(แทบ)ไม่พลิกโผแล้วกับรัฐบาลทรัมป์วาระสอง วุฒิสภารับรอง 'มาร์โก รูบิโอ' เป็นตำแหน่งแรกนั่งรมว.ต่างประเทศ สื่อชี้เป็นครม.ยุคที่ 'ปธน.แก่ที่สุด' แต่มีรมต.ตัวหลัก 'อายุน้อยที่สุด' ในรอบกว่า 30 ปี
ประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ซึ่งผ่านพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐ คนที่ 47 ไปแล้ว เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนวันจันทร์ที่ 20 ม.ค. เข้าสู่วันอังคารตามเวลาในไทย เคยประกาศโผรายชื่อ "รัฐบาลทรัมป์ 2.0" มาแล้วตั้งแต่หลังชนะเลือกตั้ง แต่หลายคนก็มีอันต้องหลุดไปทั้งจากความเสี่ยงที่จะหลุดคุณสมับัติ และจากการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้น
สำนักข่าว Axios รายงานว่า แม้รัฐบาลทรัมป์ 2.0 จะเป็นยุคที่ได้ประธานาธิบดี "อายุมากที่สุด" โดยนับวันที่สาบานตน ทรัมป์มีอายุ 78 ปี 7 เดือน แซงหน้าไบเดนที่อายุ 78 ปี 2 เดือน แต่ในแง่ของตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลได้แก่ รองปธน., หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว, รมว.ต่างประเทศ, ยุติธรรม, กลาโหม และคลังแล้ว ครม.ทรัมป์รอบนี้จะเต็มไปด้วยคนที่ "อายุน้อยที่สุดในรอบกว่า 30 ปี" เฉลี่ยที่ 54.1 ปี เป็นรองเพียงแค่ยุคประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช (บุชผู้พ่อ) ที่เฉลี่ย 51.5 ปี เท่านั้น
สำนักข่าวเอพีรายงานโผรายชื่อรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ฉบับล่าสุดที่เข้ารับหรือกำลังจะเข้ารับการพิจารณาคุณสมบัติจากวุฒิสภาสหรัฐแล้ว โดยรายชื่อเหล่านี้แทบจะไม่มีการ "พลิกโผ" ใดๆ อีก ซึ่งเป็นที่คาดว่าจะทยอยได้รับการรับรองจากวุฒิสภาสหรัฐทั้งหมดภายในสัปดาหนี้ และทั้งหมดนี้คือคนสำคัญในฝ่ายบริหารที่จะช่วยให้ทรัมป์เดินหน้าการทำงาน 4 ปี ภายใต้ยุค Make America Great Again (MAGA) ดังนี้
รมว. ต่างประเทศสหรัฐ
มาร์โก รูบิโอ อายุ 53 ปี
เป็นตำแหน่งแรกใน ครม.ทรัมป์ 2.0 ที่ได้รับการรับรองจากวุฒิสภาในวันที่ 20 ม.ค. มาร์โก รูบิโอ เป็นวุฒิสมาชิกจากรัฐฟลอริดา ดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองวุฒิสภาและกรรมาธิการความสัมพันธ์ต่างประเทศวุฒิสภา เคยลงสมัครชิงตำแหน่งผู้แทนพรรครีพับลิกันเพื่งชิงประธานาธิบดีในปี 2016 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
รูบิโอ มีแนวคิดสายเหยี่ยวและแสดงความไม่พอใจต่อจีน คิวบา และอิหร่าน เมื่อเร็วๆ นี้เขาเคยกล่าวแสดงความไม่เห็นด้วยที่ "ประเทศไทย" จะส่งตัวชาวอุยกูร์ 48 คนที่ถูกคุมขังอยู่ในไทยให้ประเทศจีน และให้คำมั่นว่าจะกดดันไทยให้ปกป้องชาวอุยกูร์กลุ่มนี้ โดยย้ำถึงความเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งระหว่างไทยกับสหรัฐ
ว่าที่รมว.คลังสหรัฐ
สก็อต เบสเซนต์ อายุ 62 ปี
สก็อต เบสเซนต์ สนับสนุนการลดการขาดดุลทางการคลัง โดยเคยกล่าวว่าเขาตัดสินใจเข้าร่วมแคมเปญหาเสียงของทรัมป์เพื่อต่อสู้กับปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐที่กำลังพุ่งสูงขึ้น รวมถึงจะหั่นรายจ่ายโครงการต่างๆ ของรัฐบาลและการใช้จ่ายอื่นๆ
เบสเซนต์เคยเป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนให้กองทุนของพ่อมดการเงิน จอร์จ โซรอส ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของพรรคเดโมแครต ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมาตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ของตนเองในชื่อ Key Square Capital Management
สำหรับชีวิตส่วนตัวนั้น เบสเซนต์จะเป็นรัฐมนตรีคลังคนแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐที่เปิดเผยตัวว่าเป็นเกย์
ว่าที่รมว.ยุติธรรมสหรัฐ
พาเมลา บอนดี อายุ 59 ปี
อดีตอัยการสูงสุดรัฐฟลอริดาคนแรกที่เป็นผู้หญิง ซึ่งทำหน้าที่มาตั้งแต่ปี 2011 - 2019 จะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรียุติธรรมในรัฐบาลทรัมป์ 2.0 และจะเป็นผู้หญิงคนที่สองในประวัติศาสตร์ที่ได้นั่งตำแหน่งนี้
พาเมลา บอนดี เคยทำงานใน ทีมกฎหมายทรัมป์ ช่วงที่อดีตปธน.เผชิญการไต่สวนถอดถอนจากวุฒิสภา (อิมพีชเมนท์) ครั้งแรกในปี 2020 และเคยออกโรงปกป้องด้วยการวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินคดีอาญาต่างๆ กับทรัมป์ บอนดียังเคยทำงานในสถาบันนโยบายอเมริกาเฟิร์สต์ ซึ่งช่วยในการวางรากฐานของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ด้วย
ว่าที่ รมว.มหาดไทย สหรัฐ
ดัก เบอร์กัม อายุ 68 ปี
ดัก เบอร์กัม อดีตผู้ว่าการรัฐนอร์ธดาโกตาสองสมัย และยังเป็นอดีตผู้บริหารบริษัทซอฟต์แวร์ที่มั่งคั่งรายนี้ เคยลงชิงเป็นตัวแทนพรรคเพื่อไปสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี 2024 แต่ภายหลังได้ถอนตัวและหันมาสนับสนุนทรัมป์ โดยได้ช่วยหาเสียงให้ทรัมป์นานหลายเดือน และยังเคยอยู่ในรายชื่อการพิจารณาเป็นคู่ชิงรองประธานาธิบดีของทรัมป์มาแล้ว
ว่าที่ รมว.แรงงาน สหรัฐ
ลอรี ชาเวซ เดอเรเมอร์ อายุ 56 ปี
แม้ว่า ลอรี ชาเวซ เดอเรเมอร์ ส.ส.รัฐโอเรกอนรายนี้จะพ่ายแพ้อย่างหวุดหวิดในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน แต่ก็ยังได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากสมาชิกสหภาพแรงงานในเขตของตนเอง
เดอเรเมอร์ให้การรับรองกฎหมายที่จะเปิดทางให้คนงานสามารถจัดการรณรงค์ต่างๆ ได้มากขึ้น เปิดทางลงโทษบริษัทที่ละเมิดสิทธิของคนงาน และทำให้กฎหมาย "สิทธิในการทำงาน" อ่อนแอลง
ว่าที่ รมว.กิจการทหารผ่านศึก สหรัฐ
ดัก คอลลินส์ อายุ 58 ปี
ดัก คอลลินส์ เป็นอดีตบาทหลวงนิกายแบ๊บติสต์ และเป็นอดีต ส.ส. รัฐจอร์เจีย เคยรับราชการเป็นทหารกองหนุนในกองทัพเรือและกองทัพอากาศ และเป็นบาทหลวงในกองกำลังสำรองทางอากาศของสหรัฐ
ว่าที่รมว.คมนาคม สหรัฐ
ฌอน ดัฟฟี อายุ 53 ปี
ฌอน ดัฟฟี อดีตส.ส. รัฐวิสคอนซินและพิธีกรรายการฟ็อกซ์ บิสเนส เป็นหนึ่งในผู้ปกป้องทรัมป์ที่โดดเด่นที่สุดบนหน้าจอวงการข่าว
ดัฟฟีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรเกือบ 9 ปี เคยเป็นคณะกรรมาธิการบริการทางการเงิน และเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันและที่อยู่อาศัย
ก่อนจะเข้าสู่วงการการเมือง เขาเคยเป็นดารารายการเรียลลิตี้ทีวีของช่องเอ็มทีวี และได้พบกับภรรยา เรเชล คัมโปส-ดัฟฟี่ ซึ่งเป็นพิธีกรร่วมในรายการฟ็อกซ์ แอนด์ เฟรนด์ วีคเอนด์
ว่าที่ผอ. หน่วยข่าวกรองแห่งชาติ
ทัลซี แกบบาร์ด 43 ปี
ทัลซี แกบบาร์ด อดีตส.ส. พรรคเดโมแครตจากรัฐฮาวาย เคยพยายามเสนอชื่อชิงตำแหน่งผู้แทนพรรคพรรคเดโมแครตลงเลือกตั้งปธน.ในปี 2020 และออกจากพรรคในปี 2022
แกบบาร์ดเคยรับราชการในกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิมานานกว่า 20 ปี เคยถูกส่งไปประจำการที่อิรักและคูเวต และเคยถูกกล่าวหาว่าเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อรัสเซีย
ว่าที่ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR)
เจมีสัน กรีเออร์ อายุ 44/45 ปี
เจมีสัน กรีเออร์ เป็นทนายผู้เชี่ยวชาญกฎหมายการค้าระหว่างประเทศและเป็นหุ้นส่วนของสำนักงานกฎหมาย คิง แอนด์ สปัลดิง ในวอชิงตัน ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ของโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ อดีตผู้แทนการค้าสหรัฐในสมัยทรัมป์ 1.0
ว่าที่ รมว.กลาโหมสหรัฐ
พีท เฮกเซธ อายุ 44 ปี
พีท เฮกเซธ อดีตผู้ร่วมดำเนินรายการของช่องข่าวฟ็อกซ์ นิวส์ และร่วมงานกับฟ็อกซ์มาตั้งแต่ปี 2014 เคยรับราชการในกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิตั้งแต่ปี 2002 - 2021 ถูกส่งไปประจำการที่อิรักในปี 2005 และอัฟกานิสถานในปี 2011 และได้รับเหรียญกล้าหาญชั้นบรอนซ์สตาร์ 2 เหรียญ แต่ยังขาดประสบการณ์ด้านการทหารและความมั่นคงแห่งชาติระดับสูง
เฮกเซธ เป็นคนที่มีโอกาสพลิกโผจากตำแหน่งนี้ หลังจากที่มีการเปิดเผยรายงานสืบสวนสอบสวนของตำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ว่า เฮกเซธเคยถูกผู้หญิงรายหนึ่งฟ้องว่าถูกเขาล่วงละเมิดทางเพศในปี 2017 นอกจากนี้ยังมีรายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มของเขา และมีการตั้งคำถามเกิดขึ้นเกี่ยวกับการแสดงความเห็นของเขาที่ว่าผู้หญิงไม่ควรเข้าร่วมรบ
ว่าที่ รมว.สาธารณสุข สหรัฐ
โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ อายุ 71 ปี
โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ เคยลงสมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ก่อนจะถอนตัวไปลงสมัครอิสระ จากนั้นได้ถนตัวและมาให้การสนับสนุนทรัมป์ เขาเป็นลูกชายของโรเบิร์ต เคนเนดี สัญลักษณ์ของพรรคเดโมแครต ผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องวัคซีนและมีแนวคิดว่าวัคซีนทำให้เกิดโรคออทิซึม (ออทิสติก) แม้ว่าแนวคิดนี้จะถูกหักล้างมานานแล้วก็ตาม
ว่าที่ รมว. พาณิชย์ สหรัฐ
โฮเวิร์ด ลุตนิก อายุ 63 ปี
โฮเวิร์ด ลุตนิก คือมหาเศรษฐีพันล้านจากบริษัทโบรกเกอร์และวาณิชธนกิจ Cantor Fitzgerald และยังเป็นผู้ที่ชื่นชอบสกุลเงินดิจิทัล เขายังเป็นประธานร่วมในคณะเปลี่ยนผ่านของทรัมป์ ร่วมกับลินดา แม็กมาฮอน ในการช่วยประธานาธิบดีคนใหม่เติมเต็มตำแหน่งในรัฐบาลวาระที่สอง
ว่าที่ รมว.ศึกษาธิการ สหรัฐ
ลินดา แม็กมาฮอน อายุ 76 ปี
ลินดา แม็กมาฮอน มหาเศรษฐีหญิงแกร่งแห่งวงการมวยปล้ำ เคยเป็นประธานสำนักงานบริหารธุรกิจขนาดย่อมมาตั้งแต่ปี 2017 - 2019 ในวาระแรกของทรัมป์ เคยลงสมัครชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิกรัฐคอนเนกติกัต แต่ก็สอบตกทั้ง 2 ครั้ง เคยสนับสนุนโรงเรียนทางเลือกและโรงเรียนรัฐแบบชาร์เตอร์สคูล แม็กมาฮอนยังเป็นประธานร่วมในคณะเปลี่ยนผ่านของทรัมป์
ว่าที่ รมว. ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ
คริสตี โนเอม อายุ 53 ปี
คริสตี โนเอม เป็นผู้ว่าการรัฐเซาท์ดาโกต้าสองสมัย สนับสนุนนโยบายการย้ายถิ่นฐานที่เข้มงวดของทรัมป์ โดยส่งกองทหารเซาท์ดาโกต้าไปที่ชายแดนเม็กซิโกเพื่อขัดขวางไม่ให้ผู้อพยพเข้าสู่พรมแดนสหรัฐ
ว่าที่ผอ. สำนักข่าวกรองกลาง
จอห์น แรตคลิฟฟ์ อายุ 59 ปี
จอห์น แรตคลิฟฟ์ อดีตส.ส.รัฐเท็กซัส เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติในช่วงเดือนสุดท้ายของรัฐบาลทรัมป์วาระแรก และเป็นช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนา
ว่าที่ รมว. เกษตร สหรัฐ
บรูก แอล. โรลลินส์ อายุ 52 ปี
บรูก แอล. โรลลินส์ เป็นทั้งประธานและซีอีโอของสถาบันนโยบายอเมริกาเฟิร์สต์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ช่วยวางรากฐานให้กับการบริหารชุดที่สองของทรัมป์ โรลลินส์ยังเป็นทนายความชาวเท็กซัสที่เคยเป็นที่ปรึกษานโยบายในประเทศของทรัมป์และผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมอเมริกันในช่วงวาระแรกของทรัมป์
ว่าที่รมว. พลังงาน สหรัฐ
คริส ไรท์ อายุ 60 ปี
คริส ไรท์ ซีอีโอของบริษัท Liberty Energy ในเมืองเดนเวอร์ เป็นผู้สนับสนุนอย่างแข็งขันในการพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ รวมถึงวิธีการแฟรกกิง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเป้าหมายทรัมป์ในการบรรลุ "ความโดดเด่นด้านพลังงาน" ของสหรัฐในตลาดโลก ไรท์เป็นหนึ่งในเสียงที่ดังที่สุดของอุตสาหกรรมพลังงานที่งัดกับกลุ่มพลังงานสีเขียว
ว่าที่ เอกอัคราชทูตสหรัฐ ประจำสหประชาติ (ยูเอ็น)
เอลีส สเตฟานิก อายุ 40 ปี
เอลีส สเตฟานิก ส.ส.หญิงจากนิวยอร์กซึ่งดำรงตำแหน่งประธานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดอันดับสามในสภาล่าง เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ภักดีที่สุดของทรัมป์ในสภา และเป็นหนึ่งในผู้ที่เคยถูกกล่าวถึงว่าอาจเป็นคู่หูของทรัมป์ในการลงสมัครคู่ชิงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
หมายเหตุ: วุฒิสภาสหรัฐกำลังทยอยให้การรับรองตำแหน่ง





