background-default

วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม 2569

Login
Login

Goldman Sachs แจ้งเกิด '7 หุ้นซามูไร' ท้าชน '7 หุ้นนางฟ้า' ดันตลาดหุ้นญี่ปุ่น

Goldman Sachs แจ้งเกิด '7 หุ้นซามูไร'  ท้าชน '7 หุ้นนางฟ้า' ดันตลาดหุ้นญี่ปุ่น

สำนักข่าวนิเคอิ รายงานว่า  โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs)  ได้เลือกบริษัทญี่ปุ่น 7 แห่งที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับตลาดหุ้นญี่ปุ่นให้ขึ้นสู่จุดสูง โดยเรียกบริษัทเหล่านี้ว่า "Seven Samurai" ท้าชน 7 หุ้นนางฟ้า  "Magnificent Seven" ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีในสหรัฐ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทในการส่งเสริมตลาดหุ้นญี่ปุ่นให้คงอยู่ในระดับสูงสุดในปัจจุบัน

โดยหุ้น "Seven Samurai" ประกอบด้วย  
1.บริษัท สกรีน โฮลดิ้งส์ จำกัด(Screen Holdings Co Ltd)  เป็นบริษัทจากประเทศญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์

2. แอดวานเทสต์ (Advantest) ผู้ผลิตเครื่องมือวัดอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทเข้าสู่ธุรกิจการทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ในปี พ.ศ. 2515 
3.ดิสโก (Disco) ดำเนินธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์และเครื่องมือในการประมวลผลที่มีความแม่นยำ รวมถึงธุรกิจการบำรุงรักษาและบริการ 

4.โตเกียวอิเล็คตรอน (Tokyo Electron) หรือ TEL เป็นบริษัทอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ของญี่ปุ่น 

5.โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 
6. ​ซูบารุ (Subaru) เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่
7. มิตซูบิชิ (Mitsubishi Corp.) เป็นบริษัทบูรณาการที่พัฒนาและดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงการเงินอุตสาหกรรม พลังงาน โลหะ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต และธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม

คัดเลือก Seven Samurai

โดย โกลด์แมน แซคส์  ได้รับแรงบัลดานใจในการตั้งชื่อกลุ่ม "Seven Samurai"  ตามภาพยนตร์คลาสสิกของ  อากิระ คุโรซาวะ  Akira Kurosawa ซึ่งได้ถูกนำมาแปลงเป็นภาพยนตร์ในสหรัฐเรื่อง  "The Magnificent Seven" ในปี 2559

บริษัทญี่ปุ่นได้รับการคัดเลือกโดยพิจารณาจากการมีหุ้นที่มี"สภาพคล่อง" สูง ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่ดีทั้งในปี 2567 และในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และไม่มีรายงานผลการดำเนินงานหรือผลขาดทุนสุทธิตั้งแต่ปี 2563

สิ่งนี้เกิดขึ้นจากความพยายามของบริษัทญี่ปุ่นในการใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้ช่วยกระตุ้นให้ผลประกอบการและผลงานดีขึ้น ซึ่งทำให้ดัชนีหุ้น Nikkei เข้าใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาลในรอบ 34 ปี นับตั้งแต่ปี 1989

แม้ว่าในวันอังคารที่ผ่านมา  (20 ก.พ.)  ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 38,188.85 จุด ลดลง 174.76 จุด หรือ -0.46% โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นเซมิคอนดักเตอร์บางตัวดึงตลาดร่วงลง ขณะที่นักลงทุนยังคงขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไรหลังดัชนีนิกเกอิแตะระดับสูงสุดในรอบ 34 ปี

นักวิเคราะห์ของ โกลด์แมน แซคส์ และ  Bruce Kirk สะท้อนว่าการเติบโตของ Magnificent Seven ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 ในตลาดหุ้นสหรัฐเติบโตขึ้นเพราะยอดขายเป็นหลัก แต่ Seven Samurai ก็เกือบทั้งหมดมีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรที่มากขึ้น

อ้างอิง nikkei