วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

แบงก์ทั่วโลก แห่โรดโชว์ กล่อมนักลงทุนเข้า’อินเดีย‘ หลัง JP Morgan เพิ่มลงทุน

แบงก์ทั่วโลก แห่โรดโชว์ กล่อมนักลงทุนเข้า’อินเดีย‘ หลัง JP Morgan เพิ่มลงทุน

ธนาคารทั่วโลกส่งเสริมตลาด พันธบัตรอินเดีย แห่โรดโชว์ กล่อมนักลงทุนเข้าลงทุนใน’อินเดีย‘ หลัง หลังเจพีมอร์เเกนจ่อนำอินเดียเข้า EM Market Bond Index ในเดือน มิ.ย.ปีนี้ คาดฟันด์โฟลว์สะพัด 4 หมื่นล้านดอลลาร์

keypoint:

  • JP Morgan ประกาศเพิ่มอินเดียในดัชนีตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่
  • ตราสารหนี้ของอินเดียเข้ารวมในการคำนวณดัชนี GBI-EM ในวันที่ 28 มิ.ย.2567 เป็นระยะเวลา 10 เดือน
  • กองทุนทั่วโลกได้เริ่มเพิ่มการถือครองพันธบัตรรัฐบาลอินเดีย กว่า 8 พันล้านดอลลาร์

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานถึงเหล่าธนาคารยักษ์ใหญ่ทั่วโลกกำลังเดินหน้าโรดโชว์การลงทุนในอินเดียเต็มกำลัง จากเม็ดเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่กำลังไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้เกิดใหม่อย่าง”อินเดีย“  ภายหลังการประกาศเพิ่มอินเดียในดัชนีตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ 

ไม่ว่าจะเป็น Morgan Stanley, Barclays Plc., Citigroup Inc. และ Deutsche Bank AG ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถาบันที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณากับนักลงทุนระดับโลกที่อาจลงทุนเงินจํานวนมากในอินเดีย ตามที่แหล่งข่าวเปิดเผยกับบลูมเบิร์ก

บาร์คลีส์ (Barclays) ธนาคารยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ เป็นเจ้าภาพนักลงทุนในอินเดียสําหรับการประชุมเพื่อกําหนดนโยบาย และอยู่ในระหว่างการเตรียมจัดโรดโชว์กับกระทรวงการคลังของอินเดีย และเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางในมุมไบและนิวเดลีในสัปดาห์นี้

ในขณะที่ มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) แบงก์เจ้าใหญ่ในสหรัฐจะจัดขึ้นในลอนดอน หลังจากเสร็จสิ้นการจัดโรดโชว์การลงทุนในอินเดียให้กับนักลงทุนในเอเชีย 

ด้านซิตี้แบงก์ได้จัดโรดโชว์หลายครั้งทั่วญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ยุโรป สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว เกี่ยวกับขั้นตอนการดําเนินงานในการลงทุนในประเทศอินเดีย

ความเคลื่อนไหวของเหล่าธนาคารยักษ์ใหญ่เกิดขึ้นหลังจากที่ “เจพีมอร์แกน” เปิดเผยว่า ธนาคารจะนำตราสารหนี้ของอินเดียเข้ารวมในการคำนวณดัชนีตราสารหนี้ของตลาดเกิดใหม่ หรือ Government Bond Index-Emerging Markets (GBI-EM) ในเดือนมิถุนายน 2567 

โดยจะเริ่มนำตราสารหนี้ของอินเดียเข้ารวมในการคำนวณดัชนี GBI-EM ในวันที่ 28 มิ.ย.2567 เป็นระยะเวลา 10 เดือน ถึง มี.ค. 2568

เพราะสถานการตอนนี้ มีนักลงทุนชาวต่างชาติถือครองพันธบัตรรัฐบาลอินเดียมากกว่า 2% ทําให้มีที่ว่างเพียงพอสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอินเดีย

ส่วนใหญ่พันธบัตรรัฐบาลอินเดียถือโดยนักลงทุนในท้องถิ่น และธนาคารต่างประเทศ จุดนี้สะท้อนน้ำหนักการลงทุนที่มีความน่าสนใจเทียบเท่ากับจีน

เป็นการเคลื่อนไหวที่อาจดึงดูดฟันด์โฟลว์ไหลเข้ามายังอินเดีย โดยคาดว่าอินเดียจะมีน้ำหนักสูงถึง 10% ของดัชนี ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าจะมีเม็ดเงินจากกองทุนที่อิงตามดัชนี เข้าตลาดตราสารหนี้อินเดียประมาณ 3-4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทำให้กองทุนทั่วโลกได้เริ่มเพิ่มการถือครองพันธบัตรรัฐบาลอินเดีย ที่คาดว่าจะถูกเพิ่มเข้าไปในดัชนี ตั้งแต่การประกาศของ JPMorgan ซึ่งในเดือนกันยายน พบว่ากองทุนทั่วโลกเพิ่มการถือครองเป็นมูลค่ากว่า 665 พันล้านรูปี หรือราว 8 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก Clearing Corp.

ในขณะที่นักลงทุนสถาบันต่างชาติรายใหญ่จํานวนมากได้คว้าโอกาสในตลาดเกิดใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่กองทุนขนาดเล็กพยายามโรดโชว์ด้วยการ ประชุมแบบตัวต่อตัว เพื่อล่อนักลงทุนยากทั้ง ฮ่องกง ลอนดอน สิงคโปร์ ดูไบ และนิวยอร์ก 

ไม่เพียงแค่ธนาคารเท่านั้น ข้อมูลจากสำนักหักบัญชี ประเทศอินเดีย พบว่า นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลอินเดียเพิ่มขึ้น ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 เป็นมูลค่า 3.5 แสนล้านรูปี (1.4 แสนล้านบาท) ผลักดันให้มูลค่าเงินไหลเข้าสุทธิในพันธบัตรรัฐบาลอินเดียทั้งปี อยู่ที่ 5.9 แสนล้านรูปี (2.4 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2560

อย่างไรก็ดี การนำตราสารหนี้ของอินเดียเข้ารวมในการคำนวณดัชนี GBI-EM ส่งผลกระทบต่อการจัดสรรน้ำหนักสำหรับตราสารหนี้ของประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด จากการถูกปรับลดน้ำหนักตราสารหนี้ในการคำนวณดัชนีถึง 1.65%