background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

บลูมเบิร์กวิเคราะห์ 'เศรษฐกิจไทยน่าห่วง' หลังการเมืองระส่ำ เพราะ 'ผู้นำมีคดี'

บลูมเบิร์กวิเคราะห์ 'เศรษฐกิจไทยน่าห่วง' หลังการเมืองระส่ำ เพราะ 'ผู้นำมีคดี'

บลูมเบิร์กเปิดบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย ห่วงเศรษฐกิจไทย หลังส่อแววประเทศไม่มีความมั่นคงทางการเมืองอีกครั้ง เพราะผู้นำอย่างนายกฯเศรษฐา ทวีสิน กำลังเผชิญคดีความ ขณะที่ทักษิณ ชินวัตร และพรรคก้าวไกล ต่างก็เผชิญกับการดำเนินคดีที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ความไม่แน่นอนทางการเมืองเฟสใหม่ ชี้เป็นภัยคุกคาม สร้างความเสียหายต่อตลาดเงินที่เปราะบางของประเทศ

ในอีกไม่กี่สัปดาห์ ศาลรัฐธรรมนูญของไทยจะมีคำพิพากษาตัดสินชะตากรรมของนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน, อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และพรรคก้าวไกล ซึ่งแม้จะยังคาดเดาทิศทางผลลัพธ์ได้ยาก แต่คดีนี้อาจส่งผลให้นายกฯ เศรษฐาต้องพ้นจากตำแหน่ง พรรครัฐบาลผสมที่นำโดยฝ่ายของทักษิณต้องสะเทือน และอาจมีการชุมนุมประท้วงบนถนนของผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายค้านอีกครั้ง

การเมืองสั่น หวั่นกระทบงบประมาณ

สิ่งที่น่าห่วงคือ สถานการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางตลาดหุ้นที่มีผลประกอบการณ์ย่ำแย่ เงินบาทอ่อนค่า เงินทุนไหลออก และมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่ลงรอยกันเรื่องนโยบายดอกเบี้ยระหว่างรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่นักลงทุนกำลังจะต้องเผชิญกับความเป็นไปได้ใหม่ที่การเมืองไทยจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อการผ่านกฎหมายสำคัญ ๆ ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 

รศ. ดร. พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์” จากภาควิชาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวกับบลูมเบิร์กว่า ประเทศไทยยังไม่เข้าสู่วิกฤติ แต่มีความปั่นป่วนทางการเมืองอย่างแน่นอน

“เหตุการณ์เหล่านี้กำลังเกิดขึ้นในขณะที่งบประมาณประจำปี 2568 กำลังได้รับการพิจารณา และต้องได้รับการจัดการให้ดีเพื่อไม่ให้ทุกอย่างเสียหาย”

นักลงทุนกังวลจ่อเผ่นหนี

บลูมเบิร์กระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีราคาที่ต้องจ่ายไปแล้วก่อนหน้านี้หลังงบประมาณปี 2567 ล่าช้า เนื่องจากเผชิญกับทางตันหลังการเลือกตั้งเมื่อปีก่อน โดยเศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 1.5% ในไตรมาสเดือนม.ค. - มี.ค. ซึ่งขยายตัวต่ำสุดในบรรดาเพื่อนบ้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และความไม่มั่นคงทางการเมืองอาจส่งผลให้การอนุมัติงบประมาณปี 2568 ในรัฐสภาล่าช้าได้

บริษัทบริหารสินทรัพย์ซัมซุง แอสเซท แมนแนจเมนท์ เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทและหุ้นไทยอยู่ในกลุ่มที่แย่ที่สุดในเอเชียปีนี้ โดยเงินบาทร่วงลงมากกว่า 7% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ แย่ที่สุดในภูมิภาครองจากค่าเงินเยน ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงลงไปแล้วมากกว่า 4% และด้วยสถานการณ์ทางการเมืองล่าสุด นักลงทุนต่างชาติอาจหันไปหาโอกาสที่อื่นแทน

อลัน ริชาร์ดสัน” ผู้จัดการพอร์ตลงทุนของบริษัทบริหารสินทรัพย์ซัมซุง กล่าวว่า

“สัญญาณใด ๆ ที่บ่งบอกถึงความไม่มั่นคงทางการเมืองจะทำให้นักลงทุนกังวล เพราะแนวโน้มการเติบโตขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล และสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันก็แทบจะช่วยอะไรไม่ได้  เศรษฐกิจมหภาคของไทยในปัจจุบันเติบโตต่ำ หนี้ครัวเรือนก็สูง และมีโอกาสน้อยที่ไทยจะลดอัตราดอกเบี้ย”

คดีคือสัญญาณเตือนถึงผู้นำ

บลูมเบิร์กรายงานว่า คดีที่เกิดขึ้นกับนายกฯ เศรษฐาและทักษิณ เป็นสัญญาณเตือนจากกลุ่มรอยัลลิสต์ในไทยว่าไม่พอใจที่ทั้งสองฝ่ายพยายามกุมอำนาจเหนือประเทศ

หากศาลรัฐธรรมนูญพบว่าเศรษฐามีความผิดในข้อหาฝ่าฝืนจริยธรรมตามคำร้อง อาจถึงขึ้นต้องเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

อย่างไรก็ตาม เศรษฐายังคงเชื่อมั่นว่าตนสามารถรอดจากการไต่สวนของศาล โดยกล่าวว่าการแต่งตั้งอดีตทนายครอบครัวชินวัตรที่มีประวัติจำคุกให้เป็นรัฐมนตรีนั้น เป็นไปตามกฎหมาย

ส่วนทักษิณกำลังเผชิญกับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งบ่งบอกว่าชนชั้นสูงของไทยอาจเป็นเพียงความพยายามที่จะปรามอดีตผู้นำ มากกว่าจะหักดีลตัดขาดกัน

ทักษิณและพรรคคือบัฟเฟอร์

การเดินทางกลับไทยของทักษิณ อดีตนายกฯสองสมัย หลังหลบหนีคดีไปต่างประเทศนานถึง 15 ปีนั้น ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ทำร่วมกับกลุ่มทหารที่เคยขับไล่ทักษิณ และเคยกระทำแบบเดียวกันกับรัฐบาลของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในปี 2557

ทั้งนี้ ทักษิณ ซึ่งถูกทัณฑ์บนหลังถูกศาลตัดสินในข้อหาคอร์รัปชัน จ่อพ้นโทษ หลังโทษจำคุกที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษสิ้นสุดในเดือน ส.ค.

ณพล จาตุศรีพิทักษ์นักวิจัยแลกเปลี่ยน จากสถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษา ยูซุฟ อิสฮัค (ISEAS Yusof-Ishak Institute) กล่าวว่า ทักษิณและพรรคของเขายังคงเป็นพันธมิตรที่มีประโยชน์ และเป็นบัฟเฟอร์ให้กับกลุ่มอนุรักษนิยม โดยเฉพาะในยามที่ขั้วการเมืองอนุรักษนิยมขาดความเข้มแข็งในสภา และตัวช่วยอื่น ๆ ในการปกป้องผลประโยชน์ของตน

“กลุ่มสนับสนุนสถาบันอาจใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ในปัจจุบัน บีบบังคับเขามากขึ้น รวมทั้งการหาคนอื่นที่ฝ่ายอนุรักษนิยมพอใจ มาแทนที่นายกรัฐมนตรี ... เปรียบเสมือนคู่แต่งงานที่ระหองระแหงกัน แต่ยังไม่ได้หย่าจากกัน”

คดีเศรษฐา อุปสรรคเงินดิจิทัล

ด้าน “ปีเตอร์ มัมฟอร์ดหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากบริษัทที่ปรึกษา ยูเรเซีย กรุ๊ปกล่าวว่า ด้วยอุปสรรคทางกฎหมายที่เพิ่มขึ้น เศรษฐาอาจไม่สามารถดำเนินนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทยที่ให้คำมั่นว่าจะให้เงินดิจิทัล 10,000 บาท แก่คนไทย 50 ล้านคน

นโยบายดังกล่าวได้รับการผลักดันจากเศรษฐาให้เป็นแนวทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว หลังสิบปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโต 2%

รักพงศ์ ไชยศุภรากุล” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ก็มีมุมมองในเชิงเดียวกันว่า “ความไม่มั่นคงทางการเมืองจะบั่นทอนความสามารถของรัฐบาลในการบริหารจัดการนโยบายเศรษฐกิจที่จำเป็น เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจถดถอย”

 

อ้างอิง: Bloomberg