background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

'มาเลเซีย' คว้าดีลลงทุน 'ฮุนได' 1.7 หมื่นล้าน หวังปั้น 'ฮับอีวีแห่งอาเซียน'

'มาเลเซีย' คว้าดีลลงทุน 'ฮุนได' 1.7 หมื่นล้าน หวังปั้น 'ฮับอีวีแห่งอาเซียน'

'ฮุนได' ลงทุน 1.7 หมื่นล้านบาท สร้างโรงงานประกอบรถแห่งแรกใน 'มาเลเซีย' และแห่งที่สองในอาเซียน มุ่งเป้าสู่การเป็นฮับรถยนต์อีวีในอาเซียน

สำนักข่าวเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานว่า ประเทศที่พึ่งพาการค้าและการส่งออกอย่าง "มาเลเซีย" กำลังแสวงหาพันธมิตรและตลาดใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากผลกระทบสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนและแผนการขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐ 

ล่าสุดมาเลเซียได้คว้าดีลการลงทุนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 1.7 หมื่นล้านบาท) จากบริษัทรถยนต์รายใหญ่จากเกาหลีใต้ "ฮุนได มอเตอร์" (Hyundai) ซึ่งนับเป็นการตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ครั้งแรกในมาเลเซีย และเป็นโรงงานปีะกอบรถยนต์แห่งที่ 2 ในอาเซียนต่อจากอินโดนีเซีย เมื่อปี 2565 

โรงงานดังกล่าวจะตั้งอยู่ในเมืองคูลิม รัฐเคดาห์ ทางตอนเหนือของมาเลเซีย โดยจะสามารถประกอบรถยนต์ได้มากสุด 7 รุ่น ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) รุ่น Kona รองรับการดำเนินงานสูงสุด 2.5 แสนคัน/ปี  และจะมีการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศในภูมิภาคด้วย 

นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม กล่าวระหว่างการเดินทางเยือนเกาหลีใต้เป็นเวลา 3 วันว่า มาเลเซียตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยินดีต้อนรับการลงทุนล่าสุดของฮุนได ซึ่งครอบคลุมถึงรถยนต์ประหยัดพลังงานและรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศยานยนต์ของมาเลเซียให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

"โครงการนี้จะทำให้เกิดบรรยากาศการลงทุนที่น่าดึงดูดสำหรับการประกอบรถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยให้มาเลเซียกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์สำหรับตลาดอาเซียนอย่างแน่นอน" อันวาร์โพสต์บนอินสตาแกรม 

ทั้งนี้ มาเลเซียได้พยายามหานักลงทุนและตลาดใหม่ๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากกังวลถึงผลกระทบการขึ้นภาษีของสหรัฐที่ผูกโยงกับสงครามการค้าและเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศแล้ว และทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาคส่วนเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นหัวใจสำคัญของมาเลเซียด้วย

ความวิตกกังวลยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง โดยเขาขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรโดยรวมสำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนยุทธศาสตร์ เช่น พลังงานหมุนเวียนและเซมิคอนดักเตอร์

ในเดือนต.ค. ที่ผ่านมา มาเลเซียรวมถึง ไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ได้เข้าร่วมการประชุมและได้สถานะเป็นประเทศพันธมิตรของกลุ่มประเทศบริกส์ที่นำโดยจีน รัสเซีย และอินเดีย