วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

‘สหรัฐ’ จัดหนัก ออกมาตรการคว่ำบาตรธุรกิจน้ำมัน ‘รัสเซีย’ รุนแรงที่สุด

‘สหรัฐ’ จัดหนัก ออกมาตรการคว่ำบาตรธุรกิจน้ำมัน ‘รัสเซีย’ รุนแรงที่สุด

“สหรัฐ” ออกมาตรการคว่ำบาตร “รัสเซีย” หนักหน่วงที่สุดเท่าที่มีมา หวังตัดรายได้ ส่งหนุนกองทัพมอสโก กดดันยุติสงครามยูเครน

รัฐบาลโจ ไบเดน กำหนดมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อวันศุกร์ (10 ม.ค.) ซึ่งมีรายละเอียดครอบคลุมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมุ่งเป้าหมายไปที่รายได้รัสเซียจากค้าน้ำมันและก๊าซ หวังให้ยูเครน และสหรัฐมีอำนาจต่อรองยุติสงครามรัสเซียกับยูเครน

การดำเนินการดังกล่าว เพื่อตัดรายได้รัสเซียที่จะนำไปสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไปมากกว่า 12,300 ราย และทำลายเมืองต่างๆ จนเป็นซากปรักหักพัง นับตั้งแต่กองทัพมอสโกรุกรานยูเครนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 

ประธานบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี โพสต์บนแพลตฟอร์ม X วันศุกร์ว่า มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐดังกล่าว จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งรัสเซียมีรายได้น้อยลงเท่าไร สันติภาพจะกลับฟื้นคืนขึ้นเร็วเท่านั้น

ดาลีพ ซิงห์ ที่ปรึกษาระดับสูงด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์เกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียล่าสุดว่า มีความสำคัญที่สุดต่อภาคพลังงานรัสเซีย ถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่สุดของมอสโก ซึ่งมีผลต่อการทำสงครามกับยูเครน

กระทรวงการคลังสหรัฐ บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรก๊าซพร้อม เนฟต์ (Gazprom Neft) และ ซูร์กุตเนฟเตอร์ก๊าซ (Surgutneftegas)  ซึ่งทำการสำรวจ ผลิต จำหน่าย และยังมีเรือรัสเซียที่ขนส่งน้ำมันจำนวน 183 ลำ รวมถึงเครือข่ายการค้าปิโตรเลียมด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐ ยังยกเลิกกฎหมายที่ยกเว้นการไกล่เกลี่ยชำระเงิน ซึ่งเป็นผลจากมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอีกด้วย 

เจ้าหน้าที่สหรัฐ เผยว่า หากการคว่ำบาตรดังกล่าวได้บังคับใช้มากเพียงพอ จะเป็นผลให้รัสเซียสูญเสียเงินหลายพันล้านดอลลาร์ต่อเดือน 

ก๊าซพรอม กล่าวว่า การคว่ำบาตรดังกล่าวไม่ยุติธรรม และขัดต่อกฏหมาย ซึ่งทางบริษัทจะยังคงดำเนินงานต่อไป

มาตรการดังกล่าว อนุญาตให้องค์กรที่ถูกคว่ำบาตร สามารถดำเนินธุรกิจพลังงาน ได้จนถึงวันที่ 12 มีนาคมนี้

ถึงอย่างไรนั้น แหล่งข่าวด้านธุรกิจน้ำมันของรัสเซีย และโรงกลั่นน้ำมันของอินเดีย ชี้ว่า การคว่ำบาตรดังกล่าวจะส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของรัสเซีย ไปยังผู้ซื้อรายใหญ่ในอินเดีย และจีนต้องหยุดชะงักลง

ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งขึ้นมากกว่า 3% ก่อนกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศมาตรการนี้ออกไป โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์แตะละระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากเอกสารคว่ำบาตรได้หลุดแพร่ออกไปในกลุ่มผู้ค้าพลังงานในยุโรปและเอเชีย