‘เยลเลน’พบผู้นำจีน เจรจาการค้าเท่าเทียม หลังการผลิตล้นตลาดภัยคุกคามสหรัฐ

‘เยลเลน’พบผู้นำจีน เจรจาการค้าเท่าเทียม หลังการผลิตล้นตลาดภัยคุกคามสหรัฐ

'เยลเลน'ชี้ การผลิตจีน'ล้นตลาด'ตัดราคาทุกอุตสาหกรรม กระทบเศรษฐกิจทั่วโลก นโยบายผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ของรัฐบาลจีนเป็นภัยคุกคามสหรัฐและการค้าโลกทำการผลิตในประเทศต่างๆหดตัว

สำนักข่าวนิคเคอิรายงานว่า เจเน็ต เยลเลน (Janet Yellen) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐเตรียมเดินทางไปยังประเทศจีนในสัปดาห์นี้เพื่อสานต่อการเจรจาทางเศรษฐกิจกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน ที่ต้องการเน้นย้ำเรื่องภัยคุกคามระดับโลกที่เกิดจากกำลังการผลิตทางอุตสาหกรรมส่วนเกินของจีนที่กำลังเติบโต

โดยการเยือนจีนในวันที่ 3-9 เม.ย. ถือเป็นครั้งที่ 2 ของเยลเลนนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 66 รวมทั้งมีการแวะชมศูนย์กลางโรงงานทางตอนใต้ของกว่างโจวก่อนถึงกรุงปักกิ่ง

โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของไบเดนกล่าวว่า ครั้งนี้เยลเลนจะเน้นย้ำว่า ทำไมจีนต้องสร้าง "สนามแข่งขันที่ยุติธรรมและเท่าเทียมกัน" สำหรับแรงงานและบริษัทในสหรัฐฯ

รายงานระบุว่า เยลเลนจะพบกับรองนายกรัฐมนตรีจีน เหอ หลีเฟิง ผู้ว่าราชการมณฑลกวางตุ้ง หวัง เหว่ยจง และคณะผู้บริหารบริษัทสหรัฐฯ ในจีน เพื่อรับฟังความท้าทายด้านสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่กระตุ้นให้บริษัทสหรัฐฯ จำกัดการลงทุนในจีน

นโยบาย“พลังการผลิตใหม่"จีนเป็นเหตุ

ก่อนหน้านี้ เยลเลนได้พบกับรองนายกรัฐมนตรีจีน ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ก่อนการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกในซานฟรานซิสโก 

ตั้งแต่การเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่งครั้งแรกเมื่อปีก่อน เยลเลน และรองนายกรัฐมนตรีจีนได้มีการทำงานร่วมกันด้านเศรษฐกิจและการเงิน จนถึงการเจรจาครั้งนี้ก็ยังคงมุ่งเน้นไปที่การหารือประเด็นเศรษฐกิจสำคัญที่แต่ละประเทศกำลังเผชิญ และนโยบายรับมือของแต่ละประเทศ เช่น ปัญหาตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซาในจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค หรือความล้มเหลวของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่สองแห่งของสหรัฐฯ ในปีที่แล้ว

โดยเยลเลนยังใช้พื้นที่บทสนทนาครั้งนี้เพื่ออธิบายว่าอะไรคือข้อจำกัดด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และการลงทุนของสหรัฐฯ ในจีนที่ถูกจำกัดขอบเขตมากขึ้น

วาระการหารือระหว่างสองประเทศกำลังเปลี่ยนแปลง หลังจากที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญปัญหาการผลิตส่วนเกินของจีนที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางการส่งออกของจีนกำลังเติบโตและความต้องการภายในประเทศที่อ่อนแอ รวมทั้ง  สี จิ้นผิง ยังให้คำมั่นที่จะเพิ่ม “พลังการผลิตใหม่" ในจีน ด้วยการลงทุนพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยี รวมถึง รถยนต์ไฟฟ้า วัสดุใหม่ การบินอวกาศเชิงพาณิชย์ และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์ที่แล้ว ที่โรงงานโมดูลแสงอาทิตย์ Suniva ใกล้แอตแลนตา เยลเลนได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนทำให้เกิด "การลงทุนที่มากเกินไป" ทั้งในอุตสาหกรรมเหล็ก อลูมิเนียม และอุตสาหกรรมอื่น ๆ นำไปสู่การส่งออกราคาถูกที่บังคับให้การผลิตในประเทศอื่น ๆ หดตัว

“ตอนนี้ เราเห็นการสร้างกำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรม 'ใหม่' เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ EV และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน สิ่งนี้กระทบต่อราคาและรูปแบบการผลิต และส่งผลกระทบต่อคนงานในสหรัฐฯ ยุโรป สหภาพและเศรษฐกิจอื่น ๆ” เยลเลนกล่าว

ทั้งนี้เยลเลนเผยว่าจะไม่ยกระดับภัยคุกคามจากอุปสรรคทางการค้าจากจีน โดยระบุว่า ไม่ต้องการ "ตอบโต้" และเสริมว่า "เราต้องการเห็นว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้างซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์"

ยุโรป-สหรัฐตรวจสอบรถยนต์ไฟฟ้าจีน

สหภาพยุโรปกำลังตรวจสอบว่าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนได้รับเงินอุดหนุนที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ ซึ่งการสอบสวนนี้อาจนำไปสู่การเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีน เนื่องจากสหภาพยุโรปกังวลว่าเงินอุดหนุนจากรัฐบาลจีนทำให้รถยนต์ไฟฟ้าจีนมีราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็น นั่นส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปเสียเปรียบด้านการแข่งขัน

โดยเยลเลนชี้ว่านี่คือความชัดเจนของผลกระทบทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่กำลังการผลิตส่วนเกินทางอุตสาหกรรมของจีนเข้ามาตัดราคาผู้ผลิตในสหรัฐฯ และบริษัทต่างๆ ทั่วโลก

สหรัฐฯ-จีน เตรียมหารือเรื่องค่าเงิน

แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และจีน มีแนวโน้มที่จะหารือประเด็นเกี่ยวกับค่าเงิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาทางเศรษฐกิจ แต่อีกฝ่ายปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นเงินหยวนของจีนที่อ่อนค่าลงเมื่อเร็วๆ นี้

รวมทั้ง เยลเลนจะเดินหน้าความร่วมมือที่เป็นประโยชน์แก่ทั้งสองประเทศ รวมถึงการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การต่อสู้กับการจัดหาเงินทุนที่ผิดกฎหมายและการค้ายาเสพติด รวมไปถึงส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และบรรเทาความยากจนในประเทศกำลังพัฒนาที่มีภาระหนี้สินสูง

อ้างอิง nikkei