background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ดีลซื้อ ‘เซเว่นญี่ปุ่น’ บทพิสูจน์ความอ่อนไหวค้าปลีกยักษ์ หลังเจอกดดันปรับโครงสร้างธุรกิจ

ดีลซื้อ ‘เซเว่นญี่ปุ่น’ บทพิสูจน์ความอ่อนไหวค้าปลีกยักษ์ หลังเจอกดดันปรับโครงสร้างธุรกิจ

นิกเกอิเอเชียเผย ดีลซื้อ “เซเว่นญี่ปุ่น” ของธุรกิจค้าปลีกแคนาดา ตอกย้ำความอ่อนไหวของบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น ที่กำลังเผชิญแรงกดดันให้ปรับโครงสร้างธุรกิจ และรายได้หดทั้งในและต่างประเทศ

นิกเกอิเอเชีย รายงานวันนี้ว่า ข้อเสนอซื้อกิจการ “เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์” (Seven & i Holdings) ของ “อาลีเมนเทชัน คูช-ทาร์ด” เจ้าของเชนร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่สัญชาติแคนาดา ได้ตอกย้ำถึง “ความอ่อนไหวของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกญี่ปุ่นต่อการเสนอซื้อหุ้น” เนื่องจากความพยายามปรับโครงสร้างธุรกิจประสบความล้มเหลวในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดหุ้น

หลังจากมีการประกาศเข้าชื้อกิจการเมื่อวานนี้ (19 ส.ค.) หุ้นของเซเว่น แอนด์ ไอ ก็ปิดที่ระดับ 2,161 เยนเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 23% และมูลค่าบริษัทก็เพิ่มสู่ระดับราว 5.6 ล้านล้านเยน ซึ่งเพิ่มสูงจากระดับในวันศุกร์ (17 ส.ค.) เกือบ 1 ล้านล้านเยน แต่ยังคงต่ำกว่าอาลีเมนเทชัน คูช-ทาร์ด ที่มีมูลค่าตลาดราว 80,000 ล้านดอลลาร์แคนาดา

บริษัทสัญชาติแคนาดาแห่งนี้ มียอดขายในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนเม.ย. ที่ 6.92 หมื่นล้านดอลลาร์ น้อยกว่าเซเว่น แอนด์ ไอ ที่มียอดขายประมาณ 7.52 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือน ก.พ. และเซเว่น แอนด์ ไอ มีสาขาร้านสะดวกซื้อมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น

ตามข้อมูลของ QUICK FactSet ระบุ เหตุผลเดียวที่ราคาหุ้นเพิ่มสูงขึ้นคือ ประสิทธิภาพของการดำเนินธุรกิจ โดยผลตอบแทนจากการลงทุนของเซเว่น แอนด์ไอ อยู่ที่ระดับ 3% ขณะที่อาลีเมนเทชัน คูช-ทาร์ด อยู่ที่ 11% 

นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ที่ไม่ใช่ของญี่ปุ่น เผยว่า “เมื่อเทียบกับ 7-eleven อาลีเมนเทชัน มีร้านสะดวกซื้อกับปั๊มน้ำมันที่ทำกำไรได้สูงกว่าในย่านชานเมือง ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างด้านอำนาจในการสร้างรายได้”

 

ถูกกดดันปรับโครงสร้าง

เซเว่น แอนด์ ไอ ทำธุรกิจหลายประเภท ทั้งร้านสะดวกซื้อ และซูเปอร์มาร์เก็ต แต่การบริหารจัดการแบบกลุ่มบริษัท ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีประสิทธิภาพ และบรรดาผู้ถือหุ้นนักเคลื่อนไหว (activist shareholder) มักกดดันบริษัทให้ดำเนินการปฏิรูปโครงสร้าง

ในปี 2558 Third Point เฮดจ์ฟันด์สหรัฐ ได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัท แต่มีสัดส่วนไม่ถึง 5% และเรียกร้องให้มีการปฏิรูปองค์กร รวมถึงปรับโครงสร้างธุรกิจห้างสรรพสินค้าในเครืออย่าง Sogo & Seibu

ขณะที่ ValueAct Capital เฮดจ์ฟันด์จากสหรัฐอีกรายหนึ่ง ได้ยื่นข้อเสนอแก่ผู้ถือหุ้นเมื่อปี 2566 เรียกร้องให้แยกซูเปอร์สโตร์อย่าง Ito-Yokado และธุรกิจอื่น ๆ ออกไป และขอให้ริวอิจิ อิซากะ ประธานกรรมการเซเว่น แอนด์ ไอ ลงจากตำแหน่ง

บริษัทพยายามทำตามข้อเรียกร้องเหล่านั้น โดยขาย Sogo & Seibu ให้กับกองทุนสหรัฐเมื่อเดือน ก.ย. 2566 ขณะที่ Ito-Yokado ที่เป็นธุรกิจดั้งเดิมของบริษัท ประกาศยกเลิกทำธุรกิจเสื้อผ้า และมีแผนปิดสาขา 33 แห่งภายในเดือน ก.พ. 2569

แม้เซเว่น แอนด์ ไอ มีความพยายามตอบสนองคำเรียกร้อง แต่การประเมินราคาของตลาดก็ยังไม่ดีขึ้น

เมื่อวันศุกร์ (17 ส.ค.) ราคาหุ้นของเซเว่น แอนด์ ไอ ร่วง 6% จากสิ้นปี 2566 ต่างจากดัชนีนิกเกอิที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14% ในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่ราคาหุ้นของฟาสต์ รีเทลลิง (Fast Retailing) บริษัทแม่ยูนิโคล่และอิออน (Aeon) เพิ่มขึ้น 25% และ 10% ตามลำดับ

 

ธุรกิจร้านสะดวกซื้อรายได้หด

อิซากะ ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำให้บริษัทเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกระดับโลกในด้านอาหาร แต่ธุรกิจร้านสะดวกซื้อหลักในญี่ปุ่นและสหรัฐยังคงเผชิญกับภาวะชะลอตัวลง

เซเว่น อีเลฟเว่นของญี่ปุ่น เป็นผู้นำอุตสาหกรรมร้านสะดวกซื้อในประเทศ มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นบริการและนวัตกรรมมากมาย เช่น ข้าวโอนิกิริ เปิดร้าน 24 ชั่วโมง มีบริการชำระค่าสาธารณูปโภค มีตู้กดเงินอัตโนมัติ และยอดขายรายวันเฉลี่ยต่อสาขาสูงกว่าคู่แข่งอย่างร้านลอว์สัน (Lawson) และแฟมิลีมาร์ท (FamilyMart) มาก

อย่างไรก็ตาม รายได้จากการดำเนินของธุรกิจร้านสะดวกซื้อภายในประเทศในช่วงเดือนมี.ค. - พ.ค. ลดลง 4% จากปีก่อน ขณะที่ยอดขายสาขาเดิม (Same-store) ในเดือน ก.ค. ลดลง 0.6% เมื่อเทียบรายปี และลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 แล้ว

ส่วนธุรกิจร้านสะดวกซื้อในต่างประเทศ ที่มีสัดส่วนเป็น 70% ของรายได้จากการดำเนินงานโดยรวม มีรายได้จากการดำเนินงานลดลง 80% ในช่วงเดือน มี.ค. - พ.ค. เมื่อเทียบกับปีก่อน อีกทั้งกำลังซื้อของครัวเรือนรายได้ต่ำในสหรัฐก็ลดลง เพราะเงินเฟ้อย่ำแย่ กระทบต่อร้านค้าในตัวเมือง และส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิมลดลงติดต่อกัน 11 เดือนแล้ว

อดีตพนักงานเซเว่น แอนด์ ไอ กล่าวกับนิกเกอิ ว่า “ปีนี้ครบรอบ 50 ปีที่ 7-eleven เปิดในญี่ปุ่น แต่บริษัทยังคงพึ่งพาโมเดลความสำเร็จในอดีต” และพนักงานคนนี้ชี้ว่า บริษัทไม่สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างเต็มที่

 

อ้างอิง: Nikkei Asia