ปีทองของ Facebook "มาร์ก" รวยแซง "อีลอน" ครั้งแรกในรอบ 4 ปี

ปีทองของ Facebook "มาร์ก" รวยแซง "อีลอน" ครั้งแรกในรอบ 4 ปี

หุ้นพุ่งนิวไฮดัน 'มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก' รวยแซงหน้าคู่ปรับ 'อีลอน มัสก์' ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีบนอันดับของบลูมเบิร์ก หลังจากเพิ่งกลับมาติดท็อป 10 มหาเศรษฐีโลกของฟอร์บส์ในปีนี้ไปหมาดๆ

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า "มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก" ประธานและซีอีโอของบริษัทเมตา แพลตฟอร์ม (Meta) รวยแซงหน้า "อีลอน มัสก์" ซีอีโอของบริษัทเทสลา อิงค์ (Tesla) ไปเรียบร้อยแล้วในการจัดอันดับมหาเศรษฐี Bloomberg Billionaires Index (BBI) เมื่อวันศุกร์ที่ 5 เม.ย. และยังนับเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ที่ซักเคอร์เบิร์กแซงหน้ามัสก์ในแง่ความมั่งคั่ง
 

รายงานระบุว่า "มัสก์" ซึ่งครองอันดับ 1 ในดัชนี BBI เมื่อต้นเดือน มี.ค. ลดลงมาอยู่ที่อันดับ 4 หลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัทเทสลา อิงค์ ได้ยกเลิกแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูก ส่งผลให้ราคาหุ้นเทสลาร่วงลงถึงกว่า 6% ระหว่างการซื้อขาย และปิดตลาดลบไป 3.6% ตอกย้ำอีกหนึ่งข่าวร้ายหลังจากเพิ่งมีรายงานเมื่อต้นสัปดาห์ว่า การส่งมอบรถยนต์ของเทสลาลดลงในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกเมื่อเทียบเป็นรายปี นับตั้งแต่เริ่มการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ราคาหุ้นเทสลาร่วงลง 34% แล้วในปีนี้ และเป็นหุ้นที่ปรับตัวย่ำแย่ที่สุดในดัชนี S&P500 โดยได้รับผลกระทบจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ชะลอตัวทั่วโลก การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในจีน และปัญหาด้านการผลิตในเยอรมนี

ในทางกลับกัน "ซักเคอร์เบิร์ก" เจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียล Facebook ขยับขึ้นมาเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 3 ของโลกในดัชนี BBI โดยมีมูลค่าทรัพย์สินความรวยในขณะนี้ (ข้อมูลเรียลไทม์ ณ วันที่ 6 เม.ย.) อยู่ที่ 1.869 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 6.82 ล้านล้านบาท) แซงหน้ามัสก์ซึ่งอยู่ที่ 1.806 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 6.6 ล้านล้านบาท) ท่ามกลางข่าวดีตลอดทั้งสัปดาห์นี้ 

ปีทองของ Facebook \"มาร์ก\" รวยแซง \"อีลอน\" ครั้งแรกในรอบ 4 ปี

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ราคาหุ้น META พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากนักวิเคราะห์จากสองบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย จากข่าวดีที่เฟซบุ๊กมีส่วนแบ่งการตลาดโฆษณาดิจิทัลเพิ่มขึ้นจนแซงอเมซอนดอตคอมได้ ส่งผลให้ให้หุ้นบวกไปถึง 4.6% ระหว่างการซื้อขาย ทะยานไปทำราคานิวไฮแตะ530 ดอลลาร์ ก่อนจะลงมาปิดที่ 510.92 ดอลลาร์ และราคายังวิ่งต่อในวันศุกร์ที่ 5 เม.ย. โดยปิดตลาดบวกไป 3.21% ปิดที่ 527.34 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นราคาปิดตลาดที่สูงสุดทุบสถิติใหม่ด้วย 

ในปีนี้ราคาหุ้นเมตาพุ่งขึ้น 49% เนื่องจากมีผลประกอบการรายไตรมาสที่แข็งแกร่ง และมีความตื่นเต้นเกี่ยวกับโครงการริเริ่มด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัท โดยเมตาเป็นหุ้นที่ปรับตัวได้ดีที่สุดอันดับ 5 ในดัชนี S&P500

เฉพาะในปี 2567 นี้ ความมั่งคั่งของซักเคอร์เบิร์กเพิ่มขึ้นไปแล้ว 5.89 หมื่นล้านดอลลาร์ สวนทางกับความมั่งคั่งของมัสก์ที่ลดลง 4.84 หมื่นล้านดอลลาร์ และเป็นการรวยแซงหน้าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 2563 

ส่วนคนรวยที่สุดอันดับ 1 และ 2 ของ BBI ได้แก่ "เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์" ประธานบริษัทแอลวีเอ็มเอช โมเอต์ เฮนเนสซี่ หลุยส์ วิตตอง (LVMH) โดยมีมูลค่าความรวย 2.234 แสนล้านดอลลาร์ และเจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งอเมซอนดอตคอม รวยตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 2.073 แสนล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน นิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) ก็เพิ่งเปิดเผยรายชื่อมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกประจำปี 2567 ซึ่งซักเคอร์เบิร์กสามารถกลับมาติดโผ 10 อันดับมหาเศรษฐีโลกได้อีกครั้งในรอบ 3 ปี โดยอยู่ในอันดับที่ 4 มีมูลค่าทรัพย์สิน (ณ วันที่ 8 มี.ค. 67) อยู่ที่ 1.77 แสนล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ในการจัดอันดับของฟอร์บส์ มัสก์ยังคงแซงหน้าอยู่ในอันดับ 2 โดยมีความมั่งคั่งที่ 1.95 แสนล้านดอลลาร์