วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

อุตสาหกรรม ‘รถอีวี’ สะเทือนหนัก ‘ทรัมป์’ จ่อรื้อนโยบายตัดงบอุดหนุน

อุตสาหกรรม ‘รถอีวี’ สะเทือนหนัก ‘ทรัมป์’ จ่อรื้อนโยบายตัดงบอุดหนุน

สื่อเผยรัฐบาลใหม่สหรัฐเตรียมรื้อนโยบายรถยนต์อีวี ‘ตัดงบอุดหนุน’ อีวี และสถานีชาร์จ ตั้งกำแพงนำเข้า ‘จีน’ หนักขึ้น พร้อมจ่อขึ้นภาษีนำเข้าวัสดุแบตเตอรี่จากทั่วโลก

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างเอกสารที่ได้รับมาว่า ทีมงานเปลี่ยนผ่านของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ จะเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับนโยบายรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ครั้งใหญ่ในสหรัฐ โดยจะตัดการสนับสนุนรถยนต์อีวี และสถานีชาร์จ และจะเสริมมาตรการ “ปิดกั้น” การนำเข้ารถยนต์ ชิ้นส่วน และวัสดุแบตเตอรี่จาก “จีน” ให้มากขึ้น เพื่อสร้างห่วงโซ่แบตเตอรี่ที่ปลอดจากจีน

ทว่านอกจากจะปิดกั้นจีนแล้ว ทีมงานเปลี่ยนผ่านของทรัมป์ ยังแนะนำให้มีการ “ขึ้นภาษีศุลกากรกับวัสดุแบตเตอรี่จากทั่วโลก” ด้วย เพื่อหันมากระตุ้นการผลิตของสหรัฐแทน จากนั้นจึงจะเจรจาเพื่อยกเว้นภาษีให้กับประเทศพันธมิตร เป็นกรณีๆ ไป

ข้อเสนอดังกล่าวซึ่งยังไม่เคยมีการรายงานผ่านสื่อมาก่อน มีขึ้นในขณะที่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐกำลังชะงักงันลง และอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของจีน ซึ่งได้รับการอุดหนุนอย่างหนักยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ที่เหนือกว่าของจีน ขณะที่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะผ่อนปรนกฎระเบียบสำหรับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน และแก๊ส และจะยกเลิกสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “ประกาศิตอีวี” ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน

ในภาพรวมแล้ว “ข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลไบเดนอย่างสิ้นเชิง” ซึ่งพยายามสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ในประเทศที่แยกจากจีน กับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคอีวีอย่างรวดเร็ว โดยทีมเปลี่ยนผ่านของทรัมป์ จะนำงบที่สนับสนุนการซื้อรถอีวี และการลงทุนสร้างสถานีชาร์จในปัจจุบัน โยกไปเป็นงบสนับสนุนเกี่ยวกับความมั่นคงหรือการป้องกันประเทศแทน

ทรัมป์จะตัดส่วนไหน กระทบอะไรบ้าง?

ทีมงานเปลี่ยนผ่านของทรัมป์เสนอให้ยกเลิกนโยบาย “เครดิตคืนเงินภาษี 7,500 ดอลลาร์” (ราว 2.5 แสนบาท) ของรัฐบาลไบเดน สำหรับการซื้อรถอีวีสำหรับผู้บริโภค ทำให้ข้อเสนอนี้อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อยอดขายและการผลิตรถอีวีในสหรัฐ ในช่วงเวลาที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิมหลายราย เช่น เจนเนอรัล มอเตอร์ส (GM) และฮุนได เพิ่งเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นสู่ตลาดสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าข้อเสนอนี้จะผ่านหรือไม่ เนื่องจากการตัดงบสนับสนุนการซื้อรถอีวีอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายบริษัท “เทลสา มอเตอร์” (Tesla) ของอีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นผู้บริจาครายใหญ่และใช้เงินมากกว่า 250 ล้านดอลลาร์สนับสนุนทรัมป์ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา

อุตสาหกรรม ‘รถอีวี’ สะเทือนหนัก ‘ทรัมป์’ จ่อรื้อนโยบายตัดงบอุดหนุน

ทีมเปลี่ยนผ่านยังเสนอให้โยกงบที่เหลือจากโครงการสนับสนุนการสร้างสถานีชาร์จรถอีวีมูลค่า 7,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.56 แสนล้านบาท) ไปทำโครงการสกัดวัตถุดิบผลิตแบตเตอรี่ รวมถึง “ห่วงโซ่อุปทานด้านการป้องกันประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ” แทน

“แบตเตอรี่ แร่ และส่วนประกอบอื่นๆ ของรถยนต์อีวี มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตด้านการป้องกันประเทศ แต่ยานยนต์ไฟฟ้า และสถานีชาร์จนั้นไม่ใช่” เอกสารของทีมเปลี่ยนผ่านฯ ระบุ

ทั้งนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมได้เน้นย้ำถึงจุดอ่อนเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐ เนื่องจากจีนมีอิทธิพลเหนือการขุด และสกัดแร่สำคัญต่างๆ ซึ่งรวมถึงกราไฟต์ และลิเทียมซึ่งเป็นแร่ที่จำเป็นสำหรับแบตเตอรี่ รวมไปถึงโลหะหายากที่ใช้ในทั้งมอเตอร์รถอีวี และเครื่องบินทหาร

ทางด้าน แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทีมเปลี่ยนผ่านของทรัมป์ กล่าวว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้มอบหมายให้ทรัมป์ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ขณะหาเสียง ซึ่งรวมถึงการให้รัฐบาลหยุดโจมตีรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน

“เมื่อเข้ารับตำแหน่ง ประธานาธิบดีทรัมป์ จะสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยให้พื้นที่แก่ทั้งรถยนต์พลังงานน้ำมัน และรถยนต์ไฟฟ้า” โฆษกฯ กล่าว

ผ่อนปรนให้ปล่อยไอเสียได้มากขึ้น

รอยเตอร์ส ระบุว่า ทีมเปลี่ยนผ่านของทรัมป์จะเสนอปรับแก้ไขกฎระเบียบเรื่องการปล่อยไอเสียของรถยนต์กลับไปสู่ระดับของปี 2562 ซึ่งจะเปิดทางให้รถยนต์ปล่อยไอเสียต่อไมล์ได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 25% เมื่อเทียบกับขีดจำกัดในปัจจุบันของปี 2568 และจะช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยได้ประมาณ 15%

ทีมงานของทรัมป์ยังเสนอข้อห้ามไม่ให้รัฐบาลท้องถิ่นรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นรัฐใหญ่ที่สุดในแง่จำนวนประชากร กำหนดมาตรฐานการปล่อยไอเสียรถยนต์ที่เข้มงวดขึ้นกว่ามาตรฐานกลาง ซึ่งปัจจุบันมีหลายรัฐที่ดำเนินการปรับมาตรฐานให้เข้มข้นขึ้น ที่ผ่านมาทรัมป์เคยห้ามรัฐแคลิฟอร์เนียดำเนินการดังกล่าวมาแล้วในสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในวาระแรก แต่ถูกรัฐบาลต่อมาของไบเดนเปลี่ยนกลับในภายหลัง

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์