background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

กัมพูชาเล็งยื่น 'สงกรานต์' เป็นมรดก UNESCO พร้อม 10 ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม

กัมพูชาเล็งยื่น 'สงกรานต์' เป็นมรดก UNESCO พร้อม 10 ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม

นายกรัฐมนตรีกัมพูชาประกาศเตรียมยื่น '10 ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม' เป็นมรดกโลก UNESCO ซึ่งรวมถึง 'สงกรานต์กัมพูชา'

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า "ฮุนมาเนต" นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ประกาศแผนเสนอรายชื่อทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ 7 รายการ และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ 3 รายการ เพื่อขึ้นบัญชีรายชื่อมรดกโลกของยูเนสโก (UNESCO)

 

ทรัพย์สิน 3 รายการที่วางแผนยื่นเสนอเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ได้แก่ "สงกรานต์กัมพูชา" กรอมา (Krama) ผ้าพันคอที่ทอแบบดั้งเดิม และประเพณีการแต่งงานแบบเขมร

ทั้งนี้ สงกรานต์เป็นคำภาษาสันสกฤตที่ใช้เรียกวันปีใหม่ตามปฏิทินทางพุทธศาสนา ซึ่งเทศกาลนี้มีการเฉลิมฉลองในหลายประเทศที่นับถือพุทธศาสนาในเอเชีย อาทิ กัมพูชา ไทย ลาว และเมียนมา โดยในอดีตที่ผ่านมากัมพูชาเรียกเทศกาลนี้ว่า "โจลชนัมทเมย" (Chol Chnam Thmay) แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเรียกว่า "สงครานต์กัมพูชา" (Cambodian Songkran)

ส่วนสถานที่ 7 แห่งที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ ได้แก่

  • อดีตเรือนจำเอ็ม-13 (M-13) / พิพิธภัณฑ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง/ และศูนย์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เจืองแอ็ก 
  • วัดบันทายฉมาร์ 
  • สถานที่ตั้งของอังกอร์เบอเรยและพนมฎา 
  • โบราณสถานภูเขาพนมอูดง 
  • ปราสาทพระขรรค์กำปงสวาย 
  • วัดเบ็งเมเลีย 
  • อุทยานเทือกเขาพนมกุเลน

"เราจะเสนอรายชื่อเหล่านี้เป็นมรดกโลกของยูเนสโก เพื่อให้ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษของเราได้รับการยอมรับและอนุรักษ์ในระดับสากล" ฮุนมาเนตกล่าว

นายกฯ กัมพูชาเสริมว่า ปกติแล้วการขึ้นทะเบียนจะใช้เวลาเกือบสองปี และแต่ละประเทศสามารถยื่นเสนอรายชื่อเป็นมรดกโลกของยูเนสโกได้ปีละ 1 รายการเท่านั้น

ทั้งนี้ กัมพูชาจะยื่นเอกสารเพื่อขึ้นทะเบียนสงกรานต์กัมพูชาลงในรายการมรดกที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกในปี 2025 และคาดว่าจะได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการในปี 2026