background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เหล่าซีอีโอสหรัฐเร่งตั้ง 'วอร์รูมด่วน'! รับมือคำสั่งทรัมป์อันไม่คาดฝัน

เหล่าซีอีโอสหรัฐเร่งตั้ง 'วอร์รูมด่วน'! รับมือคำสั่งทรัมป์อันไม่คาดฝัน

ท่ามกลางนโยบายใหม่ของ ปธน.ทรัมป์ที่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว ธุรกิจทั่วสหรัฐต่างเร่งปรับตัวด้วยการตั้ง 'วอร์รูม' รับมือความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ภาษีทรัมป์ การบุกตรวจค้นผู้ลักลอบเข้าทำงาน ไปจนถึงระเบียบการค้าโลกที่เปลี่ยนไป

หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า บริษัทในสหรัฐหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น ธนาคาร “JPMorgan Chase” หรือแม้แต่บริษัทด้านกฎหมาย “Fisher Phillips” ได้จัดตั้งห้องวอร์รูมด่วนขึ้นมา เพื่อรับมือกับนโยบายประธานาธิบดีทรัมป์ที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน 

การเปลี่ยนแปลงมีตั้งแต่ตั้งสายด่วนด้านนโยบายผู้อพยพ เพื่อช่วยลูกค้ารับมือการบุกตรวจค้น “ผู้ลักลอบเข้าประเทศ” ในสถานที่ทำงานซึ่งอาจเกิดขึ้น ขณะที่ผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกต่างตั้งทีมงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาษีศุลกากรใหม่ที่อาจเกิดขึ้นด้วย

“อาจจะมีความตกใจและหวาดหวั่นในวันแรก” นิค สตูเดอร์ ซีอีโอของ Oliver Wyman บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการกล่าว “ทรัมป์อยู่ในจุดสูงสุดของอำนาจตอนนี้ และนโยบายจะมีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อฝ่ายบริหารเริ่มดำเนินการ” 

สตูเดอร์กล่าวเพิ่มเติมว่า “มีไม่กี่บริษัทที่เข้าใจผลกระทบของภาษีศุลกากรที่อาจเกิดขึ้นอย่างเต็มที่”

Akin Gump Strauss Hauer & Feld บริษัทกฎหมายที่มุ่งเน้นลูกค้าทางธุรกิจ ได้เปิดตัวเครื่องมือ “ติดตามคำสั่ง” ของประธานาธิบดีทรัมป์ขึ้น โดยบริษัทกฎหมายดังกล่าวได้โพสต์บทความสรุปคำสั่งและบันทึกสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่า เป็นคำสั่งและบันทึกสำคัญที่สุดของทรัมป์

ไบรอัน พอมเปอร์ หัวหน้าฝ่ายล็อบบี้ของบริษัทกล่าวว่า “การที่ประธานาธิบดีทรัมป์สัญญาจะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน 100 วันแรกนั้น กระตุ้นให้บริษัทของเขาเปิดตัวเครื่องมือติดตามคำสั่ง โดยในครั้งนี้ ผมให้ความสนใจกับคำสั่งของประธานาธิบดีอย่างมากในแบบที่ไม่เคยทำในปี 2021 และ 2017” พอมเปอร์กล่าว พร้อมเสริมว่าเขากำลังรับสายจากลูกค้าเกี่ยวกับคำสั่งเหล่านั้น

ด้านบิล บราวน์ ซีอีโอของ 3M ซึ่งผลิตสินค้าตั้งแต่สก็อตเทปไปจนถึงวัสดุที่ใช้ในแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้ากล่าวว่า บริษัทส่งออกสินค้าประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งมากกว่ามูลค่าสินค้าที่นำเข้ามา 1.7 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ประมาณครึ่งหนึ่งของสินค้านำเข้ามาจากเม็กซิโกและแคนาดา

“เรากำลังจับตาดูสถานการณ์นี้อย่างระมัดระวังมาก แต่เรามีเครื่องมือในการดำเนินงานมากมายที่เราสามารถใช้ได้” บราวน์กล่าว “เรามีโรงงานมากมายในสหรัฐ และเราสามารถปรับการผลิตและอาจจะนำสินค้าบางส่วนกลับมาผลิตในสหรัฐ”

“รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์จะต้องตัดสินใจว่า นี่เป็นแค่การคุยโม้ที่มีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดการประนีประนอม หรือเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามภาษีและการค้า” อิไท กรินเบิร์ก ศาสตราจารย์จากวิทยาลัยกฎหมายจอร์จทาวน์กล่าว “ผมหวังและเชื่อว่า นี่เป็นแค่การข่มขู่เพื่อที่จะนำไปสู่การประนีประนอม”

โรหิต คูมาร์ ผู้บริหารหลักในฝ่ายภาษีของ PricewaterhouseCoopers สาขาสหรัฐ และอดีตผู้ช่วยของพรรครีพับลิกันในวุฒิสภากล่าวว่า “รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาที่พบอีเมลจำนวนมากจากผู้บริหาร ซึ่งนโยบายทรัมป์อาจสร้างความซับซ้อนให้กับบริษัทข้ามชาติมากมาย และอาจนำไปสู่การเก็บภาษีซ้ำในบางกรณีหรือหลายกรณี”

ทั้งนี้ แผนกความสัมพันธ์รัฐบาลของแต่ละธนาคารได้ศึกษาคำสั่งของประธานาธิบดี และส่งข้อสรุปให้กับผู้บริหารระดับสูง รวมถึงเจมี ไดมอน ซีอีโอธนาคาร JPMorgan Chase และธนาคารอื่นๆอย่างธนาคาร Bank of America และ Citi ก็ทำเช่นเดียวกัน โดยเตรียมความพร้อมเพื่อช่วยลูกค้าและบริษัทต่างประเทศ

ในขณะนี้ บริษัทหลายแห่งยังคงกังวลเกี่ยวกับนโยบายการตรวจคนเข้าเมืองที่เปลี่ยนไป บริษัทกฎหมาย Fisher Phillips ได้เปิดตัวทีมด่วนด้านผู้อพยพในวันอังคารนี้ ซึ่งประกอบด้วยทนายความจากทั้งบริษัท เพื่อรับมือกับคำถามและความกังวลของลูกค้าที่เข้ามามากมาย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทรัมป์ได้ดำเนินนโยบายในวันแรกอย่างรวดเร็ว และมีความเสี่ยงจากการพลิกผันของนโยบายที่ไม่คาดคิด แต่ซีอีโอหลายคนก็ยังคงมองโลกในแง่ดี เกี่ยวกับนโยบายสนับสนุนธุรกิจของรัฐบาลทรัมป์ 

“ผมมีความหวังอย่างมีความหมายอยู่พอสมควร” คริสตอฟ ชไวเซอร์ ซีอีโอของ Boston Consulting Group กล่าว ซึ่งกำลังพบลูกค้าในดาวอส แม้จะยังมีความไม่แน่นอนอยู่ แต่เขาก็มีแนวคิดว่า “ควบคุมในสิ่งที่คุณสามารถควบคุมได้”


อ้างอิง: wsj