background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'ปูติน' ผ่านงบประมาณปี 68 ทุ่ม 'กลาโหม' 13.5 ล้านล้านรูเบิล มากเป็นประวัติการณ์

'ปูติน' ผ่านงบประมาณปี 68 ทุ่ม 'กลาโหม' 13.5 ล้านล้านรูเบิล มากเป็นประวัติการณ์

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผ่านงบประมาณปี 2568 จ่อใช้จ่ายด้านกลาโหม 13.5 ล้านล้านรูเบิล หรือมากกว่า 145,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นงบการทหารที่มากเป็นประวัติการณ์ ขณะที่สงครามยูเครน-รัสเซีย ยังคงคุกรุ่น

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย อนุมัติแผนงบประมาณ โดยเพิ่มการใช้จ่ายทางทหารสู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2568 เนื่องจากรัฐบาลมอสโกพยายามจะคว้าชัยสงครามในยูเครน

เว็บไซต์รัฐบาลระบุว่า งบประมาณด้านกลาโหมของชาติคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 32.5% ของงบประมาณรายปี โดยมีมูลค่ามากถึง 13.5 ล้านล้านรูเบิล (มากกว่า 145,000 ล้านดอลลาร์) เพิ่มจากสัดส่วนเดิมที่ระดับ 28.3%

ซีเอ็นบีซีรายงานเมื่อวันเสาร์ (30 พ.ย.) ว่า สมาชิกรัฐสภาในทั้งสองสภาของรัสเซีย ได้แก่ “สภาแห่งสหพันธรัฐและดูมาแห่งรัฐ” ได้อนุมัติงบประมาณดังกล่าวเมื่อ 10 วันก่อนหน้านั้น

การรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบของรัสเซียนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2565 ถือเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ของยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และทำให้ทั้งสองฝ่ายเสียทรัพยากรจำนวนมาก

'อียู' ให้คำมั่นสนับสนุนยูเครนต่อเนื่อง

รัฐบาลเคียฟได้เงินช่วยเหลือจากพันธมิตรตะวันตกหลายพันล้านดอลลาร์ แต่กองทัพรัสเซียนั้นมีจำนวนมากกว่าและมีอาวุธที่ดีกว่า และเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียสามารถผลักดันกองทัพยูเครนให้ถอยร่นออกไปเรื่อยๆในพื้นที่ทางตะวันออก

อันโตนิโอ คอสตา ประธานสภายุโรปคนใหม่ และคาจา คัลลาส ประธานฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) เดินทางเยือนกรุงเคียฟเมื่อวันอาทิตย์ (1 ธ.ค.) เพื่อแสดงการสนับสนุนยูเครนต่อเนื่อง

“ตั้งแต่วันแรกของสงคราม สหภาพยุโรปยืนเคียงข้างยูเครน และตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง เราขอยืนยันอีกครั้งถึงการสนับสนุนประชาชนชาวยูเครนอย่างไม่ลดละ” คอสตาโพสต์ในแพลตฟอร์ม X พร้อมรูปถ่ายของตัวเอง โดยมีคัลลาส และมาร์ตา คอส ประธานฝ่ายขยายของอียูรวมอยู่ด้วย

การเยือนของทั้งสองคนมีขึ้นหลังจากมีข้อสงสัยเกิดขึ้นว่ารัฐบาลเคียฟจะได้อะไรจากรัฐบาลสหรัฐที่นำโดยว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

คอสตา กล่าวในการงานแลถงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน โดยย้ำถึงความมุ่งมั่นของอียูที่จะช่วยเหลือยูเครนอย่างต่อเนื่องในสงคราม รวมถึงให้เงินสนับสนุนด้านงบประมาณแก่ยูเครน 4,200 ล้านยูโร (ราว 4,400 ล้านดอลลาร์) และเงินช่วยเหลือ 1,500 ล้านยูโร (1,600 ล้านดอลลาร์) ในทุก ๆ เดือน ซึ่งเป็นรายได้จากสินทรัพย์ของรัสเซียที่ถูกอายัด

เมื่อถามว่าอียูจะยกระดับการให้เงินสนับสนุนหรือไม่หากทรัมป์ถอนการสนับสนุนออกไป คอสตาบอกว่า การช่วยเหลือยูเครนจะยังคงมีอยู่ตราบเท่าที่จำเป็น

ด้านเซเลนสกีบอกว่า การเจรจาหยุดยิงในอนาคตกับรัสเซีย ต้องมีตัวแทนจากอียูและองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เพราะยูเครนคือความมั่นคงในอนาคตของทั้งสองพันธมิตร แต่เขายังไม่เห็นว่าการเจรจาดังกล่าวจะให้ความสำคัญที่เรื่องใด และว่า ยูเครนจะไม่มีวันยอมรับการยึดครองดินแดนอย่างผิดกฎหมายของรัสเซีย

ปธน.ยูเครน ยังได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดนใช้เวลาที่เหลืออยู่ราว 2 เดือนก่อนหมดวาระสร้างอิทธิพลต่อชาติยุโรปที่ยังไม่เชื่อมั่นในอนาคตของพวกเขาและยูเครน

 

อ้างอิง: CNBC