background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

สภาทองคำโลกมอง ‘ราคาทองคำ’ ปี 68 โตช้าลง หวั่น ‘ทรัมป์ 2.0’ กดเศรษฐกิจโตต่ำคาด

สภาทองคำโลกมอง ‘ราคาทองคำ’ ปี 68 โตช้าลง หวั่น ‘ทรัมป์ 2.0’ กดเศรษฐกิจโตต่ำคาด

สภาทองคำโลกมอง ‘ราคาทองคำ’ ปี 2568 โตช้าลงหวั่น ‘ทรัมป์2.0’ กดเศรษฐกิจโตต่ำคาด หลังแบงก์ชาติจีน - ทั่วโลกซื้อเข้าคลังสำรอง ดันราคาทำนิวไฮปีนี้ สวนทางนักวิเคราะห์คาดแตะ 3,000 ดอลลาร์

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างถึงข้อมูลจาก สภาทองคำโลก (WGC) คาดว่า "ราคาทองคำ" จะปรับตัวสูงขึ้นช้าลงในปี 2568 หลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้

ราคาทองคำเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ในปี 2567 สภาทองคำโลกกล่าวว่า แนวโน้มการเติบโตในปีหน้าอาจชะลอตัวลง เนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ โดยเฉพาะสงครามการค้าที่อาจเกิดขึ้นในสมัยประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" สมัยที่ 2 และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ซับซ้อน อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต้องการทองคำจากนักลงทุน และผู้บริโภค

โลกจับตามองสหรัฐ เนื่องจากวาระที่สองของทรัมป์อาจเป็นทั้งโอกาสในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ก็อาจจุดชนวนความกังวลในระดับโลกสำหรับนักลงทุน

อย่างไรก็ดี ธนาคารหลายแห่งมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มสูงขึ้น โดย Goldman Sachs คาดการณ์ว่าจะแตะ 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2568 ขณะที่ UBS มองว่าจะอยู่ที่ 2,900 ดอลลาร์

ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นในต้นปี 2567 เนื่องจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะจีน ซื้อทองคำจำนวนมาก และได้รับแรงหนุนจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของสหรัฐและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่การแข็งค่าของดอลลาร์หลังการเลือกตั้งทรัมป์ ทำให้ราคาทองคำทรงตัว

WGC ระบุว่า การเคลื่อนไหวของจีนในตลาดทองคำเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะนักลงทุนในเอเชียที่สนับสนุนราคาทองคำมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผู้บริโภคชาวจีนยังคงมีบทบาทที่สำคัญ แต่พฤติกรรมการซื้อทองคำของผู้บริโภคกลุ่มนี้จะได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายการค้า และเศรษฐกิจของประเทศ

อ้างอิง Bloomberg

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์