background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘ญี่ปุ่น’ จ่อยกเลิกเพดาน Tax Free ชอปปิงปลอดภาษีเกิน 500,000 เยนต่อวัน

‘ญี่ปุ่น’ จ่อยกเลิกเพดาน Tax Free ชอปปิงปลอดภาษีเกิน 500,000 เยนต่อวัน

‘ญี่ปุ่น’ ยกเลิกเพดาน Tax Free ชอปปิงปลอดภาษีเกิน 500,000 เยนต่อวันได้แล้ว หวังกระตุ้น ‘เศรษฐกิจ’ หลัง นักท่องเที่ยวช้อปฉ่ำ

สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่นได้เสนอให้ยกเลิกเพดานการช้อปปิ้งปลอดภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างภาษีในปีงบประมาณ 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น

ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถขอคืนภาษีการบริโภคเมื่อซื้อสินค้าจากร้านค้าปลอดภาษี แต่มีข้อจำกัดที่ยอดซื้อต่อคนต่อร้านต่อวันจะต้องไม่เกิน 500,000 เยน หรือประมาณ 112,378 บาท สำหรับสินค้าประเภทอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และยา การยกเลิกเพดานนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยว ส่งผลดีต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ขณะนี้ จำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการร้านค้าปลอดภาษีทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 5.1% ในรอบ 6 เดือน และล่าสุด ณ สิ้นเดือนมีนาคม มีจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 59,485 แห่ง

นักท่องเที่ยวต่างชาติมีความต้องการสินค้าหลายชนิดโดยเฉพาะสาเก ผลิตภัณฑ์เสริมความงามมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมาก สอดคล้องกับค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้สินค้าญี่ปุ่นมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่นมองว่า เพดานการช้อปปิ้งปลอดภาษีที่กำหนดไว้ อาจเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางไม่ให้ยอดขายของสินค้าเหล่านี้เพิ่มขึ้นได้อีก

ช้อปช่วยเศรษฐกิจญี่ปุ่น

การช้อปปิ้งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยในปี 2566 นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายไปกับการช้อปปิ้งถึง 26.5% ของรายจ่ายทั้งหมด  สูงกว่าสหรัฐที่อยู่ที่ 18% และในไตรมาส 3 สัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 28.9% สะท้อนให้เห็นว่าการช้อปปิ้งเป็นปัจจัยหลักที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนญี่ปุ่น และมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้เข้าประเทศ

โครงการปลอดภาษีในญี่ปุ่นได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังจากปี 2557 เมื่อรัฐบาลขยายขอบเขตของสินค้าปลอดภาษีให้ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคและลดเกณฑ์ขั้นต่ำในการซื้อ ส่งผลให้เกิดกระแส "การซื้อแบบพุ่งสูง" ขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่มักซื้อสินค้าจำนวนมากเพื่อนำกลับไปขายต่อในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของญี่ปุ่นในหลายด้าน

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว รัฐบาลญี่ปุ่นจึงปรับเปลี่ยนนโยบายการขอคืนภาษี โดยกำหนดให้ผู้ซื้อต้องชำระภาษีการบริโภคล่วงหน้าก่อน และสามารถขอคืนภาษีได้เมื่อนำสินค้าออกนอกประเทศพร้อมกับใบเสร็จรับเงิน นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการซื้อสินค้าเพื่อขายต่อ และทำให้ระบบการขอคืนภาษีมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

อ้างอิง Nikkei