background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘ญี่ปุ่น’ เคาะงบป้องกันประเทศสูงประวัติการณ์ รับภัยคุกคามซับซ้อน ภูมิภาค

‘ญี่ปุ่น’ เคาะงบป้องกันประเทศสูงประวัติการณ์ รับภัยคุกคามซับซ้อน ภูมิภาค

รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติงบประมาณปี 2568 สูงเป็นประวัติการณ์ เพิ่มการป้องกันประเทศ รับมือภัยคุกคามที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นในภูมิภาค

งบประมาณจำนวน 115.5 ล้านล้านเยน หรือ 7.3 ล้านดอลลาร์ สำหรับปีงบประมาณในปีหน้า ซึ่งจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นแล้วในวันศุกร์ (27 ธ.ค.) ซึ่งในจำนวนนั้นเป็นค่าใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศ หรือ 8.7 ล้านล้านเยน

กลาโหมญี่ปุ่น ระบุว่า ประเทศกำลังเผชิญสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่ซับซ้อนและยากที่สุด” นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ถือเป็นย้ำเตือนนายกรัฐมนตรีชิเกรุ อิชิบะ

หลังสงครามโลก รัฐธรรมนูญญี่ปุ่นวางนโยบายทางการทหาร เป็นเพียงมาตรการป้องกันประเทศเท่านั้น

แต่แล้วเมื่อปี 2565 ได้มีการปรับหลักการนโยบายความมั่นคงและป้องกันประเทศ ระบุถึงความท้าทายจากจีน และความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มงบประมาณเพื่อการป้องกันประเทศเป็น 2 เท่า ตามมาตรฐานขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ซึ่งกำหนดไว้ที่ 2 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีประเทศ ภายในปี 2570

งบประมาณด้านความมั่นคง 8.7 ล้านล้านเยนที่อนุมัติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จะเป็นส่วนหนึ่งดึงดูดใจให้เข้าร่วมเกณฑ์ทหารกับกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น และนำไปใช้ในกิจกรรมเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพสหรัฐและญี่ปุ่นในโอกินาวา

นอกจากนี้ ยังมุ่งปรับปรุงระบบข้อมูลดาวเทียมที่ทำงานร่วมกับขีปนาวุธพิสัยไกล เช่น ข้อมูลการยิงขีปนาวุธเกาหลีเหนือ และเรือดำน้ำที่เคลื่อนที่ในน่านน้ำรอบๆ ญี่ปุ่น รวมไปถึงดินแดนที่เป็นข้อพิพาทกับจีนด้วย

“ไม่ว่ารถถังหรือยุทโธปกรณ์ทางทหารเราจะยิ่งใหญ่เพียงใด ก็จะไม่มีประโยชน์ หากกำลังพลเราไม่เพียงพอ” นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นให้คำมั่นจะแก้ไขปัญหาขาดแคลนทหาร

นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า ญี่ปุ่นได้ปรับงบประมาณด้านประกันสังคมเป็น 38.3 ล้านล้านเยน จากปีที่แล้วอยู่ที่ 37.7 ล้านล้านเยน

ทั้งนี้ เพื่อจัดการความท้าทายด้านสังคมประชากรสูงอายุ ซึ่งเป็นผลจากอัตราการเกิดต่ำที่เป็นปัญหาเรื้อรังและมาตรการอพยพย้ายถิ่นฐานที่รัดกุม

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในสังคมผู้สูงวัยที่สุดในโลก ซึ่งในปีนี้มีจำนวนผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนเพิ่มสูงอยู่ที่ 29.3 เปอร์เซ็นต์

 

 

 

อ้างอิง : CNA