วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

สหรัฐปรับ "เอสซีจี พลาสติกส์" 20 ล้านดอลล์ ฐานละเมิดกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน

สหรัฐปรับ "เอสซีจี พลาสติกส์" 20 ล้านดอลล์ ฐานละเมิดกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน

กระทรวงการคลังสหรัฐปรับเงินบริษัทเอสซีจี พลาสติกส์ บริษัทผลิตพลาสติกสัญชาติไทย เป็นเงิน 20 ล้านดอลลาร์จากการละเมิดกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน อย่างน้อย 467 ครั้ง

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า บริษัทเอสซีจี พลาสติกส์ เจตนาปกปิดความจริงกับสหรัฐ ระหว่างปี 2560-2561 ว่าพลาสติกประเภท เอชดีพีอี ที่มักจะถูกนำไปใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับสารเคมีและอาหารบางชนิด เนื่องจากมีความหนาแน่นสูง มีแหล่งผลิตอยู่ในอิหร่าน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบโดยสถาบันการเงินหลายแห่งของสหรัฐ ซึ่งเป็นคนกลางรับทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง คิดเป็นมูลค่า 291 ล้านดอลลาร์

การสั่งปรับเงินบริษัทพลาสติกไทยของกระทรวงการคลังสหรัฐมีขึ้นหลังจากรัฐบาลสหรัฐ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ โดยมุ่งเป้าไปที่การผลิตอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน หลังปฏิบัติการโจมตีอิสราเอล และประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ผู้นำกลุ่ม G7 ให้คำมั่นที่จะดำเนินมาตรการร่วมกันเพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ระบุว่า สหรัฐและชาติพันธมิตรได้ช่วยอิสราเอลตอบโต้การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านเมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา และขณะนี้กำลังบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออกครั้งใหม่กับอิหร่าน

“มาตรการคว่ำบาตรมุ่งเป้าไปที่ผู้นำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม, กระทรวงกลาโหมของอิหร่าน ตลอดจนโครงการขีปนาวุธและโดรนของรัฐบาลอิหร่านที่ทำให้เกิดการโจมตีอย่างไร้ยางอาย” ปธน.ไบเดนระบุในแถลงการณ์

ขณะเดียวกัน รัฐบาลอังกฤษประกาศว่าจะดำเนินมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของสหรัฐ

นายเดวิด คาเมรอน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษกล่าวประณามพฤติกรรมของอิหร่านว่า “เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้”

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐยังระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรสหรัฐ มุ่งเป้าไปที่บุคคล 16 รายและหน่วยงาน 2 แห่งที่ทำให้อิหร่านสามารถผลิตโดรนได้ รวมถึงโดรนชาเฮด (Shahed) ของอิหร่านที่นำมาใช้ในการโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา

อิหร่าน ระบุว่า ทำการโจมตีเพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลถล่มสถานกงสุลอิหร่านในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของประเทศซีเรียเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายรายรวมถึงนายพลของอิหร่าน 2 คน