกที่เวที 'ดาวอส' 2025 ในการประชุม World Economic Forum รับมือการเปลี่ยนแปลงยุค 'ทรัมป์2.0’ อย่างไร ยุโรปเตรียมตั้งรับ ‘ภาษีทรัมป์’ ความเสี่ยงใหญ่สุดในตลาดการเงินโลกปี 68

หลังจากจบพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีของ “โดนัล ทรัมป์” อีกหนึ่งอีเวนท์สำคัญของโลกคือ การประชุม “เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม”  (World Economic Forum) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นการรวมสุดยอดผู้นำโลก นักการเมืองและนักธุรกิจมารวมตัวกันเพื่อหารือและอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องเร่งด่วนที่สุดของโลกในเวลานี้ตลอดระยะเวลา 4 วัน

แม้ผู้นำหลายคนจะไม่ได้เข้าร่วมงานดาวอส โดยเฉพาะผู้นำจากจีน อินเดีย และผู้นำคนสำคัญหลายคนจากยุโรป แต่ในฟอรัมครั้งนี้ รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่ง มีกำหนดจะกล่าวปราศรัยต่อผู้เข้าร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอลิงก์ในวันพฤหัสบดีที่ 23 ม.ค.

 

สำนักข่าวซีเอ็ฯบีซีรายงานว่าในการประชุมดาวอส  ท่าทีของโดนัล ทรัมป์และผลกระทบจากนโยบายต่อตลาดและภาคธุรกิจกลายเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากที่สุดในทุกวงเสวนา  

นโยบายทรัมป์เสี่ยงเกิด ‘เงินเฟ้อง'

นิโคไล แทนเกน ซีอีโอของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการนอร์เวย์ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกกล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อที่เกิดจากภาษีศุลกากรของสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ ถือเป็นความเสี่ยงในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในปี 2568

 

แทนเกนกำลังจับตามองอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในระยะยาว ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเข้มข้นในตลาดหุ้นสหรัฐ และระดับหนี้ของรัฐบาลที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นความเสี่ยงสูงสุด

‘จีน’ เตือนสงครามการค้าไม่มีผู้ชนะ

ติง เสวี่ยเซียง รองนายกรัฐมนตรีจีน กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวในการประชุม โดยเตือนว่า “การทำสงครามการค้าจะสิ้นสุดลงโดยไม่มีผู้ใดได้รับชัยชนะ” ก่อนที่ทรัมป์จะเผยว่ารัฐบาลของเขากำลังหารือเรื่องการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอัตรา 10% โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลว่ายังคงมีการส่งเฟนทานิลจากจีนมายังสหรัฐผ่านเม็กซิโกและแคนาดา 

ยุโรปพร้อมเจรจา ‘สหรัฐ’

เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ประกาศเมื่อวันอังคารว่า สหภาพยุโรปพร้อม "เปิดรับการค้า" และมุ่งเน้นความร่วมมือในระดับโลก โดยเฉพาะพันธมิตรอย่าง “สหรัฐ” ซึ่งยุโรปพร้อมเจรจาหารือถึงผลประโยชน์ร่วมกันในวิถีทางของยุโรป คือ ยึดหลักปฏิบัติและยืนหยัดในหลักการ

หลังจากที่ทรัมป์ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้าจากสหภาพยุโรป มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปจึงนำมาสู่คำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับพันธมิตรในอนาคต

"ยุโรปพร้อมที่จะแสวงหาความร่วมมือ ไม่เพียงแต่กับพันธมิตรที่มีอุดมการณ์ร่วมกันมาอย่างยาวนานเท่านั้น แต่รวมถึงทุกประเทศที่มีผลประโยชน์ร่วมกับเรา"

ต้องพร้อมรับมือ ‘ทรัมป์’

คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ว่า ยุโรปจำเป็นต้อง "เตรียมพร้อม" และคาดการณ์ถึงมาตรการภาษีการค้าที่อาจเกิดขึ้นภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

"สิ่งที่เราต้องทำในยุโรปขณะนี้คือ การเตรียมความพร้อมและคาดการณ์สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อที่จะสามารถรับมือได้อย่างเหมาะสม"

นอกจากนี้ วัลดิส โดมโบรฟสกิส รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ดูแลด้านเศรษฐกิจและการเงิน ระบุว่ายุโรปจะตอบโต้ภาษีที่สหรัฐกำหนดขึ้นอย่างสมดุล

“หากมีความจำเป็นต้องปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของเรา เราจะตอบสนองในลักษณะที่สมดุล” 

‘เซเลนสกี’ ถามถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐต่ออนาคตของยุโรป

ประธานาธิบดี “โวโลดิมีร์ เซเลนสกี” แห่งยูเครนได้แสดงความกังวลต่อความมุ่งมั่นของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อพันธมิตรฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก โดยชี้ให้เห็นว่าการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลือกที่จะให้ความสำคัญกับประเด็นภายในประเทศเป็นลำดับแรกในการเข้ารับตำแหน่งนั้น สะท้อนให้เห็นว่าเขาอาจไม่ได้ใส่ใจต่ออนาคตของยุโรปมากนัก

ทรัมป์มา กระตุ้น ‘ยุโรป’

เหล่าซีอีโอของยุโรปมองว่าการมาของ “ทรัมป์” จะเป็น "แรงกระตุ้น" ให้กับบริษัทในสหรัฐเนื่องจากจะมีการผ่อนคลายกฎระเบียบและเพิ่มแหล่งพลังงานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารคนอื่นๆ รวมถึงผู้บริหารของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เตือนว่าตลาดการเงินกำลังเผชิญความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากการเก็บภาษีศุลกากร

ในขณะเดียวกัน การมาของทรัมป์เป็นการเตือนให้ยุโรปตื่นตัวซึ่งยุโรปจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจและการเติบโตจริงๆ รวมทั้งหลายสิ่งที่ทรัมป์พูดสามารถใช้กับยุโรปได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งยุโรปต้องมีความสามารถในการแข่งขันที่มากขึ้น มีผลผลิตแรงงานมากขึ้น ต้องลงทุนด้าน AI มากขึ้น  ลงทุนในสหภาพตลาดทุนยุโรป (Capital Markets Union)เพื่อปรับปรุงการไหลเวียนของเงินทุนในยุโรป

ใครบ้างที่ไม่เข้าร่วมงาน World Economic Forum ในปีนี้

  • ผู้นำจากประเทศมหาอำนาจ

ทั้งนายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทรา โมดี, ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีน, ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง, ผู้นำอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี และนายกรัฐมนตรีอังกฤษ คีร์ สตาร์เมอร์ ต่างก็ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมในปีนี้

  • ผู้นำจากประเทศกำลังพัฒนา

ประธานาธิบดีลุยซ์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา แห่งบราซิล ก็ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมเช่นกัน

  • ผู้นำที่ถูกตัดสิทธิ์

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้ เนื่องจากถูกหลายประเทศคว่ำบาตรหลังจากเหตุการณ์รัสเซียบุกยูเครน

  • กลุ่มประเทศ G7

มีเพียงนายกรัฐมนตรีเยอรมนี โอลาฟ โชลซ์ ที่จะเข้าร่วมการประชุมด้วยตนเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เนื่องจากกำลังจะพ้นวาระในเร็วๆ นี้