background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘จีน’ โตช้าหรือไปเร็ว บนเส้นทางผู้นำ AI โลก

‘จีน’ โตช้าหรือไปเร็ว บนเส้นทางผู้นำ AI โลก

Shenshu AI สตาร์ทอัปจีน ได้พัฒนาแอปพลิเคชั่น Vidu โปรแกรมแปลงข้อความเป็นวิดีโอ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานเอไอจากเนื้อหาข้อมูลความยาว 35 วินาทีเป็นคลิปสั้น 4 วินาที เป็นภาพช่วงฤดูหนาวที่ถนนมีรถยนต์พลุกพล่าน กลางกรุงโตเกียว และมีคนเดินจับจ่ายสินค้าที่แผงขายริมถนน หรือบางคนสนุกกับการเล่นหิมะ

ขณะที่เมืองอู่ฮั่น มีหุ่นยนต์แท็กซี่ไป่ตู้ 500 คันวิ่งอยู่เต็มท้องถนน ตอกย้ำซีนหนึ่งในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ว่า กำลังเป็นจริงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีอีกหลายเมืองในจีน กำลังนำแนวคิดเดียวกันนี้ไปใช้อีกด้วย

เมื่อเดือนที่แล้ว ในการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (WAIC) ที่นครเซี่ยงไฮ้ ได้เปิดตัวอย่างละครซีรีส์ใหม่ 5 ตอนที่สร้างด้วยเอไอ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมจีนเรื่อง ซานไห่จิง หรือ Classic of Moutains and Seas ถือเป็นการเพิ่มสีสันให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของจีน

เจมส์ ผาง รองศาสตราจารย์คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ให้สัมภาษณ์ชาแนลนิวส์เอเชียว่า ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ของจีน มีความก้าวหน้า และเทียบเคียงได้กับชาติตะวันตก ทั้งแชทบอตอย่าง ChatGPT และแอปแปลงข้อความเป็นวิดีโออย่าง Sora ที่กำลังแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ

จีนตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านเอไอระดับโลก ภายในปี 2030 และก้าวสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมชั้นนำ ในฐานะเป็นผู้นำด้านการวิจัยและประยุกต์ใช้งาน หวังได้รับเงินสนับสนุนจำนวนมากจากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์

เป้าหมายนี้ประกาศไว้ในปี 2017 ซึ่งครั้งนั้น จีนได้เปิดตัว “ แผนพัฒนาปัญญาประดิษฐ์รุ่นต่อไป” มุ่งใช้เทคโนโลยี แอปพลิเคชั่น และเอไอสร้างชาติ หวังก้าวไปสู่ความเป็นชั้นนำของโลก ภายในปี 2030

จีนกำลังเดินหน้าไปกว่าครึ่งทางของการจะบรรลุเป้าหมายประเทศ หากแต่ละในระดับโลก จีนจะรักษาตำแหน่งผู้นำในเส้นทางการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ไว้ได้อย่างไร ในเมื่อต้องเปชิญกับความท้าทายสำคัญ

ผางสังเกตการณ์ว่า เอไอในจีนมีความคืบหน้าเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันเตือนว่า อาจมีอุปสรรคบางประการในอนาคต มาจาก “ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กับชาติตะวันตก”

“ความท้าทายหลักในการพัฒนาเอไอของจีน ขณะนี้คือฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแทนสมองใช้ออกแบบ และผลิตชิปเอไอขั้นสูง” นักวิเคราะห์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ระบุ และเสริมว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้จีนต้องเผชิญข้อจำกัดการซื้อชิปล้ำสมัยที่สุดจากสหรัฐ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของจีน เพื่อบรรลุเป้าหมายทุกด้านที่วางไว้

ถึงอย่างนั้นยังเชื่อว่า อาจเป็นเรื่องดีอยู่บ้าง เพราะปัญหาดังกล่าว จะช่วยผลักดันให้ปักกิ่งผลิตชิปเทคโนโลยีชั้นสูงได้ในประเทศเอง และอาจเพิ่มประสิทธิภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ให้กับจีนยิ่งขึ้น

สแกนนโยบายชาติ

นโยบาย Made in China 2025 ไม่ค่อยพูดถึงนัก แต่ขณะนี้เน้นเอไอเป็นหลักเพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจจีน หลังเริ่มนำแผนแม่บท 10 ปีมาใช้ตั้งแต่ปี 2015

ในปี 2017 จีนได้วางแผนดำเนินงาน 3 ขั้นตอนสู่การเป็นผู้นำด้านเอไอระดับโลก โดยขั้นแรก จีนต้องก้าวทันเอไอภายในปี 2020 ขั้นที่สอง บรรลุความก้าวหน้าครั้งสำคัญภายในปี 2025 และขั้นที่สามจีนต้องเป็นผู้เล่นด้านเอไอ ชั้นนำระดับโลกภายในปี 2030

อุตสาหกรรมเอไอของจีน มีมูลค่ารวม 578,400 ล้านหยวน หรือประมาณ 80,980 ดอลลาร์ เมื่อปลายปีที่แล้ว มีอัตราการเติบโตต่อปีอยู่ที่ 13.9 เปอร์เซ็นต์

"การผลักดันเอไอระดับชาติของจีน ยังเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนเทคโนโลยีชั้นสูงที่ขยายฐานสูงขึ้น เพื่อเพิ่มผลผลิตและยกระดับเศรษฐกิจจีนที่กำลังชะงักให้สามารถก้าวต่อไปได้" นักวิเคราะห์ระบุ

เพื่อเป้าหมายนี้ จีนให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอมากขึ้น ตามรายงานของสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งชาติจีนคาดการณ์ว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจดิจิทัลของจีนอาจสูงถึง 70.8 ล้านล้านหยวน ภายในปี 2025

ขณะที่ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และบริการที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนจีนมาตลอด เมื่อปีที่แล้วมีข้อมูลระบุว่า ภาคบริการมีสัดส่วนอยู่ที่ 54.6 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ภาคอุตสาหกรรม 38.3 เปอร์เซ็นต์ และภาคเกษตรกรรม 7.1 เปอร์เซ็นต์

ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลจีนประกาศว่า ผลผลิตอุตสาหกรรมหลักในเศรษฐกิจดิจิทัลคิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี

หลี่ ไห่โจว ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง เสินเจิ้น เชื่อว่าจีนกำลังดำเนินการเพื่อให้เศรษฐกิจดิจิทัลเป็นแกนหลักส่งเสริมจีดีพีภายในทศวรรษหน้า

จุดระเบิดศักยภาพ

ขณะที่จีนกำลังก้าวไปข้างหน้าเพื่อใช้ประโยชน์จากเอไอ ก็มีเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์จำนวนมากขึ้นมาให้เลือกใช้เรื่อยๆ และยังมีศักยภาพดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก

หนึ่งในนั้นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดตอนนี้คือ โมเดลแปลงข้อความเป็นวิดีโอ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมความคิดสร้างสรรค์ที่อาจเปลี่ยนเกมผู้เล่น ขณะเดียวกันยังสร้างความเสี่ยงเกิดข้อมูลเป็นเท็จ

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ บริษัท OpenAI ของสหรัฐ ผู้สร้าง ChatGPT ได้เปิดตัว Sora ซึ่งเป็นโปรแกรมล่าสุด ในการสร้างวิดีโอจากข้อความที่ให้คุณภาพสูง และมีฉากหลากหลายที่สร้างกระแสฮือฮาไปทั่วโลก

‘จีน’ โตช้าหรือไปเร็ว บนเส้นทางผู้นำ AI โลก

จากนั้น 6 เดือน ปักกิ่งได้เข้ามาเป็นผู้เล่นอุตสาหกรรมดังกล่าว อย่างน้อยๆ มีบริษัทเทคโนโลยีจีน 3 แห่งเปิดตัวแอปแปลงข้อความเป็นวิดีโอสั้น จนเป็นที่รู้จักของผู้ใช้ทั่วโลก

โดยมี Shenshu AI เป็นสตาร์ทอัปจีนล่าสุด เปิดตัวแอป Vidu เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถือเป็นผู้เล่นต่อจากสตาร์ทอัปจีน 2 แห่งคือ Zhipu AI และ Kuaishou เปิดตัวแอปโปรแกรมเดียวกันนี้

Kuaishou เผยข้อมูลว่า มีผู้โหลดใช้งานแอปดังกล่าว มากกว่า 1 ล้านรายการภายในเวลาหนึ่งเดือน หลังจากเปิดตัวให้ผู้ใช้ในประเทศลงทะเบียน เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

เมื่อเปรียบเทียบกับ Sora ยังไม่เปิดให้คนทั่วไปใช้งาน แต่ให้สิทธิ์เข้าถึงเฉพาะกลุ่ม ซึ่งเป็นผู้ทดสอบและสร้างสรรค์ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกเท่านั้น

จุดสมดุล 'ความเสี่ยง - สิ่งที่ได้รับ'

เอไอของจีนก้าวหน้ารวดเร็ว ทำให้นักวิเคราะห์มองถึงความจำเป็นต้องกำหนดกฎระเบียบที่เข้มงวด เพื่อป้องกันความเสี่ยง และผลที่คาดว่าจะได้รับ ทั้งในการดำเนินงานในระดับโลก ภูมิภาค และประเทศ

ในประเทศจีน ทางการพยายามกำหนดมาตรการต่างๆ โดยการออกกฏหมาย และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเอไอ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว จีนได้ออกกฏหมายบังคับใช้เพื่อควบคุมเอไอเชิงสร้างสรรค์เป็นฉบับแรก เพื่อกำหนดข้อจำกัดบริษัทที่ให้ให้บริการเอไอ หวังลดการหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับเอไอ และปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

เมื่อไม่นานมานี้ จีนยังได้นำนโยบายที่มีเป้าหมายด้านจริยธรรมในอุตสาหกรรมเอไอ และจัดการอัลกอริทึมอย่างเข้มงวด

‘จีน’ โตช้าหรือไปเร็ว บนเส้นทางผู้นำ AI โลก

อุปสรรคกลายเป็นแรงขับเคลื่อน

แม้ว่าจีนพยายามเต็มที่เพื่อครองความได้เปรียบด้านเอไอ แต่บรรดานักวิเคราะห์เตือนว่า ยังมีอุปสรรคอีกมากรออยู่ข้างหน้า ซึ่งมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะมีขึ้นกับจีน - สหรัฐจะเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่

หน่วยประมวลผลกราฟฟิก (GPU) เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถคำนวณทางคณิตศาสตร์ด้วยความเร็วสูง ซึ่งใช้ในงานการเรนเดอร์กราฟฟิก แมชชีนเลิร์นนิ่ง และตัดต่อคลิปวิดีโอ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเป้าหมายอุตสาหกรรมเอไอ

ปัจจุบันสหรัฐกำหนดมาตรการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูง และอุปกรณ์ผลิตชิปให้กับจีนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อขัดขวางจีนในการพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ที่จะเป็นประโยชน์ให้กับกองทัพจีน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อเดือนมกราคมว่า Nvidia บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐ ปัจจุบันของส่วนแบ่งในตลาดชิปโลกมากที่สุด ก่อนที่จะมีการแบนดังกล่าว Nvidia ได้ครองส่วนแบ่งตลาดชิปเอไอของจีนสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์

ที่ผ่านมา จีนพยายามพัฒนาชิปที่ล้ำสมัย ซึ่งการเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนาชิปขั้นสูงในประเทศ ทำให้การพัฒนาเอไอของจีนช้าลง แต่นักวิเคราะห์มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ตั้งข้อสังเกตว่า อุปสรรคได้เป็นแรงขับเคลื่อนให้บริษัทจีนพัฒนาโปรแกรมก้าวหน้าอย่างมาก ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวชิปเอไอ รุ่นล่าสุดของหัวเว่ย

เส้นทางแข่งขันเพื่อก้าวสู่จุดสูงสุด

การได้มาซึ่งเป็นมหาอำนาจด้านเอไอระดับโลก จีนจะต้องแซงหน้าหรืออย่างน้อยต้องเทียบเท่าสหรัฐ

ตัวชี้วัดที่จะอันดับความสำเร็จ หนึ่งในนั้นคือการลงทุนด้านเอไอ ซึ่งรายงานดัชนีเอไอล่าสุดของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดแสดงให้เห็นว่า บริษัทสตาร์ทอัปด้านเอไอระดมทุนได้ 1.04 แสนล้านดอลลาร์ ระหว่างปี 2013 - 2023

เมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกันพบว่า บริษัทของสหรัฐมีการลงทุนด้านเอไอ อยู่ที่ 3.35 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าเงินลงทุนของจีนถึง 3 เท่า

‘จีน’ โตช้าหรือไปเร็ว บนเส้นทางผู้นำ AI โลก

นอกจากนี้รายงานยังระบุว่า สหรัฐเป็นผู้นำในจำนวนสตาร์ทอัปด้านเอไอ ปัจจุบันมี 5,509 บริษัทในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตามมาด้วยจีนอยู่ที่ 1,446 บริษัท

เช่นเดียวกันนี้ สหรัฐครองตำแหน่งผู้นำด้านการผลิตโปรแกรม เอไอชั้นสูง ซึ่งเมื่อปีที่แล้วมีการเปิดตัว 61 โปรแกรมชั้นสูงจากสถาบันต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐ ซึ่งแสงหน้าสหภาพยุโรปเปิดตัวโปรแกรมชั้นสูง 21 โปรแกรม และจีน 15 โปรแกรม

ขณะที่สหราชอาณาจักรเป็นรองจากจีน โดยมีบริษัทสตาร์ทอัป 727 แห่ง นับตั้งแต่ปี 2013 - 2023 และมีการลงทุนจากภาคเอกชนรวมมูลค่า 2.2 ล้านดอลลาร์  ส่วนสิงคโปร์เป็นประเทศประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ติด 10 อันดับแรกผู้นำด้านเอไอโลก

“เอไอสามารถนำไปใช้ในหลายด้าน เช่น การคิดค้นผลิตภัณฑ์ยา รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ หุ่นยนต์ การจัดการความปลอดภัย ส่งเสริมการใช้พลังงานพลังงานสีเขียว และประโยชน์ทางกองทัพ” ผางกล่าว และเสริมว่า ยิ่งการลงทุนด้านเอไอในจีนมากขึ้น ก็จะดึงดูดเงินทุนด้านการวิจัยอย่างมหาศาลด้วยเช่นกัน หากประเทศของคุณมีเงินลงทุนมากขึ้น ก็แน่นอนจะเป็นโอกาสสู่ประเทศเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ

อ้างอิง : CNA